หมดยุคสอนลูกด้วยการตี
หากจะย้อนยุคไปสัก 10–20 ปีที่แล้ว (ย้อนไปไกลซะรู้อายุปัจจุบันกันเลยนะคะเนี่ยะ) คุณพ่อคุณแม่คงคุ้นหูกับวิธีการสอนลูกๆ จอมซนที่ว่า “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” แม้แต่ในปัจจุบันนี้ ในยุคที่มี 3G เทคโนโลยีที่รวดเร็วแล้วก็ตาม ประโยคข้างต้นก็ยังคงอยู่ ใครยังสอนลูกด้วยการตีเพี้ยะๆๆ อยู่บ้างคะ (ขอบอกค่ะว่า หมดยุคแบบในละครย้อนยุคที่นางทาสทำผิดแล้วถูกทำโทษด้วยการเฆี่ยนตี) ซึ่งเหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสียงไม้แหวกอากาศนั่นก็คือ “รักนะ ถึงได้ตี” แต่การสอนลูกผ่านเสียงไม้กระทบผิวหนัง ส่งผลกระทบในด้านลบสะท้อนไปถึงจิตใจลูกได้นะคะ
เหตุผล ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้วิธีสอนลูกด้วยการตี
“ความรัก + ปรารถนาดี + ห่วงใย + ใส่ใจ + ต้องการสอนบางสิ่งบางอย่างกับลูก + อยากให้ลูกเชื่อฟัง + อยากให้ลูกอยู่ในกฎระเบียบที่คุณพ่อคุณแม่วางไว้ + และปิดท้ายด้วยอารมณ์โกรธของคุณพ่อคุณแม่ ในบางครั้งที่ขาดความยับยั้งชั่งใจเผลอผสมอารมณ์โกรธลงไป จนเพิ่มแรงตกกระทบจากไม้ผ่านไปถึงผิวหนังของลูก แล้วสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่แอบมานั่งเสียใจน้ำตาไหลเสียเอง”
ผลกระทบด้านลบ จากไม้เรียวที่กระทบผิวหนังที่สะท้อนไปถึงจิตใจลูก ที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะคาดไม่ถึง
• ทำให้ลูกไม่กล้าแสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองออกมา เช่น อารมณ์โกรธ เสียใจ เพราะกลัวว่าหากแสดงอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองออกไปก็กลัวว่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะโกรธ และถูกลงโทษ
• ทำให้ลูกเก็บกด เมื่อเวลาเป็นทุกข์ หรือเกิดปัญหาไม่กล้าที่จะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ เพราะกลัวการถูกลงโทษ จึงไม่กล้าพูดปรึกษาใคร
• ทำให้ลูกไม่อยากพูดกับใคร เพราะรู้สึกว่า พูดคุยกับใครไม่ได้ ทำให้ลูกเงียบขรึมลง
• ทำให้ลูกขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าที่จะทำอะไร จนขาดความมั่นใจที่จะลงมือทำ เพราะคิดแต่ว่าสิ่งที่จะทำอาจจะผิดอีกก็ได้
• ทำร้ายจิตใจลูกโดยไม่รู้ตัว ในความคิดของลูก คนที่คอยดูแล และอยู่ใกล้ชิดกับเขาอย่างคุณพ่อคุณแม่ จะต้องคอยปกป้องดูแลเขา แต่ในทางกลับกัน คนนั้นกลับทำร้ายร่างกาย (ลงโทษด้วยการตี) และจิตใจลูก (จากอารมณ์ที่ทั้งโกรธทั้งรักของคุณพ่อคุณแม่ที่ผสมลงไปพร้อมๆ กันในขณะตีลูก)
• ทำให้ความก้าวร้าวที่ติดค้างอยู่ในใจลูก ด้วยอารมณ์โกรธ เสียใจ ที่ลูกไม่สามารถแสดงออกมาให้คุณพ่อคุณแม่เห็นได้ ลูกอาจเลือกที่จะแสดงความก้าวร้าวกับคนอื่น เช่น แกล้งเพื่อน เป็นต้น (คุณพ่อคุณแม่ตีหนูได้ ทำไมหนูจะลองทำกับคนอื่นบ้างไม่ได้ล่ะ...???)
• ทำให้ลูกกลัวการถูกทำร้าย สำหรับผู้ใหญ่อาจจะมองว่า การตีก็เพื่อสอน แต่สำหรับเด็กแล้ว การตี ทำให้เกิดความกลัว และรู้สึกว่า กำลังถูกทำร้ายร่างกายทำให้รู้สึกเจ็บ “การตีลูกก็เพื่อ… สอน แต่ในขณะเดียวกัน คำสอน ก็ถูกบดบังด้วย ความกลัว ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในจิตใจลูก”
จากผลกระทบด้านลบที่แอบซ่อนอยู่ อาจจะพูดได้ว่า การตี : ทำให้เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งจิตใจ ทั้งคุณพ่อคุณแม่ และคุณลูกเลยนะคะ ถ้าแก่นแท้ของการตี คือ คำสอน… เมื่อลูกทำผิดลองข้ามขั้นตอน... ใช้คำสอน ใช้ความเข้าใจ และใช้เหตุผลในการสอนลูกกันดีกว่าไหมคะ เพราะการสอนลูกให้รู้จักผิด และถูก...ด้วย เหตุผล...!!
ก็เป็นการฝึกฝน ให้ลูกรู้จักใช้ ทั้งเหตุและผล ในการจะลงมือกระทำสิ่งต่างๆ ในอนาคตไปพร้อมๆ กันค่ะ
“ริ้วรอยแผลบนร่างกายอาจจางหาย แต่รอยแผลเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในจิตใจ...ต้องใช้เวลาเท่าไรกัน…??? ถึงจะลบเลือน... หรือไม่มีวันลบรอยเจ็บเล็กๆ นั้น ให้หายไปจากใจลูกได้กันแน่นะ”