ฝังเข็ม กดจุด ลดความอ้วน แบบแพทย์แผนจีน

ฝังเข็ม กดจุด ลดความอ้วน แบบแพทย์แผนจีน

กดจุดลดอ้วนแบบแพทย์แผนจีน

 

 

เป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับสาวๆ สมัยนี้ที่นิยมลดความอ้วนทางลัด โดยวิธีการใช้ยา ซึ่งยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการติดยาได้ ซึ่งไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดีนัก แต่ในปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในเรื่องของการลดความอ้วนมากมาย โดยเฉพาะที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือศาสตร์แพทย์แผนจีน ที่ช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการครอบแก้ว การฝังเข็ม หรือการติดเม็ดผักกาด เม็ดแม่เหล็กที่ใบหู ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะไปรู้เกี่ยวกับเรื่องการลดความอ้วนในศาสตร์แพทย์แผนจีน

 

 

เราต้องมาทำความรู้จักก่อนว่าโรคอ้วนนั้นเกิดจากอะไร โรคอ้วน คือโรคที่มีพลังงานในร่างกายมากเกินความจำเป็น ซึ่งจะก่อให้เกิดการสะสมในส่วนต่างๆ ของร่างกายในรูปแบบของไขมัน ความอ้วนไม่ใช่เพียงแต่มีน้ำหนักมากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าไขมันต่างๆ ในร่างกายที่เกินความจำเป็น โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคอ้วนตามหลัก มีสาเหตุหลักดังนี้ ความชื้น เสมหะ ของเหลว เลือดคั่ง โดยทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และยังเกี่ยวข้องกับพลังก่อนเกิดและหลังเกิดของร่างกาย รวมถึงสภาพจิตใจ สภาวะอารมณ์อีกด้วย

 

 

สาเหตุความอ้วนในมุมมองแพทย์จีน

 

จะเกิดมาจากอวัยวะภายในร่างกายพร่องหรือแกร่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการเกิดโรคอ้วน ดังเช่น การทำงานของม้ามกับกระเพาะไม่สอดคล้องกัน พลังหยางโดนทำลาย รวมไปถึงการทำงานของตับและไตไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดเสมหะ ความชื้น หรือเลือด อุดกั้นอยู่ในบริเวณร่างกาย ส่งผลถึงระบบการเผาผลาญและการดูดซึมในร่างกายบกพร่อง

 

 

การฝังเข็มลดความอ้วน คืออะไร

 

การฝังเข็มลดความอ้วน คือการฝังเข็มเพื่อการกระตุ้นในการทำงานของอวัยวะภายใน เพื่อเป็นการคืนสมดุลให้กับการทำงานของร่างกาย ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน บางคนถึงแม้จะรับประทานอาหารน้อย ควบคุมอาหารเป็นอย่างดี แต่ก็ยังประสบปัญหาโรคอ้วนขึ้นนั้น จะเกิดจากการทำงานของระบบภายในบกพร่องต่อให้ควบคุมอาหาร แต่หากสภาวะในร่างกายยังไม่สมดุล ระบบเผาผลาญ การดูดซึม รวมถึงการขับถ่ายของคนอ้วนนั้นก็จะมีทั้งแบบถ่ายเหลว หรือท้องผูก ถ่ายยาก ดังนั้น การฝังเข็มลดความอ้วนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดความอ้วนแล้ว ยังเป็นการปรับสมดุลของร่างกายไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากสภาวะร่างกายของมนุษย์ซับซ้อนต่างคนต่างอยู่ในสถานที่ต่างกัน อีกทั้งยังมีการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตที่ต่างกัน ดังนั้น การเลือกจุดฝังเข็มของแพทย์แผนจีน จำเป็นที่จะต้องละเอียดรอบคอบในการสอบถามอาการ ลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน อาหารการกิน การนอน รวมถึงการขับถ่าย ข้อมูลเหล่านี้ล้วนแต่มีความสำคัญต่อการนำมาประกอบการเลือกจุดฝังเข็ม และวิธีกระตุ้นเข็ม ต้องใช้วิธีการบำรุง หรือการระบาย ซึ่งวิธีการเหล่านี้ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายผู้ป่วย จึงจะทำให้การฝังเข็มนั้นเกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

 

 

การลดความอ้วนด้วยวิธีอื่นๆ ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

 

 การครอบแก้ว คือ การนำแก้วครอบตามตำแหน่งจุดบนเส้นลมปราณต่างๆ จะเป็นการเพิ่มการไหลเวียนเลือด เป็นการกระตุ้นให้ไขมันบริเวณต่างๆ ที่ครอบแก้วแตกตัวและสลายไปเร็วขึ้น รวมดึงดูดเอาความชื้น ความร้อน ความเย็น ออกทางผิวหนัง อาจจะเกิดรอยคล้ำๆ จ้ำๆ บริเวณผิวหนัง แต่ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกาย การครอบแก้วก็จะมีทั้งการครอบตามจุด คือ การนำแก้วเคลื่อนไหวไปตามเส้นลมปราณทั้งนี้แล้วแต่การพิจารณาของแพทย์แผนจีนว่า ควรจะเลือกใช้วิธีใดให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย

 

 

 การนวดจีน  (ทุยหนา) เป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย โดยเฉพาะเวลานวดบริเวณหน้าท้องจะมีจุด หรือตำแหน่งเส้นลมปราณที่ผ่านบริเวณหน้าท้อง การนวดจีนเป็นการช่วยให้เลือดลมที่ติดขัด คั่งค้างไหลเวียนได้สะดวกขึ้น และสามารถทำให้ไขมันบริเวณที่นวดแตกตัว สลายไขมันได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังเป็นการผ่อนคลายร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้อีกด้วย

 

 

 จุดด้านแผ่นหลังกระเพราะอาหาร ส่วนมากวิธีการกดจุดลดน้ำหนัก จะไม่ใช่การกดปุ๊ปแล้วน้ำหนักลดลงทันที แต่จะเป็นการกดเพื่อผ่อนคลาย ลดความอยากอาหารเริ่มแรกให้ใช้หลังมือ เคาะจุดด้านหลังของกระเพาะอาหาร เคาะซักประมาณ 1 นาที จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วทั้ง 2 มือกดลงไปเบาๆ ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างลิ้นปี่และสะดือ ค้าง 5 วินาที พัก 5 วินาที กดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซัก 10 ครั้ง ก็จะช่วยลดความอยากอาหารได้

 

 

 ใต้ไหปลาร้า เป็นจุดที่ช่วยลดความอยากอาหาร ที่บริเวณกระดูกใต้ไหปลาร้า ค่อยๆ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงไปเบาๆ ให้กดไล่ลงไปเรื่อยๆ ตามความยาวของไหปลาร้าค่อยๆ นวดคลึงไปเรื่อยๆ จะรู้สึกตึงๆ หน่วงบริเวณที่นวด

 

 

 บริเวณใต้ตาถึงใบหู เป็นกดจุดที่ใกล้ๆ กัน สลับกันไปมา 2 จุด เริ่มด้วยการนวดคลึงกระดูกบริเวณใต้ตาเบาๆ ซักประมาณ 10 วินาที จากนั้นให้สลับไปนวดคลึงกระดูกเล็กๆ ในใบหูทั้ง 2 ข้างพร้อมๆ กันอีกประมาณ 10 วินาที เสร็จแล้วสลับไปมาซัก 5 ครั้งพอ

 

 

 การติดเม็ดผักกาด หรือเม็ดแม่เหล็กที่ใบหูเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ความละเอียดและได้ผลดีในการลดความอ้วน โดยวิธีการนี้เคยใช้ในอดีตมาแล้วประมาณ 10 ปี ซึ่งในสมัยก่อนจะใช้เข็มในการฝังเข้าไป จะเป็นลักษณะเข็มจิ๋ว แต่สมัยนี้พบว่ามีการทำน้อย เนื่องจากคนส่วนใหญ่ ได้ยินคำว่าเข็มจึงกลัว ปัจจุบันจึงนำเม็ดผักกาดมากดจุดแทนการฝังเข็มครั้งละ 3-4 เม็ด แล้วใช้กระดาษกาวตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ หรือสก็อตเทปปิดไว้ เพื่อกันความเคลื่อนไหวไปมา ซึ่งที่ใช้เม็ดผักกาดเพราะเม็ดผักกาดเป็นเม็ดที่เล็กมาก สามารถกดเข้าไปในใบหูของเราได้โดยจะใช้ระยะเวลาเพียง 2 วัน ที่จะต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนใหม่ เพื่อกระตุ้นและกดประสาท ทำให้ความอยากในการรับประทานอาหารลดน้อยลง ซึ่งแพทย์จะเป็นคนกำหนดจุดไว้ให้ แล้วให้คนไข้กับไปนวดกดจุดที่บ้านได้ด้วยตัวเอง เมื่อกดแล้วจะมีอาการหน่วงๆ ตึงๆ ในใบหู ซึ่งการนวดกดจุดที่ใบหูนั้น จะต้องเปลี่ยนข้างทำสลับกันไปมา 4 ครั้ง ติดต่อกันเป็นประจำจึงจะเห็นผล

 

 

ซึ่งในใบหูจะมีจุดที่ปาก จุดในเรื่องของทางเดินอาหาร การับประทานอาหาร จุดของระบบกระเพาะอาหาร จุดระบบม้าม จุดระบบลำไส้ ซึ่งแพทย์ก็จะวินิจฉัยก่อนว่าคนไข้ที่เข้ามานั้น โรคอ้วนเกิดจากอะไร แล้วก็จะไปฝังตรงจุดที่ตรงกับโรคเรา หลังจากนั้นก็จะสะท้อนให้เห็นว่า ในจุดที่ทำให้เราอ้วนจะเป็นจุดที่ทำให้เราอยากอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่บางคนรับประทานอาหารแล้วไม่ย่อย ก็จะไปฝังที่จุดม้ามหรือจุดลำไส้ เพื่อที่จะได้ไปกระตุ้นต่อมให้เกิดระบบการย่อยที่สมดุลมากขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยจึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามาพบแพทย์ก่อนว่า สาเหตุจากการเกิดโรคอ้วนของผู้ป่วยนั้นเกิดจากอะไร ซึ่งจะเป็นการง่ายสำหรับการกดจุดลดอ้วนได้ถูกวิธี

 

 

โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้ทำการฝังเข็มก่อนเป็นหลัก เนื่องจากกว่าการฝังเข็มจะเห็นผลได้ชัดกว่า แต่ควรจะทำการกดจุดลดความอ้วนด้วยเม็ดผักกาด หรือเม็ดแม่เหล็กควบคู่กันไป เพื่อได้ผลลัพธ์ที่ดีเพิ่มมากขึ้น

 

 

หลังจากกดจุดต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

หากใครที่ต้องการจะลดความอ้วนจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้น เช่น การรับประทานอาหาร จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด รสหวาน และของมัน เพราะเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของกระเพาะและม้าม เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้การย่อยอาหารนั้นง่ายกว่าการทานเนื้อสัตว์หรือของมัน ทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และทานในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรอดอาหาร เพราะจะทำให้หิวและโหย ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักอาจขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว และไม่ดีต่อกระเพาะอาหารด้วย

 

 

 การขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะ หลายคนใช้ชีวิตโดยการรีบเร่ง นอนตื่นสาย ซึ่งมองข้ามความสำคัญของการขับถ่ายไป ควรจะตื่นเช้าขึ้นมาขับถ่ายให้เป็นปกติ เพราะช่วงเวลา ตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า คือ ช่วงเวลาการทำงานของลำไส้ใหญ่ เป็นช่วงที่เราควรทำการขับถ่ายของเสียออก หากเลยเวลาลำไส้ใหญ่ก็จะดูดน้ำและของเสียต่างๆ กลับสู่ร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกได้

 

 

 การออกกำลังกาย เป็นอีกวิธีหนึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหารในร่างกายและทำให้หัวใจสูบเฉียดเลือดได้ดีขึ้น การออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป หรืออาจเริ่มทำจากการทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เช่น เดินขึ้นบันได ทำความสะอาดบ้าน เดินไปสถานที่ใกล้แทนที่จะใช้ยานพาหนะแทน เท่านี้ ก็จะเป็นการให้ร่างกายได้มีโอกาสใช้พลังงานที่สะสมในร่างกายบ้าง

 

 

 การนอนหลับ หลายคนต้องทำงาน อ่านหนังสือดึก ซึ่งยิ่งดึกมากร่างกายก็จะยิ่งเหนื่อยล้า อีกทั้งยังทำให้ระบบการย่อยเสียสมดุลไปด้วย เพราะช่วงเวลาห้าทุ่มถึงตีหนึ่งจะเป็นช่วงการทำงานของถุงน้ำดี ที่จะปล่อยน้ำดีออกมาเพื่อย่อยสลายไขมัน แต่หากช่วงเวลาดังกล่าวร่างกายยังไม่ได้พักผ่อน ถุงน้ำดีก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ทำให้ไขมันไม่ถูกย่อยสลาย เกิดการเก็บสะสมอยู่บริเวณต่างๆ เกิดเป็นโรคอ้วนขึ้น ดังนั้น การลดความอ้วน จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมด้วยเพื่อการรักษาจะได้มีประสิทธิภาพดีที่สุด อีกทั้งยังทำให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุลได้เหมือนเดิม

 

 

ในเรื่องของศาสตร์แพทย์แผนจีนสามารถรักษาได้หลากหลาย ได้หลายรูปแบบและก็หลายโรค ถ้าหากคนไข้ที่สนใจเรื่องของศาสตร์แพทย์แผนจีนหรือยากรักษาด้วยศาสตร์นี้ก็ควรที่จะศึกษาให้เข้าใจในศาสตร์แพทย์แผนจีนในเบื้องต้นก่อน เพราะว่าการรักษาแพทย์แผนจีนจะไม่เหมือนกับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะเมื่อคนไข้มีข้อมูลมาบางส่วนแล้ว และเข้าใจในเบื้องต้นของแพทย์แผนจีน เมื่อแพทย์มาอธิบายเพิ่มเติม ก็จะทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้น แล้วเข้าใจในศาสตร์แผนจีนเพิ่มขึ้นค่ะ

 

 

แพทย์จีน พรกมล ปัฐยาวัต

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน

คลินิกฝังเข็มและนวดแผนจีน โรงพยาบาลกรุงเทพ


10984
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์