Haijai.com


วิธีดูแลบำรุงผมแห้งเสียอย่างไรให้ตรงจุด


 
เปิดอ่าน 1081

สาวออฟฟิศฟังทางนี้ แอร์เย็นฉ่ำทำผมแห้งเสีย

 

หมอปิ๊งไอเดียจากคำถามที่ถามกันเข้ามา เรื่องปัญหาผมแห้งเสียของสาวๆ ชาวออฟฟิศ แม้จะดูว่าเป็นเรื่องที่น่าจะแก้ได้ไม่ยากนัก แค่บำรุงก็คงได้ผมนุ่มๆ กลับคืนมาแล้ว ซึ่งแม้จะลองทำกันมากทุกสูตร แต่ทำไมปัญหายังแก้ไม่ได้เสียที หมอมีคำตอบและทางออกให้ค่ะ

 

เครื่องปรับอากาศกับสุขภาพผม

โดยธรรมชาติแล้วบ้านเราแดดแรง ปัญหาพื้นฐานจึงหนีไม่พ้นปัญหาผมแห้งจากการโดนแดด และรังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ยิ่งสาวออฟฟิศที่ต้องตามเทรนด์ผมใหม่ ก็ต้องมีการทำสี ซึ่งทำให้ผมต้องสัมผัสกับไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ไหนทุกเช้าจะต้องสระผม ดราย หนีบ ยี ม้วน สารพัดกระบวนการมากันครบ เพื่อเซตผมให้สวยทุกวัน

 

นอกจากกระบวนการทำร้ายผมที่เห็นกันได้ชัดๆ แล้ว ยังมีสาเหตุหลักๆ ที่ทำลายเส้นผม ให้แห้งเสียโดยไม่รู้ตัวอีก ซึ่งหลายคนคงคาดไม่ถึง นั่นคือ การอยู่ห้องแอร์

 

การอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาทำให้ผมแห้งได้ เพราะการอยู่ในห้องแอร์ทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น และอากาศในห้องแอร์มีความชื้นน้อย ทำให้ในช่วงชั่วโมงแรกๆ ที่อยู่ในห้องแอร์ ต่อมไขมันที่หนังศีรษะจะจับสัญญาณได้ว่า ตอนนี้ร่างกายอยู่ในที่แห้งและเย็น จึงขับไขมันออกมา เพื่อรักษาและกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ ทำให้ช่วงโคนผมจะเริ่มมัน สักพักเมื่อต่อมไขมันขับไขมันออกมามากจนล้า ก็เลิกขับ ไขมันจึงออกมาไม่ถึงปลายเส้นผม ทำให้ปลายผมเริ่มแห้ง

 

ปัญหาจะยิ่งมีมากขึ้น ในรายที่อยู่ในห้องแอร์สลับกับการออกไปโดนแดด เช่น การออกไปนอกออฟฟิศในช่วงพักกลางวัน เพราะทำให้ต่อมไขมันทำงานรวนมากขึ้นไปอีก

 

 

พฤติกรรมทำผมแห้งเสีย

ยิ่งผมแห้งเสีย หลายคนยิ่งหาทางออก แต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำให้ปัญหายิ่งลุกลาม ทำให้ผมแห้งกรอบ แตกปลาย เปราะขาดง่าย สาวๆ ที่มีผมแตกปลายหลายคนแก้ปัญหาโดยการมัดผม ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย

 

เพราะการมัดผมทำให้เกิดแรงเหนี่ยวรั้ง ทำให้หนังศีรษะตึง ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงหนังศีรษะได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งมีผลต่อการควบคุมต่อมไขมันบนหนังศีรษะ เพราะสุขภาพหนังศีรษะที่ดี ต้องมีการไหลเวียนของเลือดที่ดีและเพียงพอมาหล่อเลี้ยงด้วย แนะนำว่า ถ้าผมแห้งเสีย แตกปลาย ให้ตัดผมส่วนนั้นออก เพราะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาดีดังเดิมได้ แล้วเลิกมัดผมสักระยะหนึ่ง ปล่อยผมสบายๆ จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผมได้ดี

 

นอกจากนี้การสระผมไม่ถูกวิธี ก็เป็นสาหตุของผมแห้งเสีย ใครที่คิดว่าการสระผมบ่อยๆ เป็นการทำความสะอาดเส้นผมและได้บำรุงผมทุกวัน อาจไม่ถูกต้องนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่รู้จักเลือกใช้แชมพูที่เหมาะกับผมแห้งเสีย

 

หนังศีรษะมีค่าพีเอชเป็นกรด คือ 5.5 รากผมก็มีค่าพีเอชเป็นกรดเช่นกัน คือ 3.6 แชมพูที่มีความเป็นด่างมากเกินไป ทำให้สภาพความเป็นกรดของเส้นผม และหนังศีรษะถูกทำลายโดยด่างจากแชมพู Cuticle ที่หุ้มผมเกิดการหลุดลอก ผมเปราะบาง เกิดเป้นผมแตกปลาย ไม่สามารถรักษาสภาพของ Cuticle ให้มีสุขภาพดีเอาไว้ได้ ยิ่งสระผมบ่อย ผมจะยิ่งแห้งเสีย

 

 

บำรุงผมแห้งเสียอย่างไรให้ตรงจุด

• กินอาหารบำรุงผม เรามาเริ่มที่อาหารการกินกันก่อนเลย หมอขอแนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินอี เพราะคนที่ผมแห้งเสียมักขาดสารอาหารเหล่านี้ วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินอี ยังทำหน้าที่เป็นโคแฟ้กเตอร์ควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะ ในการสร้างน้ำมันมาหล่อเลี้ยงเส้นผม ช่วยให้ Cuticle บนพื้นผิวของเส้นผมปิด ไม่หลุดลอกง่าย

 

• เลือกแชมพูเป็น & สระผมถูกวิธี ใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง ที่สมดุล (PH Balance) ดังนั้นการเลือกแชมพูสำหรับผมแห้งแตกปลาย ควรดูส่วนผสมที่มีคำว่าแอซิด (Acid) อยู่ด้วย เช่น แล็กติกแอซิด (Lactic Acid) ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะทำให้เราได้แชมพูที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างน้อยลง และมีส่วนผสมบำรุงสำหรับผมแห้ง เช่น น้ำมันมะพร้าว โคโคนัทออยล์ เชียบัตเตอร์ ที่สำคัญอย่าสระผมทุกวัน อย่าสระผมแล้วนอนเลย อย่าดรายผมบ่อย ถ้าดรายให้เป่าลมอุณหภูมิปกติ อย่าใช้ลมร้อน เสร็จแล้วควรซับผมแล้วห่อผมด้วยผ้าขนหนู ปล่อยให้ผมค่อยๆ แห้งหมาด จากนั้นเป่าด้วยลมอุณหภูมิปกติ จนแห้งสนิท วิธีนี้ช่วยให้ผมกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

 

• ปกป้องเส้นผม หากนอนห้องแอร์ แนะนำให้ตั้งแก้วน้ำไว้ใกล้ๆ เพื่อสร้งาความชื้นในอากาศ หากต้องตากแดดนานๆ หรือไปว่ายน้ำ แนะนำให้ชโลมน้ำมันป้องกันไม่ให้ความร้อนทำร้ายเส้นผม และป้องกันน้ำไม่ให้ระเหยออกไป เลือกน้ำมันที่บางเบา ซึมซาบง่าย ใช้ได้หมดทั้งน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันนีม น้ำมันอัลมอนด์ โยดควรใช้น้ำมันจากพืชที่เป็นออร์แกนิกจะดีที่สุด

 

• บำรุงล้ำลึก คนที่มีผสแห้งเสียง่าย นอกจากการหมักผมด้วยน้ำมันที่นิยมทำกันแล้ว (ต้องหมักครั้งละ 30 นาที ถึงจะได้ผลดีนะคะ) หมอขอแนะนำสูตรมาสก์ผมสำหรับเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมโดยเฉพาะ ดังต่อไปนี้ค่ะ

 

 

• สูตร 1 HEY HAIR MASK มาสก์ผมสูตรนี้มีชื่อว่า HEY ชื่อน่ารักๆ นี้ย่อมาจากตัวอักษรตัวแรกของชื่อส่วนผสมทั้งสามอย่าง คือ น้ำผึ้ง (Honey) ไข่ (Egg) และโยเกิร์ต (Yogurt) รับรองว่ามาสก์แล้วมีเฮแน่นอน เพราะเติมความชุ่มชื้นได้ลึกถึง Cuticle เลยทีเดียว เนื่องจากโยเกิร์ตมีแล็กติกแอซิด ไข่มีโปรตีนช่วยสมาน Cuticle น้ำผึ้งช่วยเติมความชุ่มชื้น

 

ส่วนผสม

• น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

• ไข่ (ใช้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว) 2 ฟอง

• โยเกิร์ต 1 ถ้วย

 

วิธีทำ ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ชโลมลงบนเส้นผม แล้วคลุมผมไว้ 30 นาที เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์วินีการ์ผสมกับน้ำสะอาดอย่างละครึ่ง จะใช้น้ำมะนาวหรือมะกรูดแทนก็ได้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำให้คิดถึงภูมิปัญญาการสระผมด้วยมะกรูด ของคนโบราณ ซึ่งช่วยให้ผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วมหรือแตกปลายง่าย นั่นเพราะวิธีนี้ เป็นการสร้างสภาพความเป็นกรด ซึ่งดีต่อผมและหนังศีรษะนั่นเองค่ะ

 

 

• สูตร 2 DIY SHEA BUTTER HAIR MASK สูตรนี้ สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ได้ถึงขีดสุดสำหรับคนที่ผมแห้งเสียมาก แต่เนื่องจากบ้านเราหาเชียบัตเตอร์ได้ยาก จึงขอแนะนำสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้นได้ ใกล้เคียงกับเชียบัตเตอร์ ลองทำดูค่ะ

 

ส่วนผสม

• เนยแท้ (ประมาณครึ่งก้อน) 100 กรัม

• ไข่ 2 ฟอง

• น้ำมันมะกอก / น้ำมันมะพร้าว ½ ถ้วย

 

วิธีทำ ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ชโลมลงบนเส้นผม แล้วคลุมผมไว้ 30 นาที เสร็จแล้วล้างออกด้วยวิธีเดียวกับสูตรที่ 1

 

 

ขอให้สนุกกับการดูแลผมให้สวยขึ้นทุกวันนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

 

 

แพทย์หญิงสาธิษฐา สมทรัพย์

กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม

(Some images used under license from Shutterstock.com.)