การออกกำลังกายในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

การออกกำลังกายในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

การออกกำลังกายในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

 

 

แม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้ควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้น แต่การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จะต้องเริ่มอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นจะมีความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างมาก และอาจเป็นอันตรายได้ ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างมาก และอาจเป็นอันตรายได้ ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตขณะพักสูงกว่า 180/100 มิลลิเมตรปรอท จึงควรควบคุมความดันโลหิตด้วยยาให้เหมาะสมก่อนเริ่มออกกำลังกาย ยาที่ใช้ในโรคความดันโลหิตสูงมีหลายชนิด ผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและตรงเวลาทุกวัน เมื่อควบคุมความดันโลหิตได้ด้วยยาที่ขนาดพอดีแล้ว จึงควรเริ่มออกกำลังกายระดับเบา และค่อยๆ เพิ่มความแรงขึ้น ซึ่งควรรับคำแนะนำจากแพทย์ และควรออกกำลังกายแต่พอดี “ถ้ารู้สึกเหนื่อย หอบ เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ ควรหยุดกิจกรรมนั้นทันที”

 

 

หลักปฏิบัติ

 

 ผู้ป่วยที่รับประทานยาขับปัสสาวะ ควรดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทน ส่วนที่ถูกขับจากร่างกาย เมื่อเริ่มรับประทานยาใหม่ๆ ใน 2-3 สัปดาห์แรก อาจเป็นตะคริวได้ง่าย ควรลดขนาดยาชั่วคราวจนกว่าอาการจะดีขึ้น แพทย์อาจเปลี่ยนยาเป็นยาขับปัสสาวะชนิดที่ไม่ขับโปแตสเซียมให้ก็ได้

 

 

 ผู้ป่วยที่รับประทานยาเบต้าบล็อกเกอร์ เช่น ยาโพรพราโนลอล ยาอะทีโนลอล และยาเมโทโพรลอล เป็นต้น ยากลุ่มนี้จะทำให้หัวใจเต้นช้าลง จึงช่วยป้องกันไม่ให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นตามที่ควร จะเป็นเมื่อออกกำลังกาย นอกจากนี้ยายังทำให้มีอาการอ่อนเพลีย และมีกล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย จึงทำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายได้ไม่นาน ดังนั้น ผู้ป่วยที่รับประทานยาเบต้าบล็อกเกอร์ ควรทำความเข้าใจในเหตุการณ์นี้ และไม่ควรฝืนออกกำลังกายให้มากและนาน

 

 

 ผู้ป่วยที่รับประทานยาที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด กลุ่มอัลฟ่าบล็อกเกอร์ เช่น ยาด๊อกซาโซซิน หรือกลุ่มยาต้านแคลเซียม เช่น ยาแอมโลดิปีน ยาแมนนิดิปีน เป็นต้น อาจพบภาวะความดันโลหิตต่ำหลังหยุดออกกำลังกายได้ ดังนั้น ควรเพิ่มเวลาในช่วงท้ายของการออกกำลังกายที่ค่อยๆ ผ่อนแรงลงก่อนจะหยุดเพื่อป้องกันการเกิดภาวะความดันโลหิตตก

 

 

 ผู้ป่วยควรเริ่มอบอุ่นร่างกายด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นจึงเพิ่มการออกกำลังกายแรงขึ้นทีละน้อย ถ้ารู้สึกเหนื่อยหายใจไม่ทัน ต้องไม่เพิ่มแรงต่อไปอีก แต่ให้ลดแรงในการออกกำลังกายลงมาและค่อยๆ ผ่อนแรงลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุด

 

 

 ผู้ป่วยควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็สามารถออกกำลังกายครั้งละ 20 นาที สัปดาห์ 3-4 วันได้

 

 

ภก.สัณห์ อภัยสวัสดิ์


4963
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์