การตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือท้องนอกมดลูกคืออะไร

การตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือท้องนอกมดลูกคืออะไร

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

 

 

การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือท้องนอกมดลูกคืออะไร?

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

 

 

การตั้งครรภ์ปกติ

เมื่อมีการตกไข่ ไข่ที่ตกจากรังไข่ จะเดินทางผ่านส่วนที่มีลักษณะคล้ายปากแตรของท่อนำไข่ มารอรับการปฏิสนธิกับตัวอสุจิบริเวณท่อนำไข่ เมื่อมีการปฏิสนธิเรียบร้อยแล้ว ตัวอ่อนจะเดินทางตามท่อนำไข่มาฝังตัวในโพรงมดลูก ซึ่งปกติเป็นอวัยวะเหมาะสม สำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ที่สามารถขยายตัวเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ได้ถึง 50 เท่าของขนาดปกติ

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

การที่ตัวอ่อนไม่ได้ฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก กล่าวคือไม่มีการเดินทางของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว หรือ เดินทางไปฝังตัวในตำแหน่งที่ผิดปกตินอกโพรงมดลูก พอมีการเจริญเติบโตขยายขนาดของตัวอ่อน อวัยวะนั้นๆ ไม่สามารถขยายตัวรองรับขนาดของตัวอ่อนที่ใหญ่ขึ้นได้ ก็เกิดการปริแตก เช่น ที่ปีกมดลูก หรือท่อนำไข่

 

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

 

 

โอกาสการเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกมีมากน้อยเท่าไร?

โอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกประมาณร้อยละ  1-2  ส่วนใหญ่เกิดที่ตำแหน่งของท่อนำไข่ (ร้อยละ 98) ซึ่งเรียกว่า การตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูก (Tubal pregnancy) นอกจากนี้ตำแหน่งของการตั้งครรภ์นอกมดลูกอาจเกิดที่อื่นๆ เช่น  ปากมดลูกในช่องท้อง หรือ รังไข่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่พบได้น้อยที่สุด การตั้งครรภ์นอกมดลูกทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้ามีภาวะตกเลือดในช่องท้องมากจนเกิดภาวะช็อค และผู้ป่วยได้รับการตรวจวินิจฉัย หรือได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที  สมัยก่อนการตั้งครรภ์นอกมดลูกมีอัตราการเสียชีวิติของหญิงตั้งครรภ์สูงมาก  แต่ปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยดีขึ้น ทำให้อัตราการตายของหญิงตั้งครรภ์ลดลงอย่างมาก มีรายงานการเสียชีวิตจากการท้องนอกมดลูกประมาณ 5 ต่อ 10,000 คนในปัจจุบัน

อาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นอย่างไร?

อาการของการตั้งครรภ์นอกมดลูก แรกๆมักไม่มีอาการผิดปกติ อาจมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะบ่อย คัดตึงเต้านม เหมือนการตั้งครรภ์ปกติ อาการมักเกิดหลังจากสัปดาห์ที่ 7 อาการที่มักพบในผู้ป่วยคือ อาการปวดท้อง ลักษณะปวดบีบเป็นพักๆคล้ายโรคกระเพาะ หรือปวดเวลาถ่ายปัสสาวะ ถ้าอาการปวดเพิ่มขึ้นอาจมีปวดร้าวไปหลัง หรือหัวไหล่ได้ (อาการปวดร้าวไปหัวไหล่ อาจบ่งบอกถึงภาวะเลือดออกในช่องท้อง ซึ่งไปทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระบังลม) อาการเลือดออกทางช่องคลอด แต่ส่วนใหญ่ปริมาณไม่มากเหมือนเลือดออกจากการแท้งบุตร หรือประจำเดือน ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการหน้ามืด ใจสั่น คล้ายจะเป็นลม ซึ่งมักพบในระยะที่มีการแตกของท่อนำไข่แล้ว และมีการตกเลือดในช่องท้อง

สาเหตุที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกมีอะไรบ้าง?

1.ประวัติเคยเป็นโรคปีกมดลูกอักเสบมาก่อน (Pelvic inflammatory disease: PID) ซึ่งการติดเชื้อทำให้เกิด การทำลายสภาพปกติของท่อนำไข่ ซึ่งเป็นที่เดินทางของไข่  ซึ่งปกติภายในท่อนำไข่จะมี เซลล์ ที่คล้ายนิ้วมือเล็ก ๆ (Cilia) คอยโบกให้ตัวอ่อนเคลื่อนตัวเข้าไปสู่โพรงมดลูก เมื่อเซลล์เหล่านี้เสียหายก็ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปฝังตัวในโพรงมดลูกได้ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด

2.ภาวะมีบุตรยาก และการกระตุ้นการตกไข่ด้วยฮอร์โมนในปริมาณสูงๆ มีโอกาสเกิดท้องนอกมดลูกได้สูงกว่าคนปกติถึง 4 เท่า นอกจากนี้ในกลุ่มผู้มีบุตรยากมักมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ซึ่งมักทำให้เกิดพังผืดบริเวณท่อนำไข่ ทำให้ท่อนำไข่ผิดรูป และตีบตันได้

3.การใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิด (Intrauterine device: IUD) โอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกประมาณร้อยละ 3-4 โดยห่วงอนามัยชนิดที่มีทองแดงมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกน้อยกว่าห่วงชนิดอื่นๆ เพราะกลไกของห่วงอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ภายในโพรงมดลูกเท่านั้น

4.การเคยได้รับสารกลุ่ม diethylstilbestrol(DES) เป็นฮอร์โมนเพศหญิง หรือ เอสโตรเจน (Estrogen)ในระดับสูงๆ ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกสูงกว่าคนปกติ 3-5 เท่า ปัจจุบันยานี้เลิกใช้ไปแล้ว แต่พบว่าการที่ผู้หญิงบางคน ได้รับยาคุมกำเนิดชนิดหลังร่วมเพศ ซึ่งมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงๆ  ก็มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้สูงขึ้นเช่นกัน

5.การผ่าตัดบริเวณท่อนำไข่ การขูดมดลูก ซึ่งอาจทำให้เกิดพังผืดหลังผ่าตัด รบกวนการเดินทางของไข่

6.การสูบบุหรี่ ทำให้เกิดท้องนอกมดลูกมากกว่าคนปกติ 1.6-3.5 เท่า

7.การทำหมัน ทำให้เกิดการท้องนอกมดลูกหลังทำหมันได้ประมาณร้อยละ 6 และมักเป็นในช่วงหลังจาก 2 ปีหลังการทำหมันไปแล้ว

8.ประวัติเคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อน ก็มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกซ้ำในท้องถัดไป ได้ร้อยละ 10-25

9.อายุ ในกลุ่มที่อายุมาก (35-44 ปี) มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกสูงกว่ากลุ่มอายุน้อย (15-24 ปี) ถึง 4 เท่า เชื่อว่าอาจเกิดจากการทำงานผิดปกติของกล้ามเนื้อท่อนำไข่ ( myoelectrical ) ทำให้การเคลื่อนไหวบีบตัวของท่อนำไข่ทำงานน้อยลง

แม้บางส่วนของการตั้งครรภ์นอกมดลูกสามารถบอกปัจจัยเสี่ยงได้ แต่ก็มีถึง 1 ใน 3 ที่เราไม่ทราบสาเหตุ

นพ. นิวัฒน์ อรัญญาเกษมสุข


4780
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์