Haijai.com


10 วิธีดูดีหลีกหนีความแก่ชรา


 
เปิดอ่าน 1875

10 วิธีดูดีหลีกหนีความชรา

 

 

พวกเราแก่ตัวลงโดยไม่มีหนทางหยุดยั้งได้ แต่อาจมีหลายวิธีในการชะลอ เสริมสร้าง หรือการแก่อย่างงดงามตามวัย มีการค้นหว้ามากมายที่พบว่าคนเรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น เมื่อมีอายุมากขึ้น ส่วนหนึ่ง เพราะเข้าใจได้ว่าชีวิตเป็นอย่างไร แล้วคิดได้ว่า ต้องมุ่งสมาธิกับเรื่องสำคัญอื่นๆ มากกว่า

 

 

1.มองความชราว่าเป็นอภิสิทธิ์ที่ได้รับ

 

อาจฟังดูเห่ยในวัฒนธรรมที่ความชราดูจะเป็นภาระ แต่เป็นสิ่งมีค่าในการเตือนตัวเองว่า ระยะหลังนี้ คนเรามีอายุยืนกันมากแค่ไหน ความชราจัดว่าเป็นอภิสิทธิ์ใหญ่หลวงที่ได้รับ เราอายุยืนมากขึ้น มีสุขภาพดีมากขึ้น เราควรรอคอยความชรา ไม่ใช่แค่ทนทำใจรับ การยอมรับความชราช่วยให้มุมมองของเราเปลี่ยนไป แทนที่จะมองคำว่า “เติบโต” ก็มองคำว่า “แก่ตัวลง” แทนและอ้าแขนรับกระบวนการอย่างยอมรับนับถือ

 

 

2.อย่ามัวหลงใหลได้ปลื้มกับความอ่อนเยาว์

 

นึกถึงความรู้สึกตอนอายุ 13 ปีแล้วคุณอาจไม่อยากบ่นเรื่องแก่ตัวลงอีกเลย เพราะมีความแตกต่างใหญ่หลวงระหว่างมุมมองวัยเยาว์ และความรู้สึกวัยที่มากขึ้น จัดเป็นกระบวนการระยะยาว ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียในทุกย่างก้าว

 

 

3.อ้าแขนรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

 

เคยข้องใจบ้างมั้ยว่าเดือนก่อน ปีก่อน หรือสิบปีก่อนผ่านไปได้อย่างไรเนี่ย? เวลาผ่านไปเร็วอย่างน่ากลัว แต่การค้นคว้าพบว่าคุณสามารถทำให้สมองคิดว่าเวลาผ่านอย่างเชื่องช้า ด้วยการทำสิ่งใหม่ๆ เมื่อเราได้รับข้อมูลใหม่ๆ มากมายก็ต้องใช้เวลาให้สมองรับกระบวนการทั้งหมด ยิ่งกระบวนการใช้เวลานานแค่ไหน ก็อาจรู้สึกว่าเวลานั้นยาวมากขึ้น

 

 

คุณประโยชน์การเรียนรู้อีกอย่าง คือ ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพและความอยู่ดีมีสุข กระตุ้นการมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างกว้างขว้างมากขึ้นด้วย และความสามารถในการหว่านอิทธิพล และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ในชีวิต เรายังรู้ด้วยว่าการศึกษาหาความรู้ จัดเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยชะลออาการสมองเสื่อมได้

 

 

4.คบเพื่อนเข้าไว้จะได้ประโยชน์

 

เพื่อนทำให้เราทั้งสุข ทั้งเศร้า หรือกึ่งๆ ทั้งสองอย่าง แล้วยังช่วยให้คุณชราลงอย่างดีมากขึ้นด้วย การศึกษากับผู้ใหญ่วัย 70 ปี พบว่าคนที่พอใจกับสัมพันธภาพในสังคมจะมีสมองตื่นตัว มากกว่าคนอายุน้อยที่สมองเสื่อมโทรม อีกทั้งพบว่าคนอายุมากมีแวดวงเพื่อนฝูงกว้างขวางถึง 22% ไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อเทียบกับคนที่มีเพื่อนน้อยกว่า สิ่งสำคัญคือการมีเพื่อนอายุน้อยกว่า คนหนุ่มสาวมีชีวิตอยู่แบบช่วงสั้น คิดแค่ว่า “อาทิตย์นี้จะทำอะไรดี?” ซึ่งเติมพลังความกระปรี้กระเปร่า ทำให้คุณได้สืบทอดสิ่งที่เรียนรู้ด้วย ดังนั้น จึงรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า การคบคนๆ ละยุคกันจัดเป็นความท้าทาย และทำให้คุณคิดทบทวนสิ่งต่างๆ มีกิจกรรมแปลกใหม่สร้างสรรค์มากขึ้นด้วย

 

 

5.คิดอย่างยืนหยุ่น

 

ปรับตัวรับแนวทางใหม่ๆ สลัดกฎเกณฑ์ไปซะ คนที่แก่ตัวลงอย่างมีคุณภาพคือคนที่เดินทางแบบตัวเบาสุดๆ ต้องอาศัยสปิริตที่ยืดหยุ่น เลี่ยงแนวทางตรงเป๊ะ เลี้ยวลดไม่ได้ เพราะสิ่งที่เคยใช้การได้ในช่วงชีวิตหนึ่งของคุณอาจไม่เหมาะกับคนอื่น มองหาบทเรียนจากทุกหนแห่ง และนี่คือสิ่งน่าตื่นเต้นในชีวิต คุณสามารถเรียนรู้จากใครก็ได้ โดยไม่รู้ว่าบทเรียนต่อไปจะมาจากที่ใด

 

 

6.อ้าแขนรับการรำลึกถึงความหลัง

 

ไม่ว่าจะเป็นการหวนมองดูรูปเก่าๆ เพซบุ๊คกับเพื่อนเก่าที่หายหน้าไปนาน หรือไปงานชุมนุมเพื่อนเก่า การค้นคว้าเผยว่าการหวนทบทวนความทรงจำอันมีความสุขช่วยปรับปรุงความอยู่ดีมีสุขได้ คนที่หวนคิดถึงชีวิตสมัยก่อนมักมองอนาคตเบื้องหน้าในแง่ดี

 

 

7.กระตุ้นชีวิตเซ็กซ์

 

โจน คอลลินส์ ดาราวัย 80 ปี บอกว่า “อย่าลืมความสำคัญของเซ็กซ์ เวลาอยากดูดีหรือรู้สึกดีๆ” ซึ่งโลกวิทยาศาสตร์เห็นพ้องด้วย จากการศึกษาพบว่าคนมีชีวิตเซ็กซ์มีสุขภาพดี มีความสุข จะมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนทั่วไป

 

 

ถ้าคุณอยู่ในสภาพเซ็กซเสื่อม เนือย ไม่รู้จะบอกคู่ครองว่าต้องการอะไร คำแนะนำคือให้ผลัดกันพูดความต้องการแล้วผลัดกันตอบ

 

 

8.เลิกเสียดาย

 

ความเสียดายทุกเรื่องที่เราเก็บกักไว้ในใจ ทำให้ใช้พลังงานในการเก็บกดเอาไว้ กินเนื้อที่สมอง เหมือนขยะที่อุดตันแม่น้ำ การจะเติบโตก้าวต่อไป คุณต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องที่ “น่าจะทำ” หรือ “เรื่องที่ไม่น่าเกิด” ไร้ประโยชน์จะมานั่งบ่นเสียดายอดีต ประเด็นชีวิตคือการเติบโต เปลี่ยนแปลงปรับตัว ถ้าเรามัวติดแหง็กกับอดีต เท่ากับไม่ปล่อยให้ตัวเองเปลี่ยนแปลง แก่ตัวมากขึ้นแทนที่จะเป็นคนใหม่ที่ควรจะเป็นในวันนี้ ถ้าเราเก็บความเสียดายเอาไว้ เราจะแก่ตัวลงพร้อมกับความเจ็บปวด

 

 

9.วางแผนความฟิตชั่วชีวิต

 

นอกจากคุณประโยชน์อื่นๆ แล้ว การทำดังนี้จะช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน หลอดเลือดสมองตีบ และมะเร็งได้ การออกกำลังกายยังช่วยลดความเสี่ยงอาการสูญเสียความจำ การศึกษาพฤติกรรม 5 ประการ (ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ กินโภชนาการอาหารดีต่อสุขภาพ และดื่มแอลกอฮอล์น้อยนิด) พบว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คือ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากสุด ในการปรับปรุงสุขภาพสมองในระยะยาว

 

 

10.ยึดกฎเหล็ก

 

ไม่สายเกินไปที่จะสานฝันและมุ่งไปที่ความทะเยอทะยาน ที่จริงสมองเราพัฒนาหลากหลายแบบ ในวัยกลางคนคุณเริ่มเพิ่มพูดความสามารถในการใช้ข้อมูลทั้งปวงในสมองทุกวันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายการที่สิ่งต่างๆ ในความจำเริ่มถดถอย แต่การจัดหมวดหมู่ทฤษฏีจะถูกปรับปรุงมากขึ้น แน่นอนว่าคุณคงไม่ชนะการแข่งเทนนิสตอนอายุ 50 นักเขียนอย่างเดเนียล เดอโฟ ไม่ได้พิมพ์หนังสือที่เขียนจนกระทั่งอายุ 60 หญิงอายุ 100 ปี ให้สัมภาษณ์ว่าเสียดายอะไร เธอบอกว่า “ถ้ารู้ว่าจะอยู่ถึงร้อยปี ฉันคงเรียนไวโอลินตอนอายุ 40 ถึงตอนนี้ฉันก็คงได้เล่นมานาน 60 ปี”

(Some images used under license from Shutterstock.com.)