Haijai.com


หยุดหลีกหนีหันหลังให้ปัญหา พิชิตความสุขให้ตัวคุณเอง


 
เปิดอ่าน 1342

ปรัลเปลี่ยนวิธีคิด พิชิตความสุขให้ตัวคุณเอง

 

 

จะว่าไปแล้วชีวิตเราเกิดมาช่างสั้นนัก เราอาจวางอนาคตของตัวเราเองว่าจะเดินไปในทางไหนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดีและควรทำ การมีสเต็ปชีวิตเป็นขั้นๆ สามารถช่วยให้เรารู้ตัวเองได้ว่า ณ วันนี้เราก้าวเข้ามายืน ณ จุดใดแล้ว แต่ “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ดั่งคำพระที่ว่า อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราอยากทำ แต่เราอาจจะไม่มีเวลาพอจะทำก็เป็นได้

 

 

ดังนั้น การสร้างความสุขในแต่ละวันของชีวิตเสียตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักปล่อยปะละเลยความสุขที่แท้จริงของตัวเราเองไป และมักทำให้เรื่องที่คนอื่นอยากให้เราเป็น คนอื่นอยากให้เรามี พูดง่ายๆ คือบุคคลเหล่านั้นคือคนที่ขโมยคามสุขที่แท้จริงจากตัวคุณไป แล้วจะทำอย่างไรล่ะ เพื่อที่บุคคลอื่นเหล่านั้นจะไม่สามารถขโมยความสุขจากตัวคุณไปได้ คำตอบคือ “หยุด”

 

 

หยุดใช้เวลาไปกับคนที่ไม่ใช่ คือ สิ่งที่คุณควรหยุดเป็นอันดับแรก หากมีใครคนใดคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต และใครคนนั้นต้องการที่จะอยู่ในชีวิตคุณต่อไป เขาจะสร้างพื้นที่เล็กๆ ให้กับคุณโดยที่ไม่เบียบเบียนความสุขของคุณเลยแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันหากคุณยังปล่อยให้ตัวเองเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ใช่ตั้งแต่แรก คุณก็จะโดนมองข้ามคุณค่าไป สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือให้พึงจำไว้เสมอว่า ไม่มีใครที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปได้ตลอดกาล มีแต่ตัวและใจคุณเองเท่านั้นที่เป็นมิตรที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

 

 

ทุกวันนี้คนเรามักเอาตัวเองไปผูกติดกับคนรอบข้างที่ไม่ได้มีส่วนสำคัญ ในการดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขของคุณเลย หลายคนพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้คนเหล่านั้น ยอมรับในตัวคุณเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ กับบุคคลจำพวกใช้เงินไปกับการซื้อของ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ทั้งที่คุณก็ไม่ได้ชอบมากนัก เพื่ออวดคนที่คุณไม่ชอบ สุดท้ายคนที่เหนื่อยก็คือตัวคุณเอง การผูกติดตัวเองกับคนที่มองเพียงรูปลักษณ์ภายนอก สนใจเพียงรูปร่างหน้าตา สะท้อนค่านิยมของสังคมต่อการให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา ส่งผลให้คนที่คิดว่ารูปร่างหน้าตาตัวเองบกพร่องตลอดเวลา หันหน้าเข้าสู่การทำศัลยกรรมความงาม ถ้าผลออกมาดี พอใจ ก็ถือว่าเป็นโชค แต่ถ้าทำแล้วไม่พอใจ ก็ยิ่งสร้างความทุกข์ทรมานใจให้ตัวเอง ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนค่านิยมที่เน้นความสวยงามมากกว่าความรู้ความสามารถ หรือทำความดีช่วยเหลือสังคมแล้ว เพราะการที่คนอื่นมองเราเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ฐานะเงินทอง โดยที่ไม่คำนึงถึงคุณค่าทางจิต ความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่ แล้วมีเหตุผลจำเป็ฯอะไรล่ะที่คุณต้องไปยึดและผูกติด นั่งอธิบายว่าเราเป็นอย่างไรให้คนที่เขาไม่แคร์คุณฟัง ให้คุณหยุดเอาเวลาที่มานั่งอธิบายตัวเองให้คนอื่นฟัง ไปสร้างความสุขอย่างอื่นแทนจะดีกว่า เพราะคนที่เขาเข้าใจและแคร์คุณ เขาไม่ต้องมานั่งฟังคุณอธิบาย เพราะเขาจะเข้าใจคุณตั้งแต่แรก โดยแทบไม่ต้องพูดอะไรสักนิด ในขณะเดียวกัน คนที่เขาเกลียดคุณหรือเป็นศัตรูคุณ เขาก็ไม่มานั่งฟังคุณเช่นกัน เพราะฉะนั้น จงหยุดใช้เวลาหรือให้ความสำคัญกับคนแย่ๆ เหล่านั้นแล้วหันมามองหาคุณค่าในตัวเองให้เจอ และภาคภูมิใจไปกับมัน และถ้าหากมีใครที่อยู่ข้างกายคุณตอนที่คุณลำบากที่สุด ก็นับได้ว่าเขาเป็นเพื่อนแท้ของคุณ

 

 

เมื่อเราเริ่มมองเห็นคุณค่าของตัวเอง เราก็จะรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคาวมสุขกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวเรา แต่อย่างที่รู้กันว่า การแสวงหาความสุขเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก พระเจ้ามักส่งบททดสอบด้านจิตใจมาให้เราแก้ไขเสมอ คำว่า “ปัญหา” จึงถูกบัญญัติขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า มักบัญญัติคำว่า “ทางออกของปัญหา” ส่งมาคู่กัน

 

 

เพียงแต่เราต้องตั้งสติแล้วหาช่องทางนั้นให้เจอด้วยจิตใจเข็มแข็ง หยุดหลีกหนี หรือหันหลังให้ปัญหา โดยที่ยังไม่ทันได้ลงมือทำ ขณะเดียวกัน หากเรากล้าที่จะเพียงแค่ลองหยุดนิ่งใคร่ครวญ ก่อนคิดหาทางออก เพื่อให้รู้จักอารมณ์ที่แท้จริงในขณะนั้นว่า โกรธ เศร้า เจ็บปวด หรือ หดหู่ ผิดหวัง เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์แล้วก็จะเกิดความรู้สึกเปิดใจยอมรับ บางครั้งปัญหานั้น สามารถใช้เพียงเหตุผลก็แก้ไขได้ โดยที่ยังไม่ต้องนั่งคิดหาทางออกให้ปวดหัวเลย

 

 

ทั้งนี้ หนทางพิชิตชัยชนะเพื่อสร้างความสุขแก่ชีวิต ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นที่รัก การเป็นที่พึ่งของคนอื่น การเป็นดาวเด่นหรือจุดสนใจ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าการถูกยอมรับ หรือถูกมองคุณค่าในตัวคุณเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความสุขให้ชีวิตได้ แต่ทั้งนี้ความสุขนั้นต้องมาพร้อมความสบายใจอย่างแท้จริงด้วย บางครั้งเราคิดว่าเราอยากเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เสมอไป ตัวตนบางอย่างของเราไม่ได้เนสิ่งที่เราเกิดมาเพื่อเป็น และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจำเป็นต้องเป็นด้วย ในทางกลับกัน การที่คุณพยายามเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณจะเป็นเพียงการเสียเวลา ฝืนตัวเอง และเสียโอกาสที่จะพัฒนาส่วนเด่นของคุณเองอีกต่างหาก นอกจากนี้แล้ว การพยายามเป็นที่รักของทุกคน พยายามเอาใจทุกคนด้วยการเปลี่ยนตัวเองนั้นเป็นความคิดผิดๆ และเป็นการทรมานตัวคุณเอง ไปเสียเปล่าๆ ดังนั้น หยุดพยายามเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง และจงเป็นตัวของคุณเอง ให้คนอื่นภูมิใจหรือยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของคุณจะดีกว่า

 

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะคิดว่า แล้วที่ฉันทำมาทั้งหมดล่ะ มันผิดด้วยหรือ ฉันต้องอดทนและเหนื่อยขนาดไหนกว่าจะได้รับการยอมรับจากสังคม แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าได้ การที่เราเปรียบเทียบตัวเราเองกับคนอื่น คุณลองนึกดีๆ ว่าคุณมีความรู้สึกอคติกับตัวเองบ้างหรือไม่ กับการต้องมานั่งกังวลว่าคนอื่นเขาจะดีกว่าคุณ หรือไม่เขาจะก้าวนำคุณเมื่อไหร่ กลายเป็นว่าเป้าหมายชีวิตของคุณไปผูกอยู่กับคนอื่นแทนที่คุณจะมานั่งสนใจกับตัวคุณเอง ฉะนั้นแล้วตั้งเป้าหมายในการแข่งกับตัวคุณเอง หยุดแข่งกับคนอื่น และเอาชนะตัวเองไปเรื่อยๆ บางครั้งมันก็ไม่ได้ราบรื่น สวยหรู อาจมีอุปสรรค ผิดพลาดที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเรารู้จักมอง สิ่งเหล่านั้นก็เป็นเรื่องราวสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าอะไรดีและไม่ดี อะไรควรทำและไม่ควรทำ

 

 

ในโลกนี้ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จแล้วไม่เคยพบกับความผิดพลาดหรอก ดังนั้น ให้คิดเสียว่านี่เป็นก้าวๆ หนึ่งของหนทางสู่ความสำเร็จที่ทุกคนต้องเจอ และจังหวะชีวิตเวลานี้ คือจังหวะก้าวเดินในลำดับนั้นของคุณ คุณควรจะหยุดกลัวความผิดพลาด ถ้าคุณยังอยากจะก้าวไปให้ไกลขึ้น และที่สำคัญคือ หยุดโทษคนอื่นสำหรับปัญหาของคุณ ด้วย เพราะการไม่รับผิดชอบกับชีวิตตัวเอง แต่โยนความรับผิดชอบให้กับผู้อื่น คือนิสัยของคนที่จะไม่มีวันโต เพราะเขาจะไม่มีวันเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ คนที่จะประสบความสำเร็จคือคนประเภทที่กล้า “รับผิด” และ “รับชอบ” กับตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่ “รับชอบ” อย่างเดียว ขณะเดียวกันก็อย่าได้ทำตัวเป็นคนโลกสวย บางอย่างที่ไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด แล้วคุณพยายามบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งที่จริงมันไม่ใช่ หยุดทำเป็นเหมือนว่าทุกอย่างไม่เป็นไรทั้งที่มันเป็น การมองโลกในแง่ดีกับการมองโลกโดยไม่อยู่กับความจริงมันเป็นเรื่องที่ฟังดูคล้ายๆ กัน แต่ได้ผลคนละเรื่อง คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นคนที่แข็งแกร่ง ไม่กระเทือน ไม่รู้สึกรู้สาตลอดเวลา บางทีคุณก็ต้องปล่อยให้ตัวเองรู้สึกบ้างอะไรบ้าง เดือดร้อนบ้างตามประสามนุษย์ มันทำให้คุณมีโอกาสได้เป็น “คน” อย่างที่คุณเป็นอยู่นั่นแหละค่ะ

 

 

ท้ายนี้สิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมด เราไม่ได้บอกว่า คุณต้องรีบๆ หาความสุขใส่ตัวโดยไม่หยุดพัก เพราะถ้าทำมาทั้งหมดแล้วมีความคิดอยู่ในใจว่าฉันต้องรีบ เพราะไม่สามารถรู้เวลาที่มีอยู่ในอนาคตได้จริง อยู่ว่าชีวิตมีเวลาจำกัด ที่คุณต้องรีบใช้ให้คุ้ม แต่การคุ้มไม่ใช่มันทำให้คุณได้ถอนหายใจ ได้พิจารณาอะไรหลายๆ อย่างระหว่างพัก ลองหาเวลาที่จะหยุดทำอะไรสักพักแล้วให้เวลากับตัวเองในเรื่องอื่นบ้าง ก็ไม่เสียหาย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)