Haijai.com


4 วิธีเที่ยวธรรมชาติอย่างปลอดภัย ถอดบทเรียนทีมหมูป่า


 
เปิดอ่าน 317

4 Safety Guide ถอดบทเรียนทีมหมูป่า สู่วิธีเที่ยวธรรมชาติอย่างปลอดภัย

 

จากกรณีปฏิบัติการกู้ภัยช่วยเหลือสมาชิกทีมฟุตบอลหมู่ป่าอะคาเดมี 13 คน จากถ้ำหลวงในเขตวนอุทยานถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จนกลายเป็นข่าวดัง ที่ผู้คนทั่วโลกติดตาม เห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเผยแพร่วิธีท่องเที่ยว ตามแหล่งธรรมชาติอย่างปลอดภัยได้

 

ในวาระนี้เราได้รับเกียรติจาก ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการนำสักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาเป็นผู้ให้ข้อมูลโดยตรง

 

นอกจากข้อมูลการเที่ยวถ้ำแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอื่นๆ เช่น น้ำตก ป่า ทะเล อีกด้วย

 

 

NO.1 CAVE เที่ยวอย่างมีสติ

ดร.ทรงธรรมอธิบายว่า เส้นทางท่องเที่ยวถ้ำที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงเป็นเพียงบางส่วน ของเส้นทางในถ้ำทั้งหมด ข้อสำคัยคือ ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง เพราะในถ้ำนั้นมืด มองไปทางไหนก็ดูเหมือนๆ กันไปหมด จึงทำให้หลงทางได้ นอกจากนี้ตามซอกมุมต่างๆ ในถ้ำเป็นที่หลบภัยของสัตว์มีพิษอย่างงู แมงป่อง ตะขาบ และแมลงต่างๆ

 

กรณีที่เป็นถ้ำ ซึ่งมีน้ำไหลผ่าน หรือถ้ำธารลอด อนุญาตให้เข้าชมได้เฉพาะฤดูแล้งเท่านั้น ไม่ควรฝ่าฝืน เพราะนอกเหนือจากฤดูที่ระบุไว้ อาจมีน้ำไหลหลากขึ้นมาปิดทางเข้า - ออก ถ้ำได้

 

 

หากต้องการเที่ยวชมถ้ำอย่างปลอดภัย โปรดปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

สวมอุปกรณ์นิรภัย เช่น หมวกนิรภัย

เตรียมไฟฉาย อย่าลืมเตรียมแบตเตอรี่สำรองไปด้วย

เดินในเส้นทางที่กำหนด โดยเดินเรียงแถวทีละคน ไม่ควรมุดไปตามซอกหลืบ เพราะบางแห่งมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนได้

ไม่สัมผัสหินงอกหินย้อย เพราะไขมันในเหงื่อจะทำปฏิกิริยากับหิน ทำให้หินตาย หรือไม่งอกอีกต่อไป

ห้ามส่งเสียงดังรบกวนสิ่งมีชีวิตในถ้ำ

ห้ามจุดไฟหรือสูบบุหรี่ เพราะในถ้ำมีออกซิเจนน้อย ทำให้หายใจลำบาก และเขม่าที่เกิดขึ้นจะไปเคลือบตามผนังถ้ำ ทำให้ระบบนิเวศภายในถ้ำถูกรบกวน

 

 

ข้อปฏิบัติเบื้องต้นในการเที่ยวชมธรรมชาติ

แม้แหล่งท่องเที่ยงทางธรรมชาติที่นำเสนอในบทความนี้ จะมีถึง 4 ประเภท แต่ ดร.ทรงธรรมอธิบายว่า ทุกๆ แหล่งมีแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ ดังนี้

 

หาข้อมูลก่อนเข้าชม โดยแนะนำให้หาข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมอุทยานฯ ไว้ล่วงหน้า

โทร. ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยตรง ควรระบุช่วงเวลาที่ต้องการเข้าชมให้ชัดเจน และข้อมูลเรื่องสภาพอากาศ การเตรียมตัว การใช้อุปกรณ์พิเศษต่างๆ ให้ครบถ้วน

แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ถึงวัน - เวลาเข้าพื้นที่ จำนวนผู้ร่วมคณะ และวัน - เวลา ออกจากพื้นที่

ต้องมีผู้นำทาง แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เคยเข้าชมแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัย ต้องมีไกด์ท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ประจำวนอุทยาน หรืออุทยานเป็นผู้นำทาง ไม่ควรเข้าไปภายในพื้นที่ตามลำพัง

ประเมินสภาพร่างกายก่อนเข้าพื้นที่ กรณีที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

แต่งกายให้รัดกุม เลือกเสื้อผ้า หมวก รองเท้า หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นให้เหมาะกับพื้นที่ และสภาพอากาศ

 

 

NO.2 WATERFALL ระวังทั้งน้ำวนและน้ำป่าไหลหลาก

ดร.ทรงธรรมระบุว่า อุบัติเหตุที่พบได้บ่อยจากการท่องเที่ยวน้ำตก คือ การลื่นไถลโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกกรณีคือ การเล่นน้ำตก แบบคึกคะนอง พุ่งตัวหรือไถลตัวลงมา อีกกรณีที่พบบ่อยและมีโอกาสเสียชีวิตได้ คือ การลงเล่นน้ำตกในบริเวณที่มีน้ำวนทั้งๆ ที่มีการติดป้ายเตือนไว้แล้ว

 

ผู้ที่เสียชีวิตจากการเล่นน้ำตก มักพบว่าดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลงไปเล่นน้ำทั้งๆ ที่ใส่กางเกงยีน เมื่อกางเกงที่ทำจากผ้าชนิดนี้เปียกน้ำ จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และถ่วงให้ผู้สวมใส่จมลงได้ง่ายขึ้น

 

 

หากต้องการเที่ยวชมน้ำตกอย่างปลอดภัย โปรดปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

ระวังน้ำป่าไหลหลาก ส่วนใหญ่ช่วงของการเที่ยวชมน้ำตกมักอยู่ในฤดูฝน ก่อนเข้าพื้นที่จึงควรตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศ ทั้งจากแหล่งข้อมูลภายนอกและโทร. สอบถาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยตรง

สังเกตความแรงและสีของน้ำ ถ้าน้ำเปลี่ยนจากสีใสไปเป้นมีตะกอน สีขุ่น ไหลแรงขึ้น แสดงว่ามีน้ำป่าไหลหลาก ต้องรีบขึ้นมา และอยู่ห่างจากตลิ่งอย่างน้อย 10 เมตร

ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น ควรงดลงเล่นน้ำตก กรณีที่ว่ายน้ำเป็น ควรใส่เชื้อชูชีพเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีป้ายเตือน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีน้ำลึก หรือมีวังน้ำวน หากฝ่าฝืนไปลงเล่น อาจะเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้เกิดความคึกคะนอง และถ้าทำขวดแตกก็อาจถูกเศษแก้วบาดได้

 

 

DIS YOU KNOW? เที่ยวถ้ำแบบมือโปร โดยกรมป่าไม้สหรัฐฯ

กรมป่าไม้แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Forest Service) ระบุถึงข้อควรปฏิบัติในการเข้าชมถ้ำให้ปลอดภัย ดังนี้

 

1.ไม่ไปเที่ยวถ้ำคนเดียว กรมป่าไม้แห่งประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า การไปเที่ยวถ้ำควรไปกันอย่างน้อย 4 คน อย่างมาก 8 คน เพราะหากมีคนหนึ่งบาดเจ็บจะได้มีคนหนึ่งอยู่เป็นเพื่อนคนเจ็บ ส่วนอีกสองคน จะได้ออกมาขอความช่วยเหลือเป็นเพื่อนกันได้ ที่สำคัญเด็กๆ ไม่ควรไปเที่ยวถ้ำโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วย

2.ต้องมีน้ำและอาหารติดตัว นำน้ำติดตัวไปให้เพียงพอต่อระยะเวลาที่เที่ยวอยู่ในถ้ำ และควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูง

3.อย่าเข้าถ้ำที่เป็นธารน้ำลอดในช่วงหน้าฝน หรือในช่วงที่อาจมีน้ำป่าไหลหลาก เพราะน้ำมักไหลบ่าเข้าท่วมถ้ำ ซึ่งเป็นทางน้ำตามธรรมชาติอย่างปัจจุบันทันด่วนเสมอ

4.บอกเวลาไป – กลับ ที่แน่นอน แจ้งพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ หรือเพื่อนๆ ที่ไว้ใจได้ว่าจะไปเที่ยวถ้ำ ตอนกี่โมง และจะกลับออกมาประมาณกี่โมง ถ้ากลุ่มที่ไปเที่ยวถ้ำไม่กลับออกมาตามเวลาที่กำหนด หรือนานเกิน 6ชั่วโมง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

5.สวมเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสม ทนทาน การสวมเสื้อผ้าเป็นชั้นๆ เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการเที่ยวถ้ำ เพราะสามารถเป็นตัวช่วยในการปรับอุณหภูมิให้กับร่างกายได้ ทั้งให้ความอบอุ่นเพิ่มขึ้น หรือถอดออกให้เย็นสบายขึ้นก็ได้ ผ้าฝ้ายอาจไม่เหมาะที่จะใส่เที่ยวถ้ำนัก เพราะเป็นเส้นใยที่ดูดซับความเย็นและน้ำได้ดี

6.เดินอย่างระมัดระวัง อย่าวิ่งหรือกระโดด โดยเฉพาะในถ้ำที่มืด เพราะอาจะเป็นอันตรายจากการพลัดตกหกล้มได้

7.เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ควรเตรียมไฟฉายอย่างน้อย 3 อัน พร้อมแบตเตอรี่สำรอง ถ้าเป็นไปได้ ควรเป็นไปฉายแบบกันน้ำ และควรมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดตัวไปด้วย

 

 

NO.3 FOREST เดินเรียงเดี่ยวและพักเป็นระยะ

ดร.ทรงธรรมระบุว่า โดยทั่วไปการเที่ยวชมแหล่งธรรมชาติ ประเภทป่าในพื้นที่วนอุทยาน และอุทยานต่างๆ จะมีเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติเอาไว้แล้ว ดังนั้น ขอให้เดินตามเส้นทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ห้ามเดินออกนอกเส้นทางเด็ดขาด

 

กรณีผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคความดันโลหิตสูง ดร.ทรงธรรมเตือนว่า ควรงดการเดินป่าไว้ก่อน

 

 

หากต้องการเที่ยวชมป่าให้ปลอดภัย โปรดเตรียมตัวและปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้

เตรียมเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้เหมาะกับสภาพอากาศ ตัวอย่างเช่น ถุงกันทาก กรณีที่เข้าเขตป่า ซึ่งมีทากชุกชุม ถ้าทราบว่าช่วงนั้นมีฝน ต้องเตรียมเสื้อกันฝนและหมวก

งดเดินป่าเป็นระยะทางไกลๆ หรือใช้เส้นทางที่มีความลาดชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง โรคความดันโลหิตสูง

วิธีเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทำได้ด้วยการเดินเรียงเดี่ยว ด้วยความเร็วสม่ำเสมอ โดยต้องรักษาระยะให้คนข้างหลังเดินตามมาทัน

วิธีเดินขึ้นทางชัน สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก้าวยาวๆ ช้าๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่หักโหมใช้แรงเดินขึ้นในคราวเดียว ต้องมีจุดพักเป็นระยะๆ แล้วค่อยเดินต่อ

พักเพื่อถนอมแรง แนะนำให้พัก 5-10 นาที ทุกๆ การเดิน 1-2 ชั่วโมง ไม่พักบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้เหนื่อยมากขึ้น

จุดที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง ขณะเดินบนโขดหิน หรือขณะจับกิ่งไม้เพื่อรักษาสมดุล คือ ควรมองสำรวจความแข็งแรงของกิ่งไม้หรือพื้นดิ้นก่อนก้าว อย่าลืมสังเกตสัตว์มีพิษต่างๆ ด้วย

 

 

NO.4 SEA AND ISLAND งดเที่ยวฤดูมรสุม สวมชูชีพเสมอ

ล่าสุดกรณีเรือล่มที่ภูเก็ต เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเสียชีวิตนั้นพบว่า เป็นการออกเรือในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวน แม้มีประกาศห้ามเรือออกจากฝั่งแล้ว ปรากฏว่า เมื่อออกเรือไปจึงพบกับคลื่นสูงถึง 5 เมตร ดร.ทรงธรรมย้ำว่า ก่อนออกเดินทางต้องหาข้อมูล และปฏิบัติคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นๆ เสมอ

 

 

โปรดเตรียมตัวและปฏิบัติตามแนวทางท่องเที่ยวทางทะเลให้ปลอดภัย ดังนี้

งดเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุมโดยเด็ดขาด ควรเช็กสภาพอากาศก่อนวางแผนเดินทางทุกครั้งว่า เป็นฤดูมรสุมหรือไม่ และควรเช็กสภาพอากาศวันต่อวัน หากต้องเดินทางล่องเรือไปกลางทะเล หรือดำน้ำดูปะการัง

ขณะเดินทางด้วยเรือโดยสาร ต้องสวมชูชีพอย่างถูกต้อง รัดเข็มขัด ให้ครบตามกำหนด ทั้งบริเวณหน้าอกและเป้ากางเกง เพื่อให้ชูชีพอยู่ติดกับตัวเราเมื่ออยู่ในกระแสน้ำ ไม่หลุดลอย หรือดันตัวขึ้น ทำให้ตัวเราจมลงในน้ำ และคอยสังเกตหรือฟังการประกาศในเรือเสมอ

ข้อควรปฏิบัติขณะดำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้น หรือดำน้ำลึก ต้องฝึกฝนการใช้อุปกรณ์จากครูฝึก และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ห้ามว่ายน้ำหรือดำน้ำตามลำพัง ต้องมีผู้ดูแล เช่น ครูฝึก หรือบัดดี้ ไปด้วยเสมอ

ขณะอยู่ใต้น้ำหรือว่ายน้ำ ต้องระมัดระวังไม่สัมผัสกับปลา สัตวน้ำ ปะการัง โดยไม่จำเป็น เพราอาจได้รับพิษหรือถูกสัตว์ทำร้ายได้

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ยกมือข้างหนึ่ง หรือสองข้างโบกขึ้นเหนือศีรษะ เพื่อขอความช่วยเหลือ

 

 

สุดท้าย ดร.ทรงธรรมฝากว่า ขณะนี้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปหาข้อมูลการท่องเที่ยวตามวนอุทยาน และอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศได้จากคู่มือ เที่ยวอุทยานของไทย ผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทยาน www.dnp.go.th ซึ่งมีทั้งฉบับภาษาไทย อังกฤษ จีน และรัสเซีย นอกจากนี้ ยังสามารถเช็กข้อมูลการเปิด-ปิด อุทยานและจองที่พักผ่อนเว็บไซต์ได้อีกด้วย

 

 

หากมีข้อสงสัยและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถส่งผ่านแฟนเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ที่ https://www.facebook.com/DNP1362/

(Some images used under license from Shutterstock.com.)