3 ข้อควรระวังกินน้ำผึ้งเสี่ยงป่วยได้

3 ข้อควรระวังกินน้ำผึ้งเสี่ยงป่วยได้

3 CAUTIONS ใช้น้ำผึ้งเสี่ยงป่วย

 

 

น้ำผึ้งเป็นผลผลิตจากธรรมชาติที่อุดมด้วยคุณประโยชน์มากมาย จัดเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ผิวแห้งแตกจากการปะทะลมเย็น

 

 

บรรดาสาวๆ น่าจะชอบใช้กันอยู่ไม่น้อย แต่ใช่ว่าน้ำผึ้งจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป แล้วใครบ้างล่ะที่ควรใช้และไม่ควรใช้ วันนี้หมอมีข้อมูลมาฝากกัน

 

 

ผู้ที่ไม่ควรใช้น้ำผึ้ง

 

1.เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เนื่องจากกระเพาะอาหารและลำไส้ของเด็กทารกยังอ่อนแอ และการขับสารพิษของตับยังทำงานได้ไม่เต็มที่ หากทารกดื่มน้ำผึ้งที่มีการปนเปื้อนสเปอร์ของเชื้อแบคทีเรียคลอสทริเดียม (Clostridium Botulinum) ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส และสามรถสร้างสารพิษโบทูลินัม (Botulinum Toxin) ในลำไส้ ซึ่งจะทำให้ทารกเกิดอาการท้องผูก อ่อนแรง หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบดื่มน้ำผึ้ง

 

 

2.ผู้ป่วยเบาหวาน น้ำผึ้ง 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำตาลฟรักโทสร้อยละ 40 น้ำตาลกลูโคสร้อยละ 35 น้ำตาลมอลโทสร้อยละ 1 น้ำตาลซูโครสร้อยละ 2 โดยน้ำตาลฟรักโทสและกลูโคสที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำผึ้ง ล้วนเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ดังนั้นเมื่อกินน้ำผึ้งย่อมทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และหากกินปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

 

 

3.ผู้ที่มีอาการหวัดจากปัจจัยภายนอก น้ำผึ้งมีฤทธิ์บำรุง ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น บรรเทาอาการไอแบบแห้งๆ สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะปอดแห้ง ไม่มีเสมหะหรือเสมหะน้อยและเหนียว ผู้ป่วยหวัดที่มีอาการเช่นนี้ ดื่มน้ำผึ้งแก้ไอได้ แต่หากเป็นหวัดที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น เปียกฝน ตากแดด ตากลม แล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ควรดื่มน้ำผึ้ง เพราะจะยิ่งทำให้อาการหวัดไม่หายและกลับเป็นหนักขึ้น

 

 

น้ำผึ้งมีคุณอนันต์ แต่ก็มีโทษมหันต์ หากใช้ไม่เป็น ข้อมูลที่นำมาฝากกันจึงน่าจะช่วยให้ผู้อ่านใช้น้ำผึ้งได้อย่างปลอดภัยและได้สุขภาพ

 

 

4 วิธีกินน้ำผึ้งตามหลักแพทย์แผนจีน วิธีกินน้ำผึ้งตามหลักแพทย์แผนจีนมีดังนี้

 

1.ควรปรุงน้ำผึ้งโดยใช้อุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันไม่ให้สารอาหารในน้ำผึ้งสลายไป

 

 

2.ไม่ควรกินร่วมกับอาหารฤทธิ์เย็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องเสีย

 

 

3.ควรกินก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หลังอาหาร 2 ชั่วโมง

 

 

4.ไม่ควรกินคู่กับเต้าหู้ หน่อไม้ หัวหอม กระเทียม กุยช่าย ปลาดิบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

 

แพทย์จีนนภษร แสงศิวะฤทธิ์


5981
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์