ห้ามหญิงมีครรภ์เฝ้าไข้
คนโบราณท่านห้ามหญิงมีครรภ์เฝ้าไข้
เมื่อมีใครเจ็บไข้ได้ป่วย จะนอนรักษาอยู่ที่บ้านหรือไปอยู่โรงพยาบาลก็ตาม ท่านห้ามหญิงมีครรภ์ไปเฝ้าไข้ หาไม่แล้วคนไข้จะหายช้า อาการของคนไข้จะทรงอยู่อย่างนั้น ไม่หายสักที
ทั้งนี้เพราะว่า คนท้องก็ตั้งท้องอยู่นานหลายเดือนไม่คลอด โดยประมาณ ๘ – ๙ เดือนโน่นถึงจะคลอดทารก เมื่อตนเองยังคลอดช้า แล้วจะไปเฝ้าคนไข้ให้หายเร็วได้อย่างไร ก็ต้องหายช้าเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น คนท้องจึงไม่ควรไปเฝ้าไข้ อยู่ดูแลลูกในครรภ์ให้ดีที่สุดนั่นแหละประเสริฐแล้ว
ความมุ่งหมายที่แท้จริง (ห้ามหญิงมีครรภ์เฝ้าไข้)
เพื่อป้องกันมิให้หญิงมีครรภ์ติดเชื้อโรคจากคนไข้ เพราะถ้าหญิงมีครรภ์เกิดเจ็บป่วยขึ้นมา จะมีผลเสียต่อสุขภาพของเด็กในท้องด้วยเป็นแน่
อีกอย่างหนึ่ง อาจทำให้หญิงท้องนั้นมีสุขภาพจิตไม่ดี เหนื่อยหน่ายท้อแท้ สลดหดหู่ ไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่กระฉับกระเฉง เมื่อเห็นสภาพของคนไข้ ซึ่งไม่มีอะไรน่าดูน่าชม
กรณีจำเป็นต้องไปเยี่ยมเยียนคนเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง เพราะเป็นญาติเป็นมิตรกัน คนท้องควรทำตัวเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์พร้อมก่อน มีการป้องกันการติดเชื้อโรคอย่างดี และไม่ต้องไปอยู่นานนัก