ท้องนี้ เที่ยวไหนดีนะ (สงกรานต์)
ใกล้หน้าร้อนและเทศกาลหยุดยาวของคนไทย อย่างวันสงกรานต์กันอีกแล้วนะคะ เวลานี่ช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เพิ่งได้หยุดปีใหม่ไปไม่ทันไร ก็จะได้สาดน้ำสงกรานต์กันอีกแล้ว ฤดูท่องเที่ยวคลายร้อนอย่างนี้ ทุกๆ คนพากันออกไปเที่ยว แล้วว่าที่คุณแม่ทั้งหลายล่ะคะ อยากไปเที่ยวไหนกันบ้างหรือเปล่า
คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนมักกังวลว่าการเดินทางท่องเที่ยวนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากลำบาก เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ต้องระวังโน่นนี่ สุดท้ายเลยไม่กล้าออกไปไหน ไม่ต้องขนาดนั้นค่ะ จริงๆ แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตั้งหลายแห่ง แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ทุกเวลาหรอกนะคะ เพราะว่าเพื่อเจ้าตัวน้อยในท้อง เราก็ต้องมีข้อจำกัดบ้างเล็กๆ น้อยๆ วันนี้เรารวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวของคุณแม่มาฝากค่ะ
เที่ยวได้เมื่อไหร่ดี
ช่วงที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือช่วงตั้งท้องได้สัก 4-6 เดือนค่ะ เพราะช่วงเดือนที่ 1-3 คุณแม่ส่วนใหญ่จะยังแพ้ท้อง โอ้กอ้ากกันอยู่ อาจจะไม่สะดวก เพราะไหนจะแพ้ท้องไหนจะเมารถ ทีนี้ล่ะไปกันใหญ่ อย่างนี้คงไม่มีอารมณ์เที่ยวกันแน่ๆ ค่ะ และหลังจากช่วง 6 เดือนไปแล้วคุณแม่ก็จะท้องใหญ่อุ้ยอ้าย เดินเหินไม่สะดวกแล้วล่ะค่ะ อยากบอกว่ายิ่งใกล้คลอดเท่าไหร่ยิ่งไม่ควรเดินทางนะคะ เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนถึงลูกน้อยในครรภ์แล้วยังเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วยค่ะ
เที่ยวช่วงไหนปลอดภัยดี
ถ้ามีเวลาหรือเป็นคุณแม่ที่ไม่ได้ทำงานขอแนะนำว่าไม่ควรไปเที่ยวในช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างเด็ดขาดค่ะ หากอยากจะไปเที่ยวแบบสบายๆ ไม่อึดอัดแล้วล่ะก็ หลีกเลี่ยงช่วงนี้ให้ดีค่ะ เพราะนอกจากจะเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คนแล้ว ยังต้องไปแย่งที่พัก ที่เที่ยว ที่กินกันอีกแบบนี้คงไม่สนุกแน่ๆ จริงไหมคะ
แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังทำงานอยู่ ก็คงเลี่ยงไม่ได้เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหยุดงานพอดี ก็ขอแนะนำให้เตรียมการดีๆ ค่ะ หากไปรถโดยสารก็ต้องจองตั๋วล่วงหน้า ไป-กลับ ไว้ให้พร้อม เลือกที่นั่งด้านหน้า เพื่อจะได้มีที่พอเหยียดแข้งเหยียดขาอย่างเต็มที่ เอนเบาะได้มากกว่าที่อื่นๆ หน่อย ถ้าขับรถไปเองก็ต้องตรวจเช็คสภาพรถให้ดี เวลาคาดเข็มขัดนิรภัยก็ต้องระวังไม่ให้กดรัดที่หน้าท้อง อาจจะมีหมอนเล็กๆ รองที่ด้านหลัง เพื่อลดการปวดเมื่อยค่ะ
เที่ยวที่ไหนสะดวกดี
• ใกล้ๆ อย่างแรกคงต้องเป็นสถานที่ๆ ไม่ไกลมากไว้ก่อน เพราะนอกจะไม่เสียเวลาเดินทางมากแล้ว ยังเป็นการประหยัดทั้งค่าเดินทางและเวลาอีกด้วยค่ะ อย่างเช่น ถ้าอยากเที่ยวทะเล ก็เลือกจังหวัดใกล้ๆ กัน แต่ถ้าอยากไปเที่ยวแต่อยู่ไกลก็ควรการเดินทางที่ใช้เวลาไม่มากแทนค่ะ
• ไม่สมบุกสมบันมาก แม้ว่าก่อนตั้งครรภ์คุณจะเป็นสาวน้อยแก่นเซี้ยวเท่าไหร่ก็ตาม แต่ตอนนี้คุณเป็นว่าที่คุณแม่แล้วนะคะ การเที่ยวแบบลุยๆ น่ะ เอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ
• เดินทางสะดวก การเดินทางมีหลายอย่าง ขอให้เลือกการเดินทางที่สะดวกที่สุดไว้ก่อนค่ะ จะประหยัด จะลุย เอาไว้ทีหลังค่ะ เป็นห่วงสุขภาพไว้ก่อนดีกว่า และที่สำคัญหากต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินในกรณีของคุณแม่ที่ท้องเกิน 7 เดือนขึ้นไป (ขอให้เดินทางเพราะความจำเป็นเท่านั้นนะคะ) อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ไปด้วยนะคะ (แค่บางสายการบินก็ต้องการใบรับรองแพทย์ของคุณแม่ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 7 เดือนด้วยเพื่อป้องกันการคลอดฉุกเฉินบนเครื่องบินค่ะ)
• ไม่กันดารมาก ก็เข้าใจว่าคุณแม่บางคนต้องการสถานที่ๆ สงบเพื่อพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ แต่อย่างไรก็ตามอยากให้อยู่ในที่ๆ ไม่ไกลผู้ไกลคนมากนะคะ ควรมีสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งชุมชนหรือสถานพยาบาลอยู่ในบริเวณนั้นบ้าง เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้เดินทางไปได้สะดวก แต่ถ้าลืมเตรียมจริงๆ ตอนนั่งรถขาไปก็เล็งๆ โรงพยาบาลแถวนั้นไว้หน่อยก็ดี ของอย่างนี้กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ
กิจกรรม ทำอะไรดี
คุณแม่บางคนบอกว่าไปทะเลไม่อยากแค่เอาแตะๆ น้ำทะเล หรือกินอาหารซีฟู้ดอยู่ตามชายหาด แบบนั้นมันไม่ถึงใจ ถ้าจะทำกิจกรรมอย่างดำน้ำ หรือว่ายน้ำจะได้ไหม
เรื่องของการว่ายน้ำนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถทำได้อยู่แล้วค่ะ (ยกเว้นในรายที่มีเลือดออกเป็นประจำ หรือสุขภาพของคุณไม่แข็งแรงนัก) แต่ถ้าจะว่ายในทะเลนี่ไม่แนะนำค่ะ ยิ่งถ้าเป็นทะเลแถบชายหาด ความสะอาดนั้นไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ หาสระสะอาดๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจะดีกว่านะคะ ที่สำคัญไม่ควรว่ายน้ำคนเดียวค่ะ อย่าคิดว่าตัวเองว่ายน้ำเก่งแล้วมั่นใจไปเฉิดฉายคนเดียวได้เชียวนะคะ เพราะตอนนี้น่ะร่างกายคุณจะมีศูนย์ถ่วงที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว เสี่ยงต่อการจมน้ำและเป็นตะคริวได้มากเลยค่ะ
ส่วนเรื่องดำน้ำนั้นไม่แนะนำค่ะ เพราะแรงกดอากาศในขณะดำน้ำนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ จากการศึกษาวิจัยพบว่านักดำน้ำที่ตั้งครรภ์ และลงดำน้ำที่ระดับลึกประมาณ 100 ฟุต และ ลึกกว่านั้นมีความเสี่ยงต่อการคลอดบุตรที่มีอาการผิดปกติมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ดำน้ำ* รู้อย่างนี้แล้ว เก็บกิจกรรมนี้เอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุดค่ะ
ทริปนี้ต้องระวังอะไรบ้าง
• อาหารการกิน เรื่องนี้สำคัญมากนะคะ เพราะถ้าเกิดท้องไส้ปั่นป่วนขึ้นมาล่ะก็ การท่องเที่ยว ทริปนี้ต้องไม่สนุกแน่ๆ จริงไหมคะ อาหารทะเลถ้าไม่มั่นใจในความสดสะอาดจริงๆ ไม่แนะนำค่ะ อาหารรสแซ่บ และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบนี่ก็ขอให้เก็บไว้ทีหลังค่ะ อย่าลืมติดขนม น้ำดื่มไว้กินระหว่างทางบ้างก็ดีนะคะ
• ระวังความสูง ความกดอากาศเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญค่ะ ที่ๆ มีอากาศเบาบางอย่าง ยอดดอย ภู หรือเที่ยวต่างประเทศที่อยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ ไม่แนะนำให้ไปค่ะ เพราะเรื่องของความกดอากาศนั้นมีผลต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์ด้วยนะคะ
• หยูกยาต้องพร้อม ในคุณแม่ที่ต้องทานยาหรือมียาประจำตัว ก็ห้ามลืมเด็ดขาด เผื่อฉุกเฉินจะได้เตรียมรับมือทันไงคะ
• เสื้อผ้าเน้นสบาย คุณไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลายเพราะฉะนั้นเสื้อผ้าที่ตามสมัยคงไม่จำเป็นนัก เน้นที่ใส่สบายไว้ก่อนดีกว่า รองเท้าคู่ใหม่อย่าเพิ่งใส่ประเดิมงานนี้งานแรก รองเท้าอาจกัดได้ไม่รู้ตัว คราวนี้หมดสนุกแน่ค่ะ
ถ้าเบื่อไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมาก ลองหาหนังสือไว้อ่านเล่นสักเล่ม หรืออยากนั่งปล่อยอารมณ์ตามชายหาดก็อย่าลืมครีมกันแดดนะคะ ช่วงท้องนี่โดนแดดนิดหน่อยก็คล้ำแล้วล่ะค่ะ ยิ่งใครผิวไวต่อแสงอยู่แล้วยิ่งต้องระวังมากเลยค่ะ แว่นกันแดดสักอันก็ช่วยถนอมสายตาคุณแม่ได้เยอะ ที่สำคัญอย่าเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ เลยค่ะ เราไม่ใช่สาววัยรุ่นแล้ว เลือกช่วงแดดอ่อนๆ ยามเช้า หรือแดดร่มลมตกยามเย็นจะเหมาะมากค่ะ
เห็นไหมคะ ท้องนี้ก็เที่ยวได้ ไม่ยากเลย แค่มีข้อที่ต้องระวังนิดหน่อย เท่านี้ก็สนุกได้ทั้งคุณแม่และคุณลูกแล้วล่ะคะ
ขับรถไปเที่ยวเองได้ไหม?
ได้แน่นอนค่ะ แต่ต้องเป็นที่ระยะทางไม่ไกล และควรหยุดพักระหว่างทางเป็นระยะๆ ก่อนขับรถควรตรวจเช็คเครื่องยนต์ให้เรียบร้อย เข็มขัดนิรภัยควรคาดให้สูงขึ้นมาหน่อย เพื่อจะได้ไม่กดทับท้อง และที่สำคัญ ควรหาเพื่อนร่วมทางไปด้วยสักคนเพื่อความปลอดภัยค่ะ