อยากสวย อย่าหยุดหาความรู้ เพื่อจะสวยได้อย่างถูกวิธี
ในปัจจุบัน ศาสตร์ของการนวดหน้ามีวิธีเรียกชื่อที่แตกต่างกันออกไป ในบางครั้งก็ตั้งชื่อให้แปลกออกไป เพื่อการสร้างความแตกต่างในการตลาด ให้ลูกค้าสนใจ แต่คุณทราบไหมว่า การนวดหน้าเป็นศาสตร์หนึ่งที่เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยมีอิทธิพลมาจากกลุ่มชาติตะวันตก ซึ่งมีนวัตกรรมและท่านนวดที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเองหลายๆ ท่า มีมากกว่าถึง 70 ท่านวดก็มี ท่านวดเหล่านี้ ถูกคิดค้นขึ้นโดยนกัวิทยาศาสตร์เพื่อความงาม ความเป็นผู้ร็จริงในหลักการทฤษฏีว่าด้วยเรื่องของสรีระวิทยา กายภาพศาสตร์ ซึ่งในสภาพสังคมในปัจจุบัน การโฆษณาชวนเชื่อและอาศัยกับความไม่รู้ของกลุ่มบุคคลที่แสวงหาประโยชน์จากวิชาชีพเหล่านี้ โดยไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง จึงทำให้บ่อยครั้งเรามักเห็นข่าวสารที่ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อเหล่านี้อย่างมากมายในสังคมไทย
เรื่องของกล้ามเนื้อในร่างกายของเรา ซึ่งมักจะอยู่ในลักษณะหดตัวอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้พร้อมในการเคลื่อนไหว ถ้ากล้ามเนื้อไม่กระชับตัว ก็จะไม่มีความแข็งแกร่ง จะมีรูปร่างผิดปกติไม่สามารถสนองตอบปฏิกิริยาภายนอกได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในร่างกายของมนุษย์ จะประกอบด้วยกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Muscle of the body) ซึ่งกล้ามเนื้อในร่างกายทั้งหมดจะมีอยู่ประมาณ 792 มัด เป็นกล้ามเนื้อชนิดที่อยู่ในอำนาจจิตใจ 696 มัด ที่เหลืออีก 96 มัด เป็นกล้ามเนื้อที่เราบังคับได้ไม่เต็มสมบูรณ์
การนวดหน้าที่ได้ผลประกอบด้วย ผู้ที่ให้บริการทำทรีตเมนต์ ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกล้ามเนื้อของใบหน้า (Muscle of the Face) : แบ่งตามหน้าที่คือ
1.กล้ามเนื้อแสดงสีหน้า (Muscle of facial expression)
ที่อยู่ติดกับผิวหนังมากจึงมีหน้าที่ทำให้ผิวหนังเคลื่อนไหว และเปลี่ยนลักษณะของสีหน้า ประกอบด้วย
• Orblcularis oculi กล้ามเนื้อเป็นวงรอบดวงตา ทำหน้าที่ปิดหนังตาเวลาหลับตา หลิ่วตา
• Orblcularis oris กล้ามเนื้อเป็นวงรอบริมฝีปาก ทำหน้าที่ปิดปาก เม้มปาก ผิวปาก
• Frontalis กล้ามเนื้อหน้าผาก ทำหน้าที่ยักคิ้ว หน้าผากย่น เวลาเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
• Corrugator supercilii กล้ามเนื้อระหว่างหัวคิ้ว ทำให้เกิดรอยย่นในแนวตั้ง เช่น ตอนขมวดคิ้ว
• Risorious กล้ามเนื้อแยกเขี้ยว, ห่อปากเข้ามา
• Zygomaticus กล้ามเนื้อแก้ม แสดงอาการยิ้ม
2.กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการเคี้ยวอาหาร (Muscles of mastication)
• Masseter กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าด้านข้าง ทำหน้าที่ยกขากรรไกรล่างขึ้น (Mandible) ทำให้หุบปาก
• Temporalis กล้ามเนื้อบริเวณขมับ ทำหน้าที่ยกขากรรไกรล่างขึ้น ทำให้ หุบปากและ ถอยไปข้างหลัง
• Bucclinator กล้ามเนื้อแก้ม ทำหน้าที่ช่วยปัดอาหารให้เคี้ยวได้ทั่ว และยังช่วยในการผิวปาก
3.กล้ามเนื้อคอ (Muscle of the Neck) ประกอบด้วย
• Stenocleido mastoid มี 2 มัด ถ้าทำงานพร้อมกันจะก้มศีรษะลง ถ้ามัดเดียวทำงานจะเอียงศีรษะไปข้างที่หดตัว
• Platysma ดึงริมฝีปากล่างและมุมปากลง กดกระดูกขากรรไกรล่าง (Mandible)
• Mantalis muscle เป็นกล้ามเนื้อคาง เกิดจากกระดูกขากรรไกรล่าง (Mandible) แทรกตัวเข้าไปในบริเวณตอนล่างของกล้ามเนื้อรอบๆ ปาก (Orbicularis oris)
ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาเป็นสิ่ที่เราต้องเข้าใจเบื้องต้นว่า ใบหน้าของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้ออะไรบ้าง เวลาเราสงสัยและอยากมีใบหน้าที่กระชับและไร้ริ้วรอย เราจะมีการปรนนิบัติผิวหน้าบริเวณนั้นๆ ที่เราต้องการเน้นเฉพาะจุดได้อย่างไร การทำทรีตเมนต์ใบหน้าทุกครั้ง อย่าลืมปรนนิบัติผิว บริเวณช่วงคอของเราด้วย เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านพ้นไปหากไม่ดูแล อาจทำให้ลำคอของเราเหี่ยวย่น ไม่กระชับได้ การได้ปรนนิบัติและคลายกล้ามเนื้อ บริเวณใบหน้าและลำค นอกจากจะทำให้ชะลอความแก่ช้าแล้ว ยังทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวสุขภาพดี สวยสมวัยไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ
ดร.ดรัณภัทร วิชชาวุธ
ผู้บริหารโรงเรียนสอนดูแลผิวพรรณเอม
ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Sothys paris skin care ระดับโลก