© 2017 Copyright - Haijai.com
ดื่มชาเวลาไหน ได้ประโยชน์สูงสุด
Q : เป็นคนชอบดื่มชามากค่ะ ทราบว่ามีทั้งประโยชน์และโทษ จึงอยากรู้ข้อมูลว่า ควรดื่มชาเวลาไหนถึงจะได้ประโยชน์ที่สุด และควรเป็นชาชนิดใดด้วยค่ะ
A : เมื่อจัดแบ่งประเภทชาตามระดับของการหมักแล้ว หลักๆ จะสามารถแบ่งชาออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ชาขาว (White Tea) ชาเขียว (Green Tea) ชาอู่หลง (Oolong Tea) และชาดำ (Black Tea) โดยชาขาวและชาเขียวนั้น เป็นชาที่ไม่ผ่านการหมักเลย ส่วนชาอู่หลงเป็นชาที่ผ่านการหมักบางส่วน และชาดำเป็นชาที่ผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์
จึงขอแนะนำชาขาวเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้ที่เริ่มดื่มชาเพื่อสุขภาพ
ชาขาวได้จากการเก็บใบชาตั้งแต่ยอดชายังอ่อนอยู่ ชาชนิดนี้จะมีกลิ่นอ่อนกว่าชาชนิดอื่น และมีปริมาณกาเฟอีนน้อยกว่า คือ ประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อถ้วย พบว่าชาที่ชงจากใบชาใส่กา จะมีปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์มากกว่าชาที่ชงจากชาที่อยู่ในถุงชา
ประโยชน์ของชาขาวนั้นมีหลากหลาย นอกจากช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจเหมือนชาชนิดอื่นๆ แล้ว พบว่าชาขาวอาจจะมีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคเบาหวานอีกด้วย เพราะพบว่าผู้ที่ดื่มชาขาวเป็นประจำ จะมีความทนทานต่อน้ำตาลกลูโคส (Glucose Tolerance) ดีขึ้น (ร่างกายสามารถปรับตัวให้มีการหลั่งอินซูลินออกมา ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้) และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้
การดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ มีผลให้กระเพาะอาหารดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ท้องผูก ยิ่งถ้าดื่มชาเข้มข้นในช่วงท้องว่างติดต่อกัน เป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้ จึงควรดื่มชาหลังกินอาหารแล้ว 2-3 ชั่วโมง
การดื่มชาอาจไม่เหมาะสมและทำให้เกิดโทษได้ ในผู้ที่ไตทำงานบกพร่องหรือมีอาการไตวาย ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ สตรีที่กินยาคุมกำเนิด สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ เป็นต้น
ไม่ควรดื่มชาขณะกินยา ไม่ว่ายาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ ไม่ควรดื่มชาก่อนนอนสำหรับผู้ที่นอนหลับยาก หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัด เพราะความร้อนจะไปทำลายเนื้อเยื่อ จนทำให้เกิดอันตรายในช่องปาก ลำคอ และลำไส้ได้ ไม่ควรดื่มชาที่ชงค้างคืนหรือชงไว้นานหลายชั่วโมง เพราะชาอาจบูด ชาที่ชงทิ้งค้างไว้นานๆ พบว่ามีกรดแทนนิกสูง และสารต่างๆ ในน้ำชาอาจทำปฏิกิริยาจนกลายเป็นสารพิษได้
(Some images used under license from Shutterstock.com.)