Haijai.com


ผู้ป่วยที่ใช้ยากันชัก มีข้อควรปฏิบัติอะไรบ้าง


 
เปิดอ่าน 8728

ผู้ป่วยลมชักต้องผักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด หากผู้ป่วยเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแล ต้องลดปัจจัยกระตุ้นการชัก เช่น ต้องจัดให้เด็กได้นอนเต็มที่ ไม่นอนดึก เด็กเล็กไม่เกิน 2 ทุ่ม เด็กโตไม่เกิน 3 ทุ่ม ไม่ดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมนานๆ ไม่วิ่งเล่นจนเหนื่อยมากๆ และต้องระวังมิให้เกิดภาวะไข้สูง โดยให้ยาลดไข้และเช็ดตัว เป็นต้น

 

 

ผู้ป่วยที่ใช้ยากันชัก มีข้อควรปฏิบัติอะไรบ้าง

 

ข้อควรปฏิบัติของผู้ป่วยที่ใช้ยากันชัก คือ 5 รู้ ดังนี้

 

1.รู้จักชื่อยากันชักที่ใช้ จริงๆ แล้วผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวทุกคนควรรู้จักชื่อยาประจำตัวของตัวเอง โรคลมชักก็เช่นกัน การที่เราสามารถบอกชื่อยาที่กินอยู่ประจำเมื่อแพทย์ เภสัชกรหรือบุคลากรการแพทย์ท่านอื่นสอบถาม จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิผลในการกินยา เพราะยากันชักจะตีกับยาอื่นได้ง่าย เมื่อยาตีกัน ก็ทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์ และไม่ได้ผลในการรักษา หรือยาออกฤทธิ์มากเกินไปจนเกิดพิษจากยาได้

 

 

2.รู้จักวิธีใช้ ผู้ป่วยโรคลมชักต้องกินยากันชักต่อเนื่องนาน และต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ลืม ต้องไม่เพิ่มขนาดยาเอง การตวงยาหรือแบ่งเม็ดยาต้องเป๊ะ เพราะยากันชักเป็นยาอันตราย ออกฤทธิ์ที่สมอง หากพบอาการผิดปกติจากการกินยา ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

 

 

3.รู้จักอาการข้างเคียงของยา ยากันชักมีผลให้เกิดอาการข้างเคียง คือ ง่วงซึม มึนงง เดินเซในรายที่ได้ยากันชักขนาดสูง ผมร่วง มีสิว เหงือกบวม เกล็ดเลือดต่ำ ตับอักเสบ น้ำหนักตัวเพิ่มหรือลด อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ถ้าเป็นเด็กก็อาจซนขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีการแพ้ยา อาการที่กล่าวมาไม่ได้เกิดกับผู้ป่วยทุกคน แต่จะเกิดได้กับไม่กี่คน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยควรระมัดระวังและแจ้งแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้ง เมื่อพบอาการผิดปกติ เพื่อแก้ไขความผิดปกติมิให้ลุกลามต่อไป

 

 

4.รู้ว่าต้องกินยานานเท่าไหร่ โดยทั่วไปผู้ป่วยต้องกินยากันชักต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี หรืออาจนานถึง 5 ปี ซึ่งระหว่างนั้นหากไม่มีอาการชักเลย แพทย์จะลดขนาดยา โดยจะลดขนาดยาลงทีละน้อยและเฝ้าระวังมิให้เกิดอาการชัก

 

 

5.รู้วิธีการดูแลตัวเอง ผู้ป่วยต้องพักผ่อนให้พอ ไม่เครียด หากผู้ป่วยเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแล ต้องลดปัจจัยกระตุ้นการชัก เช่น จัดให้เด็กได้นอนเต็มที่ เด็กเล็กไม่เกิน 2 ทุ่ม เด็กโตไม่เกิน 3 ทุ่ม ไม่ดูโทรทัศน์หรือเล่นเกมนานๆ ไม่วิ่งเล่นจนเหนื่อยมากๆ และต้องระวังมิให้เกิดภาวะไข้สูง โดยให้ยาลดไข้และเช็ดตัว เป็นต้น

 

 

จะมีโอกาสแพ้ยากันชักหรือไม่

 

ยากันชักเป็นยากลุ่มหนึ่งที่ผู้ป่วยอาจเกิดการแพ้ยาได้ และอาจเกิดการแพ้ชนิดรุนแรง ที่มีชื่อว่า Stevens Johnson syndrome ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าจะแพ้ยา ในปัจจุบันสามารถตรวจยีนแพ้ยาได้แล้ว แต่สามารถตรวจรู้ได้เพียงยากันชักบางตัวเท่านั้น อีกอย่างการตรวจนี้ยังไม่แพร่หลาย ไม่สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง

 

 

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถเฝ้าระวังการแพ้ยาได้ด้วยตัวเอง นั่นคือ ถ้าแพ้ยากันชักจะสังเกตได้ว่ามีผื่นผิวหนังผิดปกติ มีไข้ ปากลอก ตาแดง ภายใน 1-3 สัปดาห์หลังเริ่มกินยากันชัก เมื่อเกิดอาการดังกล่าว อาจครบทุกอาการหรือไม่ครบก็ได้ ผู้ป่วยต้องหยุดยา แล้วมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที นำถุงยา และบัตรแพ้ยา (ถ้ามี) มาด้วย

 

 

ภญ.รวิวรรณ วิทวัสสำราญกุล

(Some images used under license from Shutterstock.com.)