Haijai.com


นวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ นวดบำบัดอาการผ่อนคลาย


 
เปิดอ่าน 4436

บำบัดด้วยนวดแผนไทย ในยุคสังคมก้มหน้า

 

 

สังคมก้มหน้ากำลังกลายเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะทุกคนล้วนต่างจดจ้องกับอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออีบุ๊ครีดเดอร์ โดยสัดส่วนผู้ใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไปไหนมาไหน ผู้คนพากันก้มกดหน้าจอด้วยกันทั้งนั้น แต่ผลหลังจากที่กดหน้าจอไปนานๆ นั่นคือ อาการซินโดรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรคเท็กซ์เนค” ซึ่งเป็นอาการของคนที่ก้มหน้าอยู่บ่อยๆ และซ้ำๆ ตลอดเวลา

 

 

จึงขอนำเสนอการแก้อาการซินโดรมของเหล่าขาแชททั้งหลาย ด้วยการนวดแผนไทยที่ใครๆ ต่างก็ยกนิ้วให้ว่า ได้ผลแบบชะงัดนัก พร้อมสำรวจด้วยว่า คนไทยนิยมใช้บริการนวดแผนไทยมากขนาดไหน

 

 

นวดเพื่อผ่อนคลาย VS นวดบำบัดอาการ

 

ผู้ใช้บริการนวดแผนไทยส่วนใหญ่ มักจะมาด้วยอาการบำบัดทั้งหมด โดยเป็นลักษณะอาการขัดและไม่สบายตามส่วนของร่างกายต่างๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลก็ได้ เช่น เล่นกีฬาแล้วมือซ้น หรือทำกิจกรรมแล้วเท้าเกิดซ้นขึ้นมา เป็นต้น ซึ่งการนวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ จะมีคนเข้ามาใช้บริการนวด เพื่อบำบัดอาการถึง 80 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อีก 20 เปอร์เซ็นต์ คือ ผู้ใช้บริการที่ไม่ได้เจ็บป่วยแต่อย่างใด แต่มาทดลองนวด เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง

 

 

การนวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ จะเป็นการบำบัดเพื่อรักษาอาการต่างๆ ด้วยการกด บีบ ยืด และดัด ไปตามจุดและเส้น บนร่างกาย เพื่อช่วยผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กระตุ้นอวัยวะภายใน และปรับสมดุลในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งการนวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ จะมีเอกลักษณ์พิเศษ ไม่เหมือนกับการนวดของชาติอื่นๆ

 

 

นั่นก็คือ จะใช้ส่วนต่างๆ ของหมอนวดในการบรรจงนวดร่างกาย อาทิ มือ ศอก และเข่า เป็นต้น เพื่อความเหมาะสมกับบริเวณที่จะต้องนวด รวมถึงการตัดดึงเพื่อยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ของร่างกายตามแบบฤาษีดัดตน

 

 

ปวดหลัง อาการยอดนิยมอันดับหนึ่ง

 

การนวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ จะไม่เน้นที่การนวดอวัยวะใดเพียงอวัยวะเดียว แต่จะนวดหมดทั้งตัว เพราะว่าการนวดแผนไทยคือการสร้างสมดุลของร่างกาย โดยตามหลักแพทย์แผนไทยแล้ว เชื่อว่า ดิน น้ำ ลม และไฟ คือส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย ดังนั้นการที่ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ จะต้องทำทั้ง 4 ส่วนประกอบนี้ให้อยู่ในจุดที่สมดุลด้วย หลังจากสมดุลแล้ว จึงจะมาแก้อาการและปัญหาที่มีต่อไป ซึ่งถ้ามีอาการเกิดขึ้นที่บริเวณใด ส่วนนั้นจะถูกนวดและเน้นให้เป็นพิเศษ

 

 

ผู้ใช้บริการที่มานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ส่วนมาก จะมาด้วยอาการปวดหลังเป็นหลัก ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้บริการทั้งหมด เนื่องจากวิถีชีวิตในการทำงานที่ผิดรูปแบบ จนกลายเป็นอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” อีก 30 เปอร์เซ็นต์ถัดไป จะมาด้วยอาการปวดคอและไหล่ เนื่องจากอาการเครียดสะสม และ 30 เปอร์เซ็นต์สุดท้าย จะมาด้วยอาการมือและเท้าซ้น เนื่องจากการเล่นกีฬาและทำกิจกรรมทั่วไป ซึ่งเป็นการเคล็ดขัดยอกนิดๆ หน่อยๆ ที่ทายาหม่องหรือยานวดแล้ว อาจจะไม่หาย จึงมาบำบัดและรักษาอาการด้วยการนวดแทน

 

 

ยุคสังคมก้มหน้ากับผลกระทบที่ตามมา

 

ความเร็วและการใช้ชีวิต ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เกิดอาการเกร็งและปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิถีชีวิตสมัยใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ตเป็นประจำ มักจะมีความเครียดสะสมอย่างต่อเนื่อง ทำให้การพักผ่อนก็จะน้อยลงตามไปด้วย รวมถึงสมาธิขาดช่วงอยู่บ่อยๆ เพราะพะว้าพะวงเรื่องธุระที่จะติดต่อเข้ามา ภาวะจิตใจอาจวอกแวกและสร้างความไม่สงบให้กับร่างกายได้

 

 

การใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ ยังนำมาสู่ข้อสันนิษฐานที่ว่า อายุของคนคนนั้นจะสั้นลงด้วย เพราะการเต้นของหัวใจที่มากเกินไป ทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติได้ ดังนั้นแล้ว การทำอะไรให้ช้าลง ทำอะไรให้นานขึ้นและทำอะไรแบบไม่ต้องกังวล น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ที่ไม่สามารถทำได้ จึงทำให้การนวดและการวิ่งเข้าหาธรรมชาตินั้นเพิ่มขึ้น

 

 

หลายคนทดลองมานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์แล้ว ร่างกายสงบขึ้นมาก เพราะร่างกายได้พักผ่อนจริงๆ หรือคนที่ทำงานเยอะๆ แล้วนอนไม่หลับ การนวดก็สามารถช่วยได้ เพราะนวดแล้วช่วยให้หลับลึกและสนิทกว่าปกติ เนื่องจากมือที่เข้ามาสัมผัสเวลานวด จะกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกสงบ อบอุ่น และปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

 

 

แก้ไขอาการโรค “โรคเท็กซ์เนค”

 

ใครที่ชอบขะมักเขม้นกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนเป็นประจำ การนวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์มีการนวดตัวเองอย่างง่าย เพื่อบรรเทาอาการซินโดรมที่เป็นอยู่ โดยการนวดดังกล่าว เป็นการนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ ตาพร่า ปวดคอ และปวดบ่าให้คลายลง ซึ่งมีวิธีการนวดดังต่อไปนี้

 

1) หลังจากที่เพ่งโทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน 10-15 นาที ให้บริหารดวงตา ด้วยการหลับตาโดยบีบหนังตาให้แน่น แล้วลืมตาออก ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จะช่วยลดอาการตาเบลอได้

 

 

2) กดฐานกะโหลก 3 จุด

 

 

3) ประสานมือ โค้งคอ

 

 

4) ใช้ปลายนิ้วกดบ่าฝั่งตรงข้าม (สลับ มือทำทั้งสองด้าน)

 

 

5) กดหัวคิ้วด้านซ้าย กึ่งกลางหัวคิ้วและหัวคิ้วด้านขวา

 

 

6) ใช้ปลายนิ้วมือคลึงขมับ แล้วจึงใช้อุ้งมือกดขมับทั้งสองข้างเบาๆ

 

 

7) ใช้ฝ่ามือลูบผ่านปากขึ้นไปทางแก้ม และใช้หลังมือไล้จากใต้คางผ่านไปถึงหลังใบหู โดยสลับมือกันทำ ทำทั้งหมด 5-10 รอบ

 

 

แต่ถ้าเกิดใช้สมาร์ทโฟนเยอะๆ แนะนำให้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น่าจะดีกว่า เพราะสมองหรือจิตใต้สำนึกของเรา จะไม่จดจ่ออยู่กับการทำสิ่งนั้น ฉะนั้นแล้ววางเครื่องและพักผ่อนสักนิด เพื่อชีวิตที่ยืนนานต่อไป

 

 

ไม่หายขาด ถ้าไม่ปรับพฤติกรรม

 

มีคนถามว่านวดกี่ครั้ง ถึงจะหายจากอาการดังกล่าว ขอเรียนตามตรงว่า ไม่มีทางหาย ตราบใดที่ยังเล่นสมาร์ทโฟนอยู่เป็นกิจวัตร และตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตให้ดีขึ้น อย่างไรก็ไม่มีทางหายขาด เพราะการนวดแผนไทยช่วยบรรเทาอาการและลดแรงกดดันบริเวณที่มีปัญหาได้ เมื่อนวดเสร็จและอาการดีขึ้น แต่พฤติกรรมยังทำอยู่เหมือนเดิม อย่างไรเสียก็ต้องกลับมานวดใหม่อีกครั้ง คือ วนเป็นวัฏจักรไม่จบสิ้น ดังนั้นแล้วควรปรับพฤติกรรมให้สมดุล เล่นโทรศัพท์แต่พอดี เพื่อให้ร่างกายมีความสุขและมีสุขภาพที่ดีต่อไป

 

 

คุณเสรัชย์ ตั้งตรงจิตร

ผู้บริหารโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ

วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์)

(Some images used under license from Shutterstock.com.)