Haijai.com


5 อาหารซูเปอร์ฟู้ดสมุนไพรไทยของดีใกล้ตัว


 
เปิดอ่าน 229

10 ซูเปอร์ฟู้ดแบบไทย หาง่ายใกล้ตัว

 

ปัจจุบันนี้เราเริ่มรู้จักคำว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” (Superfood) กันมากขึ้น หมอขออธิบายก่อนเลยว่า คำว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” คือ อาหารที่มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์หลายอย่างรวมอยู่ใน 1 ชนิด อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากกว่า 1 อย่าง

 

 

นอกจากนี้ “ซูเปอร์ฟู้ด” ยังมีแคลอรีต่ำ แต่ใยอาหารสูง ซึ่งอาจเป็นผักหรือผลไม้ก็ได้ และยังมีฤทธิ์ช่วยรักษาอาการของโรคบางอย่างได้อีกด้วย

 

 

เพราะมีส่วนประกอบที่ครบสมบูรณ์และมีการทำงานที่ดี ร่างกายจึงมีการตอบสนองได้ดีเมื่อกินติดต่อกัน เช่น มีทั้งสารแคโรทีนอยด์ แถมมีไฟเบอร์สูง รวมถึงมีแร่ธาตุ และมีสารต้านอนุมูลอิสระรวมอยู่ในผักหรือผลไม้ชนิดนั้นๆ

 

 

ฉะนั้นอะไรที่มีประโยชน์ล้นเหลือ ช่วยชะลอความชรา และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงได้ชื่อว่า “ซูเปอร์ฟู้ด”

 

 

ความจริงแล้ว เมื่อก่อนเราอาจรู้จักซูเฟอร์ฟู้ดที่มักจะอยู่ในรูปของ “สารสกัด” หรือที่เรียกว่า Super Supplements มากกว่า แบบนั้นต้องใช้อาหารในปริมาณสูงมากในการนำไปสกัดออกมา เพื่อให้ได้สรรพคุณทั้งหมดดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่จากข้อมูลความรู้ที่เราทราบ Super Supplements มีทั้งที่หาได้ในประเทศไทยและที่ต้องนำเข้ามา ซึ่งบางชนิดอาจมีค่าใช้จ่ายสูง ยิ่งถ้าเราต้องซื้อกินทุกวัน

 

 

แต่ซูเปอร์ฟู้ดของไทยนั้นหาง่าย มีประโยชน์มากมาย เพียงแต่ยังไม่เคยมีผลการวิจัยในเชิงลึกออกมาเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันเท่านั้นเอง วันนี้หมอเลยอยากแนะนำ 10 ซูเปอร์ฟู้ดแบบไทยที่หาง่าย ใกล้ตัวและอยู่คู่ครัวคนไทยมาฝากกันค่ะ

 

1.ขมิ้น (Turmeric) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังมีสารแอนติออกซิแดนต์ (Antioxidant) หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ DNA ถูกทำลายเมื่อร่างกายได้รับสารเคมี หรือมลภาวะที่เข้ามาทำลายเซลล์ และช่วยให้ไม่เกิดการกลายพันธุ์ของ DNA ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรค ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลได้ สามารถลดไขมัน LDL ที่ไม่ดีและเพิ่มไขมัน HDL ที่ดีได้อีก ช่วยต้านสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ทำให้อิมมูนซิสเต็มทำงานได้ดีขึ้น มีส่วนช่วยการแข็งตัวของเม็ดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในครัวเรือนของคนไทยมักมีติดบ้านไว้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะนิยมนำมาประกอบอาหารในลักษณะเป็นผงขมิ้นใส่ในแกงเผ็ด หรือผัดต่างๆ

 

 

2.กระวาน (Cardamom) มีคุณสมบัติลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง สามารถลดอาการซึมเศร้าได้ แถมยังมีฤทธิ์เป็นอโรมาเทอราปี หรือกลิ่นบำบัด ช่วยผ่อนคลาย เพราะน้ำมันที่สกัดจากกระวานนั้นมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ยับยั้งแบคทีเรีย จึงช่วยลดอาการปั่นป่วนในท้องหรืออาการปวดท้อง ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ทั้งยังแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ลดการบีบตัวของลำไส้เล็ก และช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีอีกด้วย คนไทยนิยมใส่ในอาหารอีกเช่นกัน โดยมักเป็นส่วนประกอบของพริกแกงเผ็ด เพื่อชูรสเมนูจานโปรด

 

 

3.พริกไทยดำ (Black Pepper) มีสรรพคุณช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่น ลดอาการไข้ ช่วยขับเหงื่อออกทางผิวหนัง ช่วยให้ระบบเผาผลาญและระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น มีฤทธิ์ขับเสมหะบรรเทาอาการไอและลดน้ำมูก และยังช่วยกระตุ้นระบบประสาท ปลุกการรับรู้ ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า กระตุ้นความรู้สึกที่ส่งตรงไปยังสมอง เพื่อให้สั่งการได้อย่างรวดเร็ว ต้านเชื้อโรค พยาธิ และปรสิตต่างๆ ได้อีกด้วย ส่วนใหญ่นิยมนำมาประกอบอาหารประเภทซุปเพื่อชูรส

 

 

4.อบเชย (Cinnamon) ช่วยกระตุ้นระบบการย่อย ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ในทางการแพทย์แผนจีนมักนิยมนำมาใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะเชื่อว่าอบเชย ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลาย ได้แก่ ปลายนิ้วมือ ปลายนิ้วเท้า และยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด จากผลการทดลองพบว่า ถ้ากินอบเชยชนิดผงปริมาณ 1 ช้อนชา หรือประมาณวันละ 5 กรัม ต่อวันติดต่อกัน จะสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ส่วนใหญ่เราใช้ประกอบอาหารทั้งคาว และหวาน เช่น เมนูพะโล้หรือต้มจับฉ่าย ถ้าเป็นอบเชยผงนิยมโรยในเครื่องดื่ม หรือใช้ก้านอบเชยคนชา กาแฟ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้น่าดื่มยิ่งขึ้น

 

 

5.ขิง (Ginger) ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้เร้ว มีคุณสมบัติระงับอาการไข้ได้ (Break Fever) ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ให้ดื่มน้ำขิงร้อน อุณหภูมิร่างกายจะลดลงทันที ทั้งยังช่วยเผาผลาญไขมัน ขับลมในช่องท้องและลำไส้ แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ แถมยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ฆ่าเชื้อโรค ต้านแบคทีเรีย และยังช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขิงจะไปช่วยต้านการอักเสบ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์แนะนำให้กินเพื่อบำรุงน้ำนมได้

 

 

สุดยอดอาหารที่เราเรียกกันว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” จึงมีประโยชน์มากมายมหาศาล โดยเฉพาะสมุนไพรไทยเราที่สามารถหากินได้ง่าย ราคาไม่แพง บางชนิดเรายังสามารถปลูกได้เองตามธรรมชาติด้วย

 

 

อย่างไรก็ตามการกินอาหารที่ดี เราควรเลือกกินให้หลากหลายและเหมาะสมด้วย นอกจากนั้นยังต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายประกอบกัน เราจึงจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคต่างๆ ได้

 

 

ดร.ณิชมน สมันตรัฐ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)