Haijai.com


เสี่ยวโจวเทียน ฝึกจิตคืนความอ่อนเยาว์ Xiao Zhou Tian


 
เปิดอ่าน 5291

The Real Truth About the Small Universe Qigong (Xiao Zhou Tian)

 

 

เสี่ยวโจวเทียน ฝึกจิตคืนความอ่อนเยาว์

 

ไม่ว่ายุคสมัยไหน สิ่งที่คนเราให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นเรื่องของการคงความเป็นหนุ่มสาวไว้นานๆ หากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายร้อยปี่อน ศาสตร์ชะลอวัยได้ถูกกล่าวไว้ในตำราโบราณของชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรีก โรมัน หรือจีน โดยเฉพาะของจีน ได้มีศาสตร์หนึ่งซึ่งถูกถ่ายทอดมา เป็นวิชาโบราณที่หาเรียนได้ยาก ซึ่งได้แก่ ศาสตร์ชะลอวัยโบราณที่ชื่อว่า “เสี่ยวโจวเทียน (Xiao Zhou Tian)

 

 

“เสี่ยวโจวเทียน” คืออะไร

 

เสี่ยวโจวเทียน คือ วิธีการักษสุขภาพด้วยการนั่งสมาธิด้วยพลัง “เสี่ยวโจวเทียน” คำว่า “เสี่ยวโจวเทียน” แปลตรงตัวว่า จักรวาลน้อยเป็นลักษณะของการนั่งสมาธิชั้นสูงของลัทธิเต๋า ที่ถือกำเนิดมากว่า 900 ปี ในแผ่นดินจีน โดยชาวจีนมีความเชื่อว่า พลังชีวิตของคนเราประกอบขึ้นจาก 3 ส่วน อันได้แก่ พลังต้นกำเนิดชีวิต ที่ได้มาจากพ่อแม่ และเมื่อโตขึ้นมาก็มีพลังมาจากอาหารการกินที่เรารับประทานเข้าไป และพลังสุดท้าย ได้แก่ พลังที่มาจากการหายใจ ซึ่งพลังงานทั้งสามส่วนประกอบขึ้นให้คนเรามีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งเสี่ยวโวเทียน เป็นการนั่งสมาธิเพื่อเพิ่มพลังต้นกำเนิดชีวิต หรือ “หยวนซี่” ให้แก่ตนเอง

 

 

หลังจากที่คนเราเกิดมาแล้ว หยวนซี่ของมนุษย์ทุกคนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 16 ปี และช่วงอายุ 16 ปีนี้เอง ที่พลังหยวนซี่จะเต็มเปี่ยม หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ ซึ่งจะลดลงมากหรือน้อย เร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละคน หากคนไหนที่มีการดูแลสุขภาพที่ดี ใส่ใจทั้งเรื่องอาหารการกินและใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาณ ก็จะยังมีพลังหยวนซี่อยู่มาก ซึ่งจะส่งผลให้คนๆ นั้น แก่ช้า แต่หากคนไหนใช้ชีวิตสมบุกสมบัน ดื่มเหล้า ไม่รักษาสุขภาพก็จะทำให้หยวนซี่ลดลงและมีผลทำให้คนนั้นดูแก่กว่าวัย และอายุไม่ยืนยาว ซึ่งเมื่อใดที่พลังชีวิตถูกใช้จนหมด ชีวิตก็จะจบสิ้นลง

 

 

ในทางการแพทย์ เสี่ยวโจวเทียน ถือเป็นการแพทย์ทางเลือกสาขาหนึ่ง ที่จะช่วยในเรื่องของการทำงานของระบบสมอง โดยเมื่อเราฝึกเสี่ยวโจวเทียนเป็นประจำ จะส่งผลให้คลื่นสมองทำงานอยู่ในระดับ คลื่นอัลฟา (Alpha brainwave) ซึ่งคลื่นอัลฟามีความถี่ระหว่าง 9-13 รอบ ต่อวินาที มีจังหวะที่ช้ากว่ามีขนาดใหญ่กว่า และมีพลังงานมากกว่าคื่นเบต้า จัดว่าเป็นคลื่นสมองที่มีระเบียบ เป็นคลื่นแห่งการผ่อนคลายจินตนาการและความคิด เป็นคลื่นสมองที่เกิดขึ้นใน “สภาวะจิตใจสงบ สมดุล แต่มีความตื่นัว” พร้อมที่จะทำกินกรรมใดๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 

2 ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึก

 

ด้านที่ 1 คือ การฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย การฝึกเสี่ยวโจวเทียนจะส่งผลให้ร่างกายของเราคืนความหนุ่มสาว ไม่แก่ชรา และช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ สุขภาพจะกลับคืนความแข็งแรง บำบัดโรค ซึ่งโดยปกติแล้ว คนที่รู้จักวิธีรักษาสุขภาพใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง พลังชีวิตจะถูกใช้อย่างสมดุล จึงมีอายุถึง 90 หรือ 100 ปี ในทางกลับกัน บางคนไม่รักษาสุขภาพเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้า ใช้ชีวิตอย่างไม่มีขอบเขต การใช้พลังชีวิตก็จะมากกว่าผู้อื่น พลังชีวิตจึงหมดเร็ว อายุก็ไม่ยืนยาว การออกกำลังกายหรือฝึกชี่กงแบบทั่วไปอาจทำให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดีขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการทำให้พลังชีวิตหมดช้าลง ไม่สามารถเพิ่มพลังชีวิตเพื่อคืนความเป็นหนุ่มสาวกลับมาได้

 

 

ด้านที่ 2 คือ การนั่งฝึกเสี่ยวโจวเทียนจะช่วยให้ผู้ฝึกจิตใจผ่องใส ปลอดโปร่ง สติปัญญาดีขึ้น ส่งเสริมสมรรถภาพทางใจ คิดอะไรได้รวดเร็ว ถูกต้อง คิดอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสมองสามารถเปิดรับข้อมูลได้อย่างเต็มที่ และเรียนรู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นนักเรียนก็จะทำให้มีความจำดี ส่งผลให้การเรียนหนังสือดีขึ้น หากเป็นนักธุรกิจก็ช่วยให้สติ สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นขณะทำงานได้เป็นอย่างดี สามารถควบคุมอารมณ์และปล่อยวางได้ ลดอาการความจำเสื่อม หรือ หลงลืมเรื่องที่ลืมก็จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลืมปิดน้ำ ปิดไฟ

 

 

ต้องฝึก ฝึกอย่างไร

 

การฝึกเสี่ยวโจวเทียนต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน (ขั้นที่ 1) จนถึงขั้นสำเร็จ (ขั้น 16) ซึ่งมีอยู่ท่าเดียวได้แก่ท่านั่งสมาธิ โดยผู้ฝึกจะนั่งเก้าอี้หรือนั่งขัดสมาธิก็ได้ จากนั้นให้นั่งหลังตรงร่างกายต้องผ่อนคลายไม่เกร็ง และจะหลับตาหรือหรี่ตาก็ได้ ระหว่างการฝึก แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงกลับอยู่ภายในร่างกาย ซึ่งในการฝึกนั้น ผู้ฝึกต้องมีความเข้าใจในลักษณะของลมปราณที่เดินอยู่ภายในร่างกาย ผู้ฝึกต้องรู้สึกได้ถึงพลังที่หมุนไปมา และต้องสัมผัสได้ว่า ลมปราณขณะนั้นอยู่ตรงไหน มีลักษระเป็นอย่างไร และจะเคลื่อนจากจุดไหนไปจุดไหน

 

 

ทั้งนี้ในการเดินลมปราณทุกๆ ครั้ง จะต้องได้รับการเปิดจักระจากอาจารย์ผู้สอน และหากการเดินลมปราณมีการติดขัด ผู้สอนจะใช้พลังจิตในการช่วยบังคับลมปราณให้ผ่านจุดต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น

 

 

เคล็ดลับวิชานี้ เป็นวิชาโบราณที่สมัยก่อนมีการสอนให้เฉพาะลูกศิษย์ในสำนัก ผู้ฝึกต้องมีทัศนคติที่ดีและมีความศรัทธาต่อวิชาและครูผู้สอน โดยผู้ฝึกที่มีอายุยิ่งน้อยยิ่งฝึกง่าย และผู้หญิงจะฝึกได้ง่ายกว่า ผู้ชายเพราะมีสภาธิดีกว่า ทั้งนี้ผู้ฝึกควรเป็นผู้ที่มีพื้นฐานผ่านการเรียนชี่กงโยคะ พลังจักรวาล หรือเคยฝึกสมาธิปฏิบัติธรรมมาบ้าง ก็จะทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้ด้วยความรวดเร็ว

 

 

ปัจจุบันนี้มีผู้ที่ฝึกเสี่ยวโจวเทียนเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการฝึกฝนลมปราณเสี่ยวโจวเทียนให้ได้ผลสำเร็จ จะต้องมีความเข้าใจถึงลักษณะของลมปราณภายในร่างกายเสียก่อน โดยเส้นทางเดินของลมปราณ ต้องสัมผัสได้ว่า ลมปราณภายในร่างกายนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร และหากลมปราณภายในร่างกายนั้นมีอยู่จริงก็ต้องรับรู้ได้ว่า พลังที่เกิดขึ้นจากการไหลเวียนของกระแสลมปราณนั้นชัดเจน การไหลเวียนของพลังลมปราณที่หมุนเวียนภายในร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอนั้น เป็นเพียงขั้นต้นๆ ของการฝึกพลังลมปราณเสี่ยวโจวเทียน ส่วนขั้นต่อๆ ไปของวิชานั้นเป็นเรื่องของความสามารถของแต่ละบุคคลว่า จะสามารถเพียรพยายามฝึกฝนต่อไปขั้นสูงๆ จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงได้อย่างมากมาย อาทิ สุขภาพแข็งแรง และบำบัดโรคทั้งหลายที่เป็นอยู่ไม่ว่าจะเป็น โรคหวัด โรคเจ็บคอ คออักเสบ หรือแพ้อาการเป็นต้น

 

 

“เสี่ยวโจวเทียน” ต่างจากศาสตร์อื่นๆ อย่างไร

 

การฝึกเสี่ยวโจวเทียนต่างจากการฝึกชี่กง และการออกกำลังกายแบบอื่นๆ เพราะการฝึกแบบอื่นๆ เป็นการฝึกเพื่อให้พลังหยวนชี่หมดช้าลง และไม่สามารถเพิ่มพลังหยวนชี่ได้ ซึ่งต่างจากเสี่ยวโวเทียนตรงที่ เมื่อฝึกแล้วจะทำให้พลังหยวนชี่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง จึงเป็นที่มาของการคืนความเป็นหนุ่มเป็นสาว แก่ช้า

 

 

นอกจากนี้การฝึก “เสี่ยวโจวเทียน” ยังแตกต่างออกไปจากการฝึกไท้เก๊กตรงที่ต้องนั่งทำสมาธิและมาจากคนละสำนักที่สำคัญการเรียกคืนพลังชีวิตถือเป็นสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เปรียบเทียบง่ายๆ คือ “พลังชีวิต” เปรียบเสมือน “เงิน” หรือโภคทรัพย์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการดำเนินชีวิตของคนยุคสมัยนี้ ซึ่งหากขาดพลังลมปราณแห่งการขับเคลื่อนนี้ชีวิตย่อมเดินก้าวพลาด หรือเกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย การฝึกไท้เก๊กนั้นมีที่มาจากสำนักบู๊ตึ๊ง ประการสำคัญของการฝึก คือ การเอ็กเซอร์ไซส์ ในเชิงรำมวยจีน แต่ถ้าเป็นการฝึกโยคะ ก็จะเป็นการออกกำลังกายที่ต้องควบคุมลมหายใจไปพร้อมกับเคลื่อนไหวร่างกาย ตรงนี้จึงถือเป็นข้อแตกต่งกันอย่างชัดเจน เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้นว่า “พลังชีวิต” คือสิ่งที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกาย ดังนั้น ถ้าพลังชีวิตไม่ติดขัดหรือไม่เสื่อมถอย แน่นอนว่าคนนั้นย่อมมีสุขภาพจิตที่ดี และสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ส่วนเรื่องของความอ่อนกว่าวัยก็เป็นผลพลอยได้จากการฝึก

 

 

“เสี่ยวโวเทียนเป็นศาสตร์ที่สามารถช่วยในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้โดยใช้สมาธิขั้นสูง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบนั่งสมาธิและอยากรู้ว่าสมาธิของคุณอยู่ในระดับไหน กรฝึกเสี่ยวโจวเทียนสามารถให้คำตอบได้ ที่พิเศษคือ เมื่อฝึกแล้วทำให้แก่ช้า เพราะทำให้เซลล์ของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่ที่สำคัญคนจะเรียนหลักสูตรนี้ได้ต้องมีความศรัทธา และต้องมีสมาธิ มีเวลา ขยันฝึก

 

 

การฝึกหลักสูตรนี้ไม่ได้บังคับว่าต้องกินเจหรือถือศีล เพียงแต่ผู้ฝึกต้องเป็นผู้มีจิตนิ่งบริสุทธิ์ ดีที่สุด คือ ต้องมีพื้นฐานเช่นเคยนั่งสมาธิรำไทเก็ก เคยเรียนโยคะมาก่อน โดยในการเรียนต้องมีการถ่ายทอดพลังซึ่งกันและกัน ซึ่งการส่งพลังมี 2 วิธี วิธีแรกคือการส่งพลังแบบสัมผัสตัวผู้รับพลัง วิธีที่สอง คือ การส่งพลังโดยยืนห่างจากผู้รับประมาณ 3 นิ้ว และเวลามาเรียนเราต้องเปิดจักระให้ทุกคน ถ้าไม่เปิด เรียนตลอดชีวิตก็ไม่มีทางสำเร็จ”

 

 

อ.หยาง เผย เซิน

ผู้อำนวยการศูนย์ชี่กงเพื่อสุขภาพ

(Some images used under license from Shutterstock.com.)