Haijai.com


งูพิษ งูกัด ถูกงูมีพิษกัด


 
เปิดอ่าน 4083

งูกัด

 

 

งูกัดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ ประมาณว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากงูพิษกัดประมาณ 20,000-125,000 ราย/ต่อปี และมีผู้สูญเสียอวัยวะจากงูพิษกัดประมาณ 400,000 รายต่อปี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 องค์การอนามัยโลกได้จัดให้ปัญหางูกัดเป็นหนึ่งในจำนวนโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย เช่นเดียวกับโรคติดเชื้ออย่างไข้เลือดออกและอหิวาตกโรค ผู้ที่ถูกงูกัดมักเป็นประชาชนที่อาศัยในชนบทในประเทศกำลังพัฒนา

 

 

งูในประเทศไทยมีทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ งูพิษแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามลักษณะทางคลินิกที่เกิดขึ้นแก่ผู้ถูกกัด คือ พิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) พิษต่อระบบเลือด (Hematotoxin) และพิษต่อกล้ามเนื้อ (Myotoxin)

 

 

งูพิษต่อระบบประสาทที่พบในประเทศไทย ได้แก่ งูเห่าธรรมดา งูเห่าพ่นพิษ งูจงอาง งูสามเหลี่ยม งูสามเหลี่ยมหัวแดง นอกจากนี้ยังมีงูทับสมิงคลา หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า งูทับทางขาว เป็นงูพิษต่อระบบประสาทเช่นเดียวกับงูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม ลักษณะมีลายเป็นปล้องสีดำสลับขาว หากินเวลากลางคืน กินกบ เขียด สัตว์เลื้อยคลาน และงูด้วยกันเป็นอาหาร มักจะกัดคนในเวลากลางคืน ขณะออกหาอาหารหรือบังเอิญคนไปเหยียบถูกงู แผลที่ถูกกัดมักไม่มีอาการปวด อาการเฉพาะตรงบริเวณที่ถูกกัดอาจจะบวมเล็กน้อยหรือไม่บวมเลย ทำให้ผู้ถูกกัดอาจชะล่าใจไม่รีบมารับการรักษาในทันที

 

 

งูทับสมิงคลามีสารพิษสำคัญคือ Bungarotoxin เป็นสารพิษต่อระบบประสาทที่รุนแรงมาก สามารถคร่าชีวิตคนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง พิษนี้เป็นโปรตีน ออกฤทธิ์ที่บริเวณรอยต่อเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ

 

 

อาการ

 

อาการสำคัญของผู้ป่วยที่ถูกงูกัดคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มักจะเกิดกับกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ก่อน เช่น กล้ามเนื้อหนังตา กล้ามเนื้อตา กล้ามเนื้อใบหน้า ผู้ป่วยจะมีอาการหนังตาตก อาการจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 30 นาที จนถึงหลายชั่วโมง แต่มักจะไม่เกิน 12 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเห็นภาพซ้อน เนื่องจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้กลอกตาลำบาก การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าจะทำให้หลับตาไม่สนิท อ้าปากไม่ออก อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อลิ้น และกล้ามเนื้อการพูด การกลืน จะทำให้แลบลิ้นไม่ออก พูดไม่ชัด กลืนลำบาก อาการอ่อนแรงเกิดได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อคอ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ กล้ามเนื้อแขนขาและลำตัว ทำให้มีอาการอ่อนแรงทั่วร่างกาย จนทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก

 

 

ผู้ที่ได้รับพิษมากจะมีรูม่านตาขยายโต ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง และกล้ามเนื้อตาเป็นอัมพาต ทำให้ไม่สามารถกลอกตาได้ รวมทั้งกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายก็เป็นอัมพาตไปด้วย อาจจะตอบสนองได้เพียงกระดิกนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือไม่สามารถตอบสนองอะไรได้เลย แม้แต่กระดิกนิ้วมือนิ้วเท้า อาการดังกล่าวนี้อาจจะทำให้แพทย์ผู้รักษาคิดว่าเกิดภาวะสมองขาดออกซิเจน หรือสมองตาย อาการเหล่านี้เกิดจากพิษงูโดยตรง ผู้ป่วยที่ตกอยู่สภาวะนี้จะยังมีสติรู้ตัวดี แต่ไม่อาจตอบสนองโดยการขยับหรือเคลื่อนไหวร่างกายตามต้องการได้ ถ้าได้รับการช่วยเหลือโดยการใช้เครื่องช่วยหายใจทันเวลาก่อนที่สมองจะขาดออกซิเจน ก็จะสามารถกลับฟื้นขึ้นมาได้อีกในเวลาต่อมา เมื่อได้รับเซรุ่มแก้พิษงูและพิษงูค่อยๆ สลายไป

 

 

การรักษา

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการรักษาคือ ช่วยการหายใจ ต้องติดตามอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ แพทย์จะใส่ท่อช่วยหายใจ เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการกลืนลำบาก เพื่อป้องกันการสำลัก หรือมีอาการกล้ามเนื้อการหายใจอ่อนแรง ในกรณีที่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจ แพทย์จะใช้มือบีบถุงแอมบูช่วยการหายใจ และส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีเครื่องช่วยหายใจ

 

 

เซรุ่มแก้พิษงูมีประโยชน์ในการช่วยลดระยะเวลาของการใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้เครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน เช่น ปอดอักเสบต้องให้เซรุ่มเมื่อมีอาการหนังตาตก ขนาดที่ใช้คือ 100 มล. หยดทางหลอดเลือดดำให้หมดใน 10-30 นาที สำหรับยาแก้แพ้เซรุ่มแนะนำให้ใช้ adrenaline 1:1,000 ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 0.5-1 มล. การได้รับเซรุ่มแก้พิษงูจะช่วยลดระยะเวลาของการใช้เครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่ได้รับเซรุ่มต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนานหลายวันถึงหลายสัปดาห์

 

 

การดูแลแผลที่ถูกงูกัดปฏิบัติเช่นเดียวกับการรักษาแผลติดเชื้อทั่วไป ให้ยาต้านจุลชีพที่ครอบคลุมเชื้อแกรมบวกและแกรมลบ ให้วัคซีนป้องกันบาดทะยัก เนื่องจากมีรายงานผู้ที่เสียชีวิตจากโรคบาดทะยักหลังจากถูกงูกัด

 

 

ตัวอย่างผู้ป่วย


ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างผู้ป่วย 1 รายที่ถูกงูทับสมิงคลากัดและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในระยะเวลาที่ยังไม่มีเซรุ่มแก้พิษงูชนิดนี้ ปัจจุบันสถานเสาวภาได้ผลิตเซรุ่มสำหรับงูทับสมิงคลาขึ้นมาแล้ว

 

 

ชายไทยอายุ 22 ปี เหยียบถูกงูขณะตัดยางในสวน เวลา 4.00 น. งูกัดที่เท้าซ้าย ผู้ป่วยตีงูตายและพบว่าเป็นงูทับสมิงคลา หลังถูกงูกัด 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีอาการหนังตาตก ญาตินำส่งโรงพยาบาลชุมชน อาการของผู้ป่วยทรุดลง แพทย์ใส่ท่อช่วยหายใจและบีบถุงแอมบู ส่งมารักษาต่อที่โรงพยาบาลชลบุรี แพทย์ตรวจร่างกายพบรอยเขี้ยวงูที่เท้าซ้ายบวมเล็กน้อย และย้ายผู้ป่วยเข้าห้องไอซียู เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว อ่อนแรงทั้งตัว รูม่านตาขยายโตทั้ง 2 ข้าง ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย แพทย์ผู้รักษาคิดว่าสมองขาดออกซิเจนหรือสมองตาย แต่เมื่อประเมินอย่างรอบคอบแล้วพบว่า ผู้ป่วยตอบสนองโดยการกระดิกนิ้วมือ และนิ้วเท้าได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากไม่มีเซรุ่มแก้พิษงู จึงให้การรักษาแบบประคับประคอง โดยใช้เครื่องช่วยหายใจให้ยาต้านจุลชีพรักษาปอดอักเสบ อาการอ่อนแรงดีขึ้นช้าๆ รวมเวลาใช้เครื่องช่วยหายใจนาน 25 วัน ผู้ป่วยนอนพักในโรงพยาบาลนาน 34 วัน

 

 

นพ.จีรศักด์ กาญจนาพงศ์กุล

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา

(Some images used under license from Shutterstock.com.)