มากกว่า 2 เชื้อร้าย 3 โรคอันตราย
ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวหรือบางทีก็มีฝนตก สภาพอากาศแบบนี้อาจทำให้ร่างกายลูกที่ยังบอบบางอ่อนแอลงได้ค่ะ เมื่อร่างกายลูกอ่อนแอลงอาจทำให้ “เชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) และเชื้อเอ็นทีเอชไอ (NTHi)” สองเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายแผลงฤทธิ์ จนก่อให้เกิดโรคอันตรายอย่าง โรคไอพีดี โรคปอดบวม โรคหูชั้นกลางอักเสบได้ค่ะ
เชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอเป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในโพรงจมูก และลำคอของคนเราทั่วไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ แต่เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอเชื้อโรค 2 ชนิดนี้จะก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเชื้อเอ็นทีเอชไอ จะเป็นสาเหตุหลักในการก่อให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเชื้อเอ็นทีเอชไอไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ซึ่งในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรค 2 ชนิดนี้ค่ะ โดยเชื้อโรคจะติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เช่น ในขณะไอ จาม มีอาการคล้ายไข้หวัด ซึ่งเชื้อโรคนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอ เป็นตัวการก่อให้เกิดโรค เช่น โรคหูชั้นกลางอักเสบ (โรคหูน้ำหนวก) ปอดบวม (ปอดอักเสบ) โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด
ซึ่งก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคชนิดต่างๆ ก่อนที่จะหาวิธีป้องกันลูก ให้ห่างไกลจากโรคร้ายกันค่ะ
1.โรคไอพีดี (IPD : Invasive Pneumococcal Disease) คือ โรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง และโรคติดเชื้อเอ็นทีเอชไอชนิดรุนแรง โดยโรคติดเชื้อไอพีดี ได้แก่ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคปอดบวมจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด ซึ่งเด็กที่ติดเชื้ออาจเสียชีวิตหรือพิการทางสมอง โดยอาการและระดับความรุนแรงของโรคติดเชื้อไอ พี ดี จะขึ้นอยู่กับระบบอวัยวะที่ติดเชื้อ
• อาการของโรคติดเชื้อในระบบประสาท เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เด็กจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งในเด็กทารกอาจมีการงอแง ซึมไม่กินนม และชักได้
• อาการของโรคติดเชื้อในกระแสเลือด หากเกิดในเด็กเล็กมักจะมีไข้สูง ร้องกวน งอแง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ช็อก หรืออาจเสียชีวิตได้ค่ะ
2.โรคปอดบวม (โรคปอดอักเสบ) คือ เนื้อปอดมีการติดเชื้อ และอักเสบ รวมถึงหลอดลม และถุงลม ทำให้ความสามารถในการทำงานของอวัยวะต่างๆ เหล่านี้ลดลง โรคปอดอักเสบเป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส โดยเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส และเชื้อฮิบเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปอดอักเสบในเด็ก
อาการของโรคปอดบวม เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว และหายใจได้ลำบาก โดยโรคปอดบวม ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน คือ ภาวะน้ำหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด ภาวการณ์ติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรง และภาวะช็อก
3.โรคหูชั้นกลางอักเสบ คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลาง พบบ่อยในวัยเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ส่วนใหญ่เกิดร่วมกับหรือหลังจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน แล้วเชื้อโรคจากโพรงหลังช่องจมูกที่ทำให้เกิดหวัด แพร่กระจายมายังหูชั้นกลาง สาเหตุที่สำคัญเกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอ ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหลักที่ก่อให้เกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบในเด็ก
อาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบ ทารกและเด็กเล็กที่เป็นโรคนี้จะมีอาการร้องกวน งอแง เพราะ ปวดหู มีไข้สูง ในเด็กบางรายอาจเอามือดึงใบหูตัวเอง และอาจมีหนองไหลออกจากหู
โรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอ สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับวิธีรักษาอื่นๆ ซึ่งมักได้ผลดี ในปัจจุบันพบว่าเชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้มีการดื้อยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้น
วิธีป้องกันลูกให้ห่างไกลจาก 2 เชื้ออันตราย
1.เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
2.ปิดปาก และจมูกทุกครั้งที่ไอ หรือจาม ล้างมือบ่อยๆ
3.หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการ ไอ จาม รวมถึงหลีกเลี่ยงการพาลูกไปโรงพยาบาล หรือชุมชน เพราะสถานที่ที่ลูกสามารถสัมผัสเชื้อโรคต่างๆ ได้หลากหลาย
4.ปรึกษากุมารแพทย์เรื่องการเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันโรค
การป้องกันให้ลูกห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย วิธีง่ายๆ คือ หมั่นพาลูกออกกำลังกายในรูปแบบของการเล่นแบบต่างๆ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแบบง่ายๆ ป้องกันเชื้อโรคร้ายไม่ให้แผลงฤทธิ์ จนทำให้ลูกไม่ค่อยสบายได้ค่ะ