อาหารและสมุนไพร เพื่อความงาม

อาหารและสมุนไพร เพื่อความงาม

อาหารและสมุนไพร เพื่อความงาม

 

 

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดของร่างกาย และต้องทนรับกับสิ่งต่างๆ จากภายนอก โดยเฉพาะแสงแดด ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการกระจายเม็ดสีในผิวหนังที่ผิดปกติ เช่น การเกิดฝ้าหรือกระ นอกจากนี้แสงแดดยังมีส่วนทำให้เซลล์ผิวหนังถูกทำลาย โดยตรงจากการทำลายดีเอ็นเอ หรือโดยอ้อมจากการก่อเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวหนังเกิดความเสื่อม มีริ้วรรอย ขาดความยืดหยุ่น จนถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง

 

 

การป้องกันผิวหนังจากแสงแดด จึงมีส่วนสำคัญต่อการรักษาความงาม นอกจากการป้องกันจากภายนอก โดยการใช้เครื่องสำอางหรือครีมกันแดดแล้ว สารอาหารหลายชนิดเมื่อรับประทานเข้าไปก็มีผลช่วยปกป้องผิว จากความเสื่อมเช่นกัน

 

 

งานวิจัยในอเมริกาได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสารอาหารจากการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน กับสภาพผิวหนังในผู้หญิงอายุ 40-74 ปี จำนวน 4,025 คน แล้วพบว่าการได้รับวิตามินซีจากอาหาร ช่วยลดการเกิดริ้วรอยและผิวแห้ง การได้รับกรดไลโนเลอิค ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา 6 ช่วยลดการเกิดผิวแห้งและผิวบาง ในขณะที่การได้รับไขมันและคาร์โบไฮเดรตที่มากขึ้น จะสัมพันธ์กับการเกิดริ้วรอยและผิวบาง การรับประทานอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการบำรุงผิวหนัง และ/หรือมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่พอเพียง จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวสวยสุขภาพดีอยู่คู่กับเราได้นาน

 

 

วิตามินซีและอี คู่หูนักต้านอนุมูลอิสระ

 

จากงานวิจัยที่ได้กล่าวข้างต้น จะเห็นถึงบทบาทที่เป็นบวกของวิตามินซีต่อสุขภาพผิวหนัง วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ พบมากในผลไม้พวกส้มและมะนาวและผักใบเขียว วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย ช่วยในการเจริญเติบโตและเปลี่ยนรูปร่างของเซลล์ผิวหนัง และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง วิตามินซีจึงมีบทบาทในการบำรุงผิว เครื่องสำอางบางชนิดได้ผสมวิตามินซีลงไป และพบว่าวิตามินซีช่วยในการลดริ้วรอยเหี่ยวย่นและฝ้า

 

 

เมื่อให้วิตามินซีคู่กับวิตามินอี ซึ่งพบได้ในน้ำมันพืชและถั่ว ทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอีกตัวหนึ่งในร่างกาย วิตามินทั้งสองจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้การออกฤทธิ์ในการปกป้องผิวจากแสงแดดดียิ่งขึ้น การศึกษางานหนึ่งได้แบ่งอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 40 คนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับวิตามินอีในรูปของแอลฟา-โทโคเฟอรอลวันละ 2 กรัม วิตามินซีในรูปของแอสคอร์เบทวันละ 3 กรัม ได้รับวิตามินทั้งสองพร้อมกัน และได้รับยาหลอกเป็นเวลา 50 วัน แล้วเปรียบเทียบขนาดของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวแดงที่ก่อนและหลังการได้รับวิตามิน ผลการศึกษาพบว่าผิวหนังของอาสาสมัครกลุ่มที่ได้รับวิตามินทั้งสองชนิดร่วมกัน มีความทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตมากที่สุด การศึกษาจากเม็ดซิโกอีกงานหนึ่ง ซึ่งแบ่งอาสาสมัครจำนวน 45 คน ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ได้รับวิตามินอีในรูปของ ดี-แอลฟา-โทโคเฟอรอล วันละ 1200 ไอยู กลุ่มที่ 2 ได้รับ วิตามินซีในรูปกรดแอสคอร์บิควันละ 2 กรัม และกลุ่มที่ 3 ได้รับวิตามินทั้งสองชนิดร่วมกัน การเสริมวิตามินกินเวลา 1 สัปดาห์และเปรียบเทียบขนาดของรังสีอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวแดงที่ก่อนและหลังการเสริมวิตามินก็ให้ผลเช่นเดียวกัน

 

 

กรดไขมันจำเป็น จำเป็นต่อผิวสุขภาพดี

 

งานวิจัยในผู้หญิงวัยกลางคนที่ยกมาข้างต้นได้แสดงให้เห็นถึงผลดีของกรดไลโนเลอิคต่อผิวหนัง กรดไลโนเลอิคเป็นกรดไขมันโอเมกา 6 และเป็นกรดไขมันจำเป็น ซึ่งหมายถึงร่างกายไม่สามารถสร้างกรดไขมันประเภทนี้ขึ้นได้เอง ต้องรับจากอาหารเท่านั้น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันถั่วเหลืองเป็นแหล่งะที่พบกรดไลโนเลอิค กรดไลโนเลอิคเป็นกรดไขมันที่พบมากที่สุดในหนังกำพร้า และมีบทบาทต่อความแข็งแรงของหนังกำพร้า

 

 

นอกจากกรดไขมันโอเมกา 6 แล้ว กรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งพบได้ในน้ำมันถั่วเหลือง และไขมันจากปลาทะเล ก็มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพที่ดีของผิวหนัง แม้ว่าจะมีปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 2 ของไขมันทั้งหมดในหนังกำพร้าก็ตาม กรดไขมันโอเมกา 3 สามารถลดการเสื่อมสภาพของผิวหนังโดยแสงยูวี ดังจะเห็นได้จากการศึกษาในอาสาสมัครหลายการศึกษาด้วยกัน เช่น งานวิจัยหนึ่งให้อาสาสมัครจำนวน 15 คน รับประทานน้ำมันปลาวันละ 10 วัน เป็นเวลา 6 เดือน พบว่าผิวหนังของอาสาสมัครทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตดีขึ้น เป็นต้น

 

 

สมุนไพร ทางเลือกจากธรรมชาติเพื่อผิวสวย

 

แม้ว่ายุคนี้เทคโนโลยีอันทันสมัยจะสามารถสังเคราะห์สารต่างๆ ออกมาใช้สอยในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากที่ถวิลหาของจากธรรมชาติ สมุนไพรนับเป็นเคล็ดลับเพื่อความงามที่ธรรมชาติมองให้มนุษย์ โดยมีการสืบทอดความรู้เป็นระยะเวลายาวนาน สมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวเสริมความงามมีอยู่หลายชนิด เช่น

 

 

 มะขามป้อม

 

สรรพคุณมะขามป้อมที่คนส่วนใหญ่นึกถึง คงหนีไม่พ้นการเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ทว่ามะขามป้อมยังมีการใช้เพื่อบำรุงผิวอีกด้วย ชาวอินเดียนำผลแห้งของมะขามป้อมมาเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวเป็นยาทาผม เนื่องจากตำราอายุรเวทกล่าวว่า มะขามป้อมมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม รักษาอาการผมหงอกเร็ว และโรคผิวหนัง ทั้งยังนำเมล็ดมาเผาให้ไหม้ บดเป็นผงผสมกับน้ำมันงา ใช้ทาผิวหนังเพื่อรักษาหิดและผิวหนังระคายเคือง งานวิจัยสมัยใหม่พบว่ามะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาในหนูทดลองพบว่าสารสกัดมะขามป้อมช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ช่วยในการสร้างคอลลาเจน เพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระบริเวณบาดแผลของหนูทดลอง ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังและเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดมะขามป้อม

 

 

 มะขาม

 

ผลไม้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ ของขึ้นชื่อจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่เพียงมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องผูกเท่านั้น หากยังเป็นสมุนไพรบำรุงผิวแต่โบราณของไทย โดยคนไทยโบราณจะนำมะขามมาขัดตัว การศึกษาในยุคปัจจุบันพบว่า มะขามมีกรดผลไม้ เช่น กรดทาร์ทาริค กรดมาลิค เป็นต้น ซึ่งช่วยทำให้ผิหนึงชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่น ช่วยลอกชั้นหนังกำพร้า ตลอดจนช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์และการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เราสามารถทำครีมมะขามป้อมแบบง่ายๆ ด้วยการนำนมและมะขามในปริมาณเท่าๆ กัน คั้นเอาแต่น้ำแล้วนำมากวนจนงวด จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง และเติมน้ำผึ้งแท้ลงไปเล็กน้อย นำมาใช้ขัดตัว หรืออาจจะใช้แต่มะขามอย่างเดียวมาถูตัวก็ได้

 

 

 ขมิ้นชัน

 

เชื่อว่าหลายๆ คนคงได้ยินเรื่องพระสังข์ชุบตัวในบ่อเงินบ่อทอง ในชีวิตจริงของเราก็มีบ่อทองสำหรับชุบตัวให้ผิวสวย ซึ่งก็ไม่ใช่อะไรอื่นไกล แต่เป็นขมิ้นชันสมุนไพรและเครื่องเทศคู่บ้านที่เป็นส่วนผสมของอาหารหลายๆ อย่าง เช่น ข้าวหมกไก่ คั่วกลิ้ง ขนมเบื้องญวน เป็นต้น เป็นยาที่ใช้ทาแต่โบราณอย่างเวลาโกนผมนาคเสร็จ ก็จะนำขมิ้นมาทาหัว เพื่อสมานแผลที่อาจจะเกิดจากมีดโกน คนไทยยุคโบราณก็นำขมิ้นมาฟอกตัวแล้วขัดออกด้วยมะขามเปียก ชื่อภาษาสันสกฤตของขมิ้นชัน คือ หะริทรา (หมายถึง “ซึ่งให้สีเหลือง”) สรรพคุณของขมิ้นขันตามตำราอายุรเวทคือช่วยบำรุง ผิวหน้า รักษาโรคผิวหนัง โดยนำผงขมิ้นมาผสมน้ำหรือน้ำผึ้ง เพื่อทำเป็นยาป้าย ผู้หญิงอินเดียก็ใช้ขมิ้นทาผิวหนังป้องกันขนงอก

 

 

ขมิ้นมีสารออกฤทธิ์ชื่อเคอร์คิวมิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและแก้อักเสบ การศึกษาในหลอดทดลองพบว่าขมิ้นชันสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีของเซลล์ผิวหนัง นอกจากนี้เมื่ออาสาสมัครเพศหญิงจำนวน 28 คน ได้ทาเจลสารสกัดสมุนไพรที่มีสารสกัดขมิ้นชันเป็นส่วนผสมเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ผิวหนังของอาสาสมัครมีความเต่งตึงมากขึ้น ขมิ้นชันจึงนับเป็น “บ่อทอง” จากธรรมชาติที่จะช่วยทำให้ผิวรผุดผ่องขึ้น โดยไม่ต้องไปหาบ่อทองในแดนไกล


3663
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์