Haijai.com


ไลโคปีน สารอาหารเพิ่มน้องอสุจิให้แก่ท่านชาย


 
เปิดอ่าน 7160

ไลโคปีน สารอาหารเพิ่มน้องอสุจิให้แก่ท่านชาย Lycopene Benefits for Men

 

 

จากกระแสความนิยมเกี่ยวกับการหันมารับประทานวิตามิน “ไลโคปีน” นับเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ยังคงดีกรีความฮอตไม่เลิกรา และดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีหลายฝ่ายหลายหน่วยงานออกมาการันตีสรรพคุณว่า เจ้าสารอาหารชนิดนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งความแก่ชรารวมไปถึงบำรุงผิวพรรณให้ขาวอมชมพู ส่งผลให้สาวๆ หลายคนสนอกสนใจ เร่งซื้อหาจับจ่ายเจ้าวิตามินตัวนี้มาครอบครอง แต่แท้จริงแล้ว นอกจากสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณที่กล่าวมา ยังมีคุณสมบัติที่เหมาะกับท่านสุภาพบุรุษโดยตรงอีกด้วย ซึ่งจะตรงอย่างไรนั้น เรามีคำตอบมาฝาก

 

 

ไลโคปีน คืออะไร ?

 

ไลโคปีน คือ สารกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสารที่พบในพืช ภาษาอังกฤษเรียกว่า “ไฟโตเคมิคอล (Phytochemical)” ซึ่งมีกว่า 600 ชนิด แต่ที่โดดเด่นคือ อัลฟาแคโรทีน, บีตาแคโรทีน และไลโคปีน ซึ่งเจ้าโลโคปีนนั้น จัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก มีฤทธิ์สลายไขมัน ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมและลดกระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันภาวะความไวต่ออันซูลิน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีผลช่วยให้สุขภาพผิวดี ผิวสวยอมชมพู

 

 

ในผลงานวิจัยระบุว่าประโยชน์หลักๆ ของไลโคปีน คือ ป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย ช่วยให้ต่อมลูกหมากทำงานได้เป็นปกติ โดยต่อมลูกหมากเป็นต่อมที่สร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ อยู่ระหว่างกระเพาะปัสสาวะกับท่อปัสสาวะ เมื่อผู้ชายมีอายุเพิ่มขึ้นคือ ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) ลดลง โดยส่งผลให้เซลล์ในต่อมลูกหมากแบ่งตัวมากขึ้น ต่อมลูกหมากจึงโตขึ้น และหากมีการอักเสบร่วมด้วยก็จะมีโอกาสกิดมะเร็งได้สูงขึ้น ไลโคปีนจะควบคุมการโตของต่อมลูกหมาก ช่วยทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อตาย และลดการแบ่งตัวเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ส่งผลให้สมรรถภาพต่างๆ ทำงานได้เป็นปกติ ดังนั้น คุณผู้ชายที่กำวลใจว่า เมื่อถึงเวลาอันควรแล้วจะยิงประตูไม่เข้า เจ้าไลโคปีนจึงเป็นตัวช่วยอย่างดี เนื่องจาไลโคปีนสามารถเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากหรือต้องการมีบุตร ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้มีสมมติฐานที่ว่า “ภาวะการมีบุตรยากเป็นปัญหาของผู้หญิง” เพราะผู้หญิงเป็นผู้ให้กำเนิดเด็กทารก แต่หลายต่อหลายครั้งปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากจำนวนและคุณภาพของสเปิร์มจากผู้ชายเอง

 

 

เมื่อรู้เช่นนี้ เชื่อว่าหลายๆ ท่านกำลังคิดมองหาแหล่งที่มาของไลโคปีนมารับประทานเป็นแน่ ไลโคปีนพบมากในพืชที่มีสีแดง เช่น มะเขือเทศ นอกจากนี้ยังพบในแตงโม มะละกอ แครอท ฟักข้าว ส้มโอสีชมพู อีกด้วย ในส่วนของปริมาณการรับประทานนั้น ร่างกายเราต้องการไลโคปีนประมาณ 6.5 มิลลิกรัมต่อวัน หรือต้องทานมะเขือเทศประมาณ 10 ลูกนั่นเอง แต่ทั้งนี้ ถ้าเรารับประทานแบบสดๆ เราจะได้รับปริมาณไลโคปีนน้อยกว่าการนำไปผ่านความร้อน เนื่องจากสารไลโคปีนจะสะสมอยู่บริเวณผนังเซลล์ของพืชผักต่างๆ ดังนั้น จำเป็นต้องใช้ความร้อนเพื่อเพื่อให้สารละลายออกมา เพื่อร่างกายจะได้ดูดซึมได้มากขึ้นจากการวิจัยศึกษาที่ยุโรประบุว่า ท่านชายที่นิยมรับประทานพิซซ่าเป็นประจำ จะเกิดภาวะการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนทั่วไป เนื่องจากพิซซ่าประกอบไปด้วยซอสมะเขือเทศและใช้ความร้อนเยอะนั่นเอง และหากท่านใดที่ต้องการเสริมในรูปแบบวิตามินชนิดเม็ด ก็สามารถทำได้ เช่นกัน โดยในปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าการได้รับไลโคปีนมากเกินไปจะมีผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใด

 

 

นอกจากนี้ ในทางการแพทย์ยังระบุว่าเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณของไลโคปีนในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้โอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ทั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม เนื่องจากว่าไลโคปีนเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง กลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ เข้าไปจับอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอ อันก่อให้เกิดโรคมะเร็งนั้นเอง ซึ่งสารไลโคปีนจะช่วยลดการก่อการกลายพันธุ์ หรือยับยั้งวงจรชีวิตของเซลล์มะเร็งลงได้

 

 

นอกจากนี้การรับประทานไลโคปีนยังช่วยยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ใช้สังเคราะห์โคเลสเตอรอล และเร่งสลายโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL (Low density lipoprotein) ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแข็งตัวได้อีกด้วย

 

 

ตารางความสำคัญของ ไลโคปีน กับคุณผู้ชายในแต่ละวัย

 

ช่วงวัย

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

วัยรุ่น

ช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่ห่วงเรื่องรูปร่าง ห่วงสวย ห่วงหล่อ แต่ช่วงวัยนี้ร่างกายจะมีการแบ่งเซลล์ เพื่อการเจริญเติบโตเป็นำจนวนมาก หนึ่งในนั้น คือ เซลล์ไขมันที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน ไลโคปีน จึงเปรียบเสมือนตัวช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ไขมัน

วัยทำงาน

ช่วยวัยทำงาน ผู้คนส่วนใหญ่ขาดการออกกำลังกาย และนิยมการรับประทานอาหารรสหวาน ไลโคปีนจึงเป็นตัวช่วยในการควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือป้องกันภาวะความไวต่ออินซูลิน นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมี “กรดซิตริก” ที่ช่วยยับยั้งการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของออกซิเจนที่เปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล

วัย 40 ปีขึ้นไป

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายก็ยิ่งสะสมสารอนุมูลอิสระที่ทำร้ายเซลล์ต่งๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจดจำ เกิดอาการหลงลืมไปบ้าง หากคนในวัยชรารับประทานไลโคปีน ก็จะช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์ของสารอนุมูลอิสระและผลักออกจากร่างกายในเวลาต่อมา

 

 

“ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ไลโคปีนได้เอง จึงจำเป็นต้องรับประทานไลโคปีนจากผักผลไม้รวมถึงอาหารเสริม โดยเป็นสารอาหารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ ที่มีคุณประโยชน์ในการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ ถ้าปริมาณไลโคปีนในร่างกายเราลดลง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆ และเกิดโรคร้ายในที่สุดจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหาร เพื่อเพิ่มปริมาณไลโคปีนให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละช่วงวัยด้วย และวิธีการรับประทานนั้นพบว่า ไลโคปีนที่ผ่านกระบวนการใช้ความร้อน (Heat processed-lycopene) ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าไลโคปีนในธรรมชาติ ดังนั้น หากจะรับประทานผักและผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับไลโคปีน จึงควรนำผักและผลไม้ไปปรุงให้สุกก่อนครับ”

 

 

นพ.สุริยา ธีรธรรมากุล

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา และเวชศาสตร์ชะลอวัย

(Some images used under license from Shutterstock.com.)