Haijai.com


หายใจเข้าออกเสี่ยงต่อโรคหอบหืดในเด็ก


 
เปิดอ่าน 1918

หายใจเข้า หายใจออกเสี่ยงต่อโรคหอบหืดในเด็ก

 

 

เวลาคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านแต่ละที  คุณแม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวให้เจ้าตัวเล็กเสียยกใหญ่  ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าผ้าคู่จิ๋ว และหมวกคุณช้างคู่ใจใส่ไว้ป้องกันแสงแดดที่อาจทำให้ผิวลูกระคายเคืองจากความร้อน แต่สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถป้องกันลูกได้ด้วยการกางร่ม หรือใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด คือ มลพิษในอากาศที่ลูกมีโอกาสหายใจเข้าไป  ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน   เชื้อราในอากาศ สารเคมี น้ำมันรถ ควันบุหรี่ เป็นต้น มลพิษที่อยู่ในอากาศเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดใน   เด็กได้ค่ะ ซึ่งก่อนที่เราจะหาวิธีในการป้องกันโรคชนิดนี้ได้อย่างถูกต้อง เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคชนิดนี้กันก่อนค่ะ

 

 

โรคหอบหืดเป็นโรคที่เกิดจากหลอดลมตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้นมากกว่าภาวะปกติ ทำให้หลอดลมเกิดอาการหดเกร็งตัวแคบลง เยื่อบุภายในหลอดลมบวมขึ้น และมีการสร้างเสมหะมากกว่าปกติ  ซึ่งทำให้ช่องทางเดินอากาศในหลอดลมแคบลงอีก ทำให้เกิดอาการหอบหืดขึ้นเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการหอบ ไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจถี่เวลาหายใจจะมีเสียงดังวี๊ดๆ อาการหอบหืดมักจะเกิดขึ้นในตอนกลางคืนหรือสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ โดยหลอดลมของเด็กจะมีขนาดเล็กกว่าหลอดลมของผู้ใหญ่ เมื่อมีอาการหดเกร็งและเกิดอาการบวม จะทำให้มีอาการของระบบหายใจได้มากกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้มีหลายสาเหตุด้วยกันค่ะ

 

 

 

1.โรคหอบหืดไม่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์โดยตรงเสมอไป ถ้าเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้มีประวัติเป็นภูมิแพ้ในครอบครัว โอกาสที่จะป่วยเป็นโรคนี้ก็มีมากขึ้น

 

 

2.เกิดจากสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้น โดยการหายใจรับเอาฝุ่น ตัวไรในฝุ่น เกสรดอกไม้ เชื้อราที่ปะปนมาในอากาศ ขนสัตว์เข้าไป  หรือรับประทานอาหารบางชนิดเข้าไป เช่น ไข่ นม อาหารทะเล เป็นต้น

 

 

ซึ่งมลพิษในอากาศจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว เช่น ควันบุหรี่ น้ำมันรถ สารเคมี ควันพิษจากสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยหนึ่งของโรคหอบหืดนี้ รวมไปถึงโรคหวัดที่เด็กๆ มักจะเป็นกันบ่อยๆ ด้วยคะ โดยในเด็กเล็กๆ โรคหอบหืดมักเกิดตามหลังอาการหวัด ซึ่งเป็นการติดเชื้อไวรัส

 

 

3.การออกกำลังกายที่มากจนเกินไปสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้ ซึ่งการออกกำลังกายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายต้องออกกำลังในระดับที่เหมาะสมคะ

 

 

4.การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างเช่น ความเครียด ความกังวล อาการเสียใจอาจจะเป็นสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดอาการหอบหืดได้

 

 

5.การติดเชื้อทางระบบหายใจ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส

 

 

6.การเปลี่ยนแปลงของอากาศ

 

 

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตระดับอาการที่แสดงว่าเป็นอันตรายของลูกได้ ซึ่งลูกจะมีปัญหาในการสื่อสารเพราะการหายใจของเขาไม่สามารถหายใจได้สะดวกติดๆ ขัดๆ และลูกจะมีอาการหายใจถี่ๆ พยายามจะสูดอากาศเข้าปอดของเขาให้ได้จนมีอาการหายใจเร็ว และแรงคุณแม่สามารถสังเกตอาการจากบริเวณชายโครงของลูกที่จะหุบเข้าไปลึกมาก ซึ่งอาการหอบหืดในเด็กส่วนใหญ่จะเริ่มดีขึ้นเมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น 6 ขวบขึ้นไป เนื่องจากหลอดลมของเด็กขยายใหญ่ขึ้น และสามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ก็มีที่รักษาแล้วไม่หายขาด ซึ่งมักจะเป็นเด็กที่มีอาการของโรคภูมิแพ้อื่นๆ ร่วมด้วย รวมทั้งไม่มีการดูแลควบคุมที่เหมาะสมพอ

 

 

นอกจากสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้แล้วสิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่เจ้าตัวน้อย  ต้องอาศัยอยู่ทุกวันก็สำคัญนะคะ คุณพ่อคุณแม่ควรจัดห้องให้ปลอดฝุ่น และตัวไรฝุ่น โดยกวาดบ้านและทำความสะอาดบ้าน รวมไปถึงทำความสะอาดห้องนอนทุกวัน หลังจากนั้นใช้ผ้าเปียกเช็ดพื้นให้สะอาด ควรปิดบานประตูและหน้าต่างของห้องนอนตลอดเวลาที่ไม่มีคนอยู่ เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปภายในห้องค่ะ ซึ่งภายในห้องนอนควรมีเครื่องตกแต่งเท่าที่จำเป็นไม่ควรปูพรม เพราะพรมจะจับฝุ่นได้มากพื้นห้องควรเป็นไม้หรือกระเบื้องยางจะดีที่สุดค่ะ ส่วนหมอนและตุ๊กตาสำหรับเจ้าตัวน้อยควรทำด้วยใยสังเคราะห์  เพื่อไม่ให้เป็นที่เก็บสะสมฝุ่นและเชื้อราโดยการป้องกันโรคหอบหืดที่ดี คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังไม่ให้ลูกสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ซึ่งการทำความสะอาดบ้านเป็นประจำนับเป็นการป้องกันลูกจากโรคหอบหืดได้วิธีหนึ่งค่ะ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)