หลายเหตุผลที่คุณแม่ต้องคุมกำเนิดหลังคลอด

หลายเหตุผลที่คุณแม่ต้องคุมกำเนิดหลังคลอด

หลายเหตุผลที่คุณแม่ต้องคุมกำเนิดหลังคลอด

 

 

คุมกำเนิดใช่ว่าจะสำคัญเฉพาะกับสาวก่อนตั้งครรภ์กลุ่มเดียวเสียเมื่อไหร่ กับคุณแม่หลังคลอดก็เป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือ เปอร์เซ็นต์การมาพบแพทย์หลังคลอดตามนัดนั้นมีน้อย ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ทั้งอาจตั้งครรภ์ในท้องต่อไปภายในระยะเวลาใกล้กันกับครรภ์แรกมากจนเกินไป หรือแม้แต่การเลือกการคุมกำเนิดแบบผิดวิธี ก็อาจมีผลกระทบต่อทั้งแม่และลูกเลยทีเดียว การปรึกษาวิธีคุมกำเนิดหลังคลอดจึงสำคัญ

 

 

โดยคุณแม่หลังคลอดบุตรจะมีเรื่องของฮอร์โมนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ คุณแม่จึงควรเริ่มคุมกำเนิดตั้งแต่ 3-4 สัปดาห์หลังคลอด ซึ่งการคุมกำเนิดหลังคลอดต้องคำนึงถึงปัจจัยดังนี้

 

 กำลังให้นมบุตรหรือไม่

 

 

 มีแผนจะมีบุตรต่อไปอีกหรือไม่ และเมื่อไหร่

 

 

สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดห้ามลืม

 

 งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 เดือน หลังคลอด

 

 

 ตรวจร่างกายหลังคลอด โดยปกติแพทย์จะนัดตรวจภายในหลังคลอดบุตรประมาณ 1 เดือน

 

 

 เริ่มคุมกำเนิด โดยการปรึกษาแพทย์ว่าจะคุมกำเนิดด้วยวิธีใด

 

 

ทำไมต้องคุมกำเนิดหลังคลอดบุตร

 

คุณแม่ต้องอย่าลืมว่า ในขณะให้นมบุตรฮอร์โมนต่างๆ จะทำให้ประจำเดือนไม่มา เราจึงไม่สามารถคำนวณโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้เลย ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่ารังไข่จะทำงานเมื่อไร หลายกรณีที่คุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรตั้งครรภ์เลย ซึ่งแพทย์แนะนำว่าหลังคลอดถ้าต้องการมีบุตรต่อควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 ปี เนื่องจากมดลูกอาจจะยังไม่พร้อม อาจทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด คุณแม่อาจตกเลือดหรือแท้งได้ เพราะฉะนั้น คุณแม่ที่ให้นมบุตรจึงต้องคุมกำเนิดไปด้วยพร้อมๆ กัน

 

 

วิธีคุมกำเนิดมีอะไรบ้างนะ

 

การคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมนทั้งชนิดฮอร์โมนรวมและฮฮร์โมนเดี่ยว

 

 การรับประทานยาคุมกำเนิดมีทั้งชนิดฮอร์โมนรวมและฮอร์โมนเดี่ยว

 

 

 การใช้ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

 

 

 การใช้ยาฝังคุมกำเนิดเป็นชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

 

 

 ใช้ห่วงกำเนิดที่มีฮอร์โมนเป็นชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

 

 

 การใช้ยาแปะคุมกำเนิด เป็นชนิดฮอร์โมนรวม

 

 

การคุมกำเนิดแบบไม่ใช้ฮอร์โมน

 

 ใช้ถุงยางอนามัย

 

 

 การใช้ห่วงคุมกำเนิดชนิดที่ไม่มีฮอร์โมน

 

 

 การมีเพศสัมพันธุ์ โดยฝ่ายชายหลั่งอสุจิข้างนอก

 

 

คุมกำเนิดแบบไหนเหมาะกับคุณแม่หลังคลอด

 

คุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรควรเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมน เนื่องจากจะไม่มีผลกระทบกับการให้นมบุตร โดยคำนึงถึงความต้องการของคุณแม่ได้เอง ดังนี้

 

 สำหรับคุณแม่ที่อยากคุมกำเนิดระยะยาว 3-5 ปีขึ้นไป การใส่ห่วงคุมกำเนิดสามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี แต่ไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากห่วงคุมกำเนิดอาจทำให้มีตกขาวมากผิดปกติ การใช้ยาฝังคุมกำเนิดสามารถคุมได้ 3 ปี การฉีดยาคุมกำเนิดเป็นอีกทางเลือกสำหรับการคุมกำเนิดระยะยาว โดยนิยมมาฉีดเมื่อมารับการตรวจหลังคลอดประมาณ 4-6 สัปดาห์ ฉีดทุกๆ 3 เดือน เมื่อจะมีบุตรต่อไปก็หยุดยา แต่ข้อเสียคือยาจะมีฤทธิ์ค้างอยู่ในร่างกายสักระยะหนึ่ง

 

 

 สำหรับคุณแม่ที่ต้องการมีบุตรต่อเนื่องภายใน 1-2 ปี แนะนำให้ใช้การคุมกำเนิดแบบรับประทาน ซึ่งสามารถเริ่มมีบุตรได้ทันทีหลังหยุดทานยา แต่ข้อเสียคือต้องทานยาต่อเนื่อง หากรับประทานไม่ต่อเนื่องจะส่งผลเสียต่อสมดุลย์ฮอร์โมนของร่างกายได้ นอกจากนี้การใช้ถุงยางอนามัย และการมีเพศสัมพันธ์ โดยฝ่ายชายหลั่งอสุจิภายนอกก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

 

 

 สำหรับคุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรเลือกการคุมกำเนิดด้วยวิธีไม่ใช้ฮอร์โมน หรือใช้ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการสร้างน้ำนมโดยมีทั้งยาฉีด ยาแบบรับประทาน ยาฝัง คุมแม่สามารถเลือกใช้ได้ตามที่ต้องการ

 

 

 สำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตร สามารถเลือกการคุมกำเนิดได้ทุกวิธีการ

 

 

คุณแม่หลังคลอดทานยาเม็ดคุมกำเนิดได้หรือ

 

การทานยาคุมทั่วไป จะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน อาจมีผลยับยั้งน้ำนมได้ การรับประทานยาจึงเหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมบุตรมากกว่า

 

 

การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวมีผลข้างเคียงอย่างไร

 

 ประจำเดือนมากระปริดกระปรอย

 

 

 บางรายมีน้ำหนักตัวขึ้น

 

 

 อาจเกิดสิว ฝ้า

 

 

 หากใช้ยาฉีด ยาอาจค้างอยู่ในร่างกายสักระยะกว่าที่รังไข่จะกลับมาทำงานปกติ ประมาณ 3-6 เดือน

 

 

สำหรับยาคุมกำเนิดแบบใช้ฮอร์โมน มีข้อห้ามในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือผ็ที่เป็นโรคเลือด เนื่องจากทำให้เลือดแข็งตัวง่าย อาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดได้ คนที่มีปัญหาอาจปรึกษาแพทย์ก่อนคุมกำเนิดทุกครั้ง

 

 

นายแพทย์สุระ โฉมเฉล้ม

สูตินรีแพทย์ ศูนย์สุขภาพสตรี

โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน


4291
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์