สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทย

สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทย

แบคทีเรียดื้อยา ภัยคุกคามมนุษยชาติ

 

 

ทุกวันนี้คนไทยซื้อยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรียมาใช้ทั้งกับตนเอง พืช และสัตว์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมที่รัดกุมเพียงพอ จนนำไปสู่ภาวะเชื้อดื้อยา ณ ขณะนี้มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาดังกล่าวและมีทางออกอย่างไร

 

 

แบคทีเรียดื้อยา ปัญหาของมนุษยชาติ

 

เมื่อปี ค.ศ.2014 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่า ผู้คนทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเชื้อแบคทีเรียดื้อยา และยอมรับว่าปัญหานี้คือปัญหาหลักที่คุกคามสุขภาพของมวลมนุษยชาติในยุคปัจจุบัน

 

 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ในปี ค.ศ.2013 องค์การอนามัยโลกแจ้งตัวเลขประมาณการว่า ร้อยละ 20.5 ของผู้ป่วยวัณโรคเดิม และร้อยละ 3.5 ของผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกติดเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยา หรือ Multidrug-resistant Tuberculosis (MDR-TB) เชื้อชนิดนี้ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตสูง เนื่องจากยาต้านแบคทีเรียที่ใช้อยู่ เริ่มใช้กับเชื้อดังกล่าวไม่ได้ผล และมีการรายงานว่า พบปัญหาเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยาในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

 

 

นอกจากเชื้อวัณโรคดื้อยาแล้ว ยังมีปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยาชนิดอื่นๆ อีก เช่น เชื้อ Neisseria gonorrhoeae ที่ทำให้เกิดโรคหนองในเชื้อ Staphylococcus ที่ทำให้เกิดฝีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบวม อาหารเป็นพิษ เป็นต้น

 

 

ที่ผ่านมาการติดเชื้อในโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน ต้องเสียชีวิตในที่สุด มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง

 

 

นายแพทย์เคอิจิ ฟุกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหลักประกันสุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า

 

 

“หากไม่มีการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาค เพื่อปรับปรุงการป้องกันการติดเชื้อ เปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต การสั่งจ่ายยา และการใช้ยาเกิน โลกจะเข้าสู่ “ยุคหลังยาต้านแบคทีเรีย” (Post-antibiotic Era) ซึ่งหมายถึง จากที่เคยรักษาการติดเชื้อธรรมดาๆ หรือการมีแผลเปิดเพียงเล็กน้อยด้วยยาต้านแบคทีเรียได้ ซึ่งใช้ได้ผลดีมานานหลายทศวรรษ กลายเป็นไม่สามารถจัดการเชื้อโรคเหล่านี้ได้ และเชื้อโรคจะหวนกลับมาคร่าชีวิตมนุษย์อีกครั้ง

 

 

รับทราบสถานการณ์ปัญหานี้ในระดับโลกไปแล้ว เรามาดูสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศกันบ้างดีกว่าค่ะ

 

 

สถานการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทย

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์กำธร มาลาธรรม ประธานคณะกรรมการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เริ่มต้นอธิบายว่า

 

“คำว่าซูเปอร์บั๊ก (Superbug) หมายถึง เชื้อที่ดื้อยารุนแรง ถึงจะเปลี่ยนชนิดยาก็ได้ผลการรักษาไม่ค่อยดี ขณะนี้เชื้อดื้อยาในบ้านเรา คือ เชื้อแบคทีเรียเอบอม (A-bomb : Acinetobacter baumannii) ซึ่งยาตัวใหม่ๆ ที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังฆ่าเชื้อไม่ได้ ตามมาด้วยเชื้อแบคทีเรียอีกตัวหนึ่งชื่อเอ็นดีเอ็ม – วัน (NDM-1 : New Delhi Metallo – beta – lactamase – 1 )”

 

 

“ทุกวันนี้ปัญหาเชื้อเอบอมที่เราพบในโรงพยาบาลก็หนักอยู่แล้ว ส่วนเอ็นดีเอ็ม – วัน ก็พบเพิ่มขึ้นๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เชื้อเอ็นดีเอ็ม – วัน จะทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด กลายเป็นปัญหาหนักเหมือนกับเชื้อเอบอมทุกวันนี้”

 

 

นายแพทย์กำธรเชื่อมโยงถึงการหาทางออกในระดับโลกว่า ในปี ค.ศ.2010 หน่วยงานระดับสากล เช่น องค์การอนามัยโลก สมาคมโรคติดเชื้อ ประเทศสหรัฐอเมริกา และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหภาพยุโรป ได้ทำงานร่วมกัน โดยประกาศโครงการ Bad Bugs Need Drugs 10x20 : Ten New Antibiotics by 2020 ซึ่งหมายถึงการคิดค้นยาต้านแบคทีเรียชนิดใหม่อีก 10 ชนิดภายในปี ค.ศ.2020

 

 

ทว่าในปัจจุบันแพทย์ซึ่งเปรียบเสมือนแนวหน้าในสมรภูมติต่อสู้กับเชื้อดื้อยาแทบไม่มีอาวุธใหม่ๆ ให้เลือกใช้เลย ซึ่งนายแพทย์กำธรแสดงความเป็นห่วงว่า

 

 

“เราต้องยอมรับว่า ณ ขณะนี้ยาต้านเชื้อแบคทีเรียใช้ได้ผลลดจำนวนลงเรื่อยๆ ดูได้จากจำนวนยาต้านแบคทีเรียที่องค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศให้ใช้ทุกๆ 5 ปีนั้นลดลงครึ่งหนึ่งทุกรอบ เช่น ปี ค.ศ.1980 มีเป็น 10 ชนิดเลย พอปี ค.ศ.1985 เหลือ 5 ชนิด พอปี ค.ศ.1990 ก็ลดลงไปอีก ปัจจุบันนี้เรามียาแค่ 3 ชนิดเอง เหลือเวลาอีก 5 ปีจะคิดค้นยาใหม่ๆ ได้ตามเป้าหมายนั้นไหม ผมคิดว่าค่อนข้างยากนะครับ”

 

 

ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเชื้อแบคทีเรียดื้อยาที่พบมี 2 ข้อ ดังนี้

 

1.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย อธิบายเสริมถึงปัจจัยที่ทำให้ปัญหานี้ในประเทศไทยมีช่องโหว่ และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ว่า

 

“เหตุที่เชื้อแบคทีเรียดื้อยาทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการใช้ยาต้านแบคทีเรียในคนมากเกินความจำเป็น อีกทั้งมีการขายยาต้านแบคทีเรียโดยไม่มีการควบคุม จึงซื้อขายยาได้ง่ายและไม่มีการตรวจสอบติดตามที่มาที่ไปของยา (Drug Tracing) ที่รัดกุม”

 

 

“จากการลงพื้นที่สำรวจของเราทำให้ทราบว่า เพียงชาวด้นเดินไปร้านชำหน้าปากซอย ซึ่งไม่ใช่ร้านขายยาโดยตรง เขาก็สามารถซื้อยาต้านแบคทีเรียได้แล้ว ขณะที่ในต่างประเทศ ยาเหล่านี้ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์และมีใบสั่งยากำกับทุกครั้ง”

 

 

2.ประชาชนขาดความรู้เรื่องการใช้ยา ต่อมานายแพทย์กำธรอธิบายถึงความรุนแรงของปัญหานี้และสถานการณ์ในประเทศไทยว่า

 

“ทุกวันนี้คนไทยใช้ยาเกินความจำเป็น เช่น เมื่อเป็นหวัดและรู้สึกเจ็บคอ ก็ไปร้านขายยาเพื่อซื้อ “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งก็คือยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรียมากิน ทั้งที่จริงๆ แล้ว อาการเจ็บป่วยเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านแบคทีเรียเลย”

 

 

ใช้สมุนไพร ลดการใช้ยาต้านแบคทีเรีย

 

เพื่อลดการใช้ยาต้านแบคทีเรียเกินความจำเป็น ขอแนะนำสมุนไพรไทยที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แก้ไอ แก้เจ็บคอ พร้อมข้อมูลวิธีใช้อย่างปลอดภัยจากโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จังหวัด ปราจีนบุรี ดังนี้

 

 ขมิ้นชัน ลดอาการแพ้ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ มีสารแอนติออกซิแดนต์สูง กินครั้งละ 2-4 แคปซูล หลังอาหาร 3 มื้อ และก่อนนอน

 

 

 หญ้าปักกิ่ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงร่างกาย แก้ไข้ แก้ร้อนใน กินครั้งละ 3-4 แคปซูล วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร

 

 

 ตรีผลา บรรเทาอาการแก้ไอ ขับเสมหะ ปรับสมดุลลำไส้ มีสารแอนติออกซิแดนต์สูง กินครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนอาหาร 3 มื้อ

 

 

 ประสะมะแว้ง บรรเทาอาการไอ มีเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับเสมหะ กินครั้งละ 2-4 เม็ด ก่อนอาหาร 3 มื้อ

 

 

ปัญหายาปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

 

ไม่เพียงการใช้ยาต้านแบคทีเรียในคนเท่านั้น แต่ยังมีการใช้ยาต้านแบคทีเรียในพืชและสัตว์อีกด้วย

 

 

ดร.นิยดาให้รายละเอียดเรื่องการใช้ยาในการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมว่า

 

 

“จากการลงพื้นที่สำรวจ ทีมงานของเราพบการใช้ยาต้นแบคทีเรียในสัตว์และพืชอย่างเข้มข้น เช่น ไลแคมพิซิน ซึ่งเป็นยาต้นแบคทีเรียที่มีความรุนแรง โดยชาวบ้านจะซื้อยามาจากร้านขายของชำหน้าปากซอยให้ไก่ชนกิน ขณะที่ชาวสวนก็ซื้อยาต้านแบคทีเรียไปฉีดให้ต้มส้ม มะนาว และทุเรียน”

 

 

“การใช้ยาต้านแบคทีเรียในปศุสัตว์ทำให้เกิดการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น การเลี้ยงปลาในกระชัง หรือการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งในบางพื้นที่จะโรยยาลงในบ่อปลาหรือบ่อกุ้งเลย และน้ำนั้นก็จะไหลลงมาปนเปื้อนในแม่น้ำเจ้าพระยาในที่สุด”

 

 

ดร.นิยดาอธิบายต่อว่า ในปี พ.ศ.2558 เพิ่งจะมีการประกาศกฎหมายห้ามใช้ยาต้านแบคทีเรีย เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของปศุสัตว์

 

 

เมื่อเกิดการปนเปื้อนของยาต้านแบคทีเรียทั้งในสิ่งแวดล้อมและปศุสัตว์ อันเป็นที่มาของอาหารที่เราบริโภคเป็นประจำ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เหตุใด เมื่อคนไทยเจ็บป่วยด้วยเชื้อแบคทีเรีย จึงรักษาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก นายแพทย์ ภัทรชัย กีรติสิน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่า เดิมปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยามักพบเฉพาะในโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยต้องนอนพักรักษาตัวนานๆ แต่ปัจจุบันงานวิจัยพบว่า ในอุจจาระของคนสุขภาพแข็งแรงกลับมีเชื้อแบคทีเรียดื้อยาหลายชนิด

 

 

เมื่อมีการขับถ่ายอุจจาระออกไป ย่อมเกิดการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม เช่น ดินและน้ำ หมายความว่า คนทั่วไปที่ไม่ได้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลก็มีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้

 

 

ทางออกในการแก้ปัญหานี้อาจต้องเริ่มต้นจากตัวเรา โดยการลดการใช้ยาและหันมาดูแลสุขภาพเพื่อสร้างภูมิชีวิตให้แข็งแรง ป้องกันการเจ็บป่วยค่ะ

 

 

หยุดปัญหาเชื้อแบคทีเรียดื้อยา

 

 ลดการใช้ยาต้านแบคทีเรีย

 

 

 กินอาหารออร์แกนิก

 

 

 ล้างมือให้สะอาดเป็นนิสัย

 

 

 ใช้สมุนไพรทดแทน


39346
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์