รังสีรักษา ฉายรังสี รักษามะเร็ง

รังสีรักษา ฉายรังสี รักษามะเร็ง

ฉายรังสี รักษามะเร็ง

 

 

รังสีรักษา เป็นวิธีการรักษาที่มีความสำคัญอีกแบบหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ทั้งในระยะเริ่มต้นและระยะแพร่กระจาย อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่รู้สึกวิตกกังวลมาก เมื่อรู้ว่าต้องรักษาด้วยการฉายรังสี หวาดกลัวถึงผลข้างเคียงที่จะตามมา พญ.ชนม์นิภา นันทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในระหว่างการสัมภาษณ์ว่า “เทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่ๆ ในปัจจุบันทำให้การรักษาด้วยวิธีนี้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก มีรูปแบบการรักษาที่หลากหลายและแม่นยำ โดยแพทย์จะพิจารณาถึงภาวะของผู้ป่วยแต่ละรายว่า เหมาะสมกับการรักษาหรือไม่ หรือเหมาะกับการรักษารูปแบบใด เพราะฉะนั้นอย่ากังวล รังสีรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นการรักษาที่ดีอีกวิธีหนึ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง” สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจหรือไม่รู้จักรังสีรักษามาก่อน ข้อมูลที่ได้จาก พญ.ชนม์นิภา นันทวิทยา น่าจะช่วยให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้จะเน้นประเด็น “รังสีรักษาในมะเร็งเต้านม”

 

 

การรักษาโรคมะเร็งมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด “รังสีรักษา” หรือ “การฉายรังสี” เป็นอีกวิธีหรือขั้นตอนหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง ป็นการรักษาเฉพาะตำแหน่ง เช่นเดียวกับการผ่าตัด เพราะแพทย์จะฉายรังสีเฉพาะบริเวณที่มีก้อนมะเร็ง โดยให้เนื้อเยื่อปกติข้างเคียงได้รับความเสียหายน้อยที่สุด การให้รังสีนอกจากเพื่อทำให้หายขาดจากโรคแล้ว ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการจากโรคในกรณีที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่วนการรักษาอีกลักษณะหนึ่ง เช่น การให้เคมีบำบัด การรักษาลักษณะนี้เรียกว่า การรักษาแบบทั่วทั้งระบบ เป็นการรักษาที่ส่งผลทั่วทั้งร่างกาย

 

 

รังสีรักษาสามารถใช้ได้กับมะเร็งเกือบทุกชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่จะใช้ในผู้ป่วยทุกคน ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง รวมทั้งลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่มีการใช้รังสีรักษาค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างกรณีที่ต้องมีการใช้รังสีรักษาร่วมด้วย เช่น ก้อนมะเร็งก่อนการผ่าตัดมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง ก้อนมะเร็งลุกลามไปที่บริเวณผิวหนังด้านนอกหรือบริเวณผนังช่องอกด้านใน อีกกรณีหนึ่งคือ การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม ซึ่งนิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีการศึกษาแล้วว่า ผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีผ่าตัดแบบสงวนเต้านมร่วมกับการฉายรังสี มีอัตราการรอดชีวิตไม่แตกต่างกับการผ่าตัดแบบตัดเต้านมออกทั้งหมด ดังนั้น ผู้ป่วยที่เลือกการผ่าตัดแบบสงวนเต้านมจึงควรได้รับการฉายรังสีร่วมด้วยเสมอ

 

 

ความก้าวหน้าด้านรังสีรักษา

 

ในช่วงแรกที่เริ่มมีการรักษาด้วยวิธีการฉายรังสี มีการนำเทคนิคการฉายรังสีแบบ 2 มิติมาใช้ และยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคการรักษาแบบใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ เช่น เทคนิคการฉายรังสีแบบ 3 มิติ ซึ่งช่วยให้แพทย์เห็นรายละเอียดก้อนมะเร็ง หรือตำแหน่งที่ต้องการฉายรังสี และอวัยวะปกติข้างเคียงที่อยู่ภายในตัวผู้ป่วยได้ชัดเจนกว่าภาพที่ได้แบบ 2 มิติ

 

ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเลือกทิศทางการข้าวของรังสี โดยจะหลีกเลี่ยงทิศทางการเข้าของรังสีที่ผ่านอวัยวะปกติที่อยู่ใกล้เคียงกับก้อนมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่สามารถปรับความเข้มของรังสีในแต่ละทิศทางให้เหมาะสม และครอบคลุมอยู่เฉพาะที่ก้อนมะเร็ง โดยให้อวัยวะปกติที่อยู่ข้างเคียงได้รับปริมาณรังสีน้อยที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉายรังสี

 

 

เตรียมตัวก่อนฉายรังสี

 

การเตรียมตัวโดยทั่วไปก่อนเข้ารับการฉายรังสีที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติ คือ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทนอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ รักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อพร้อมรับกับปริมาณรังสีที่ใช้ในการรักษา และดูแลรักษาความสะอาดทั่วไปของร่างกาย ส่วนการเตรียมตัวด้านอื่นๆ จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง สำหรับมะเร็งเต้านมแล้วแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษเลย มีเพียงแค่ อย่าทาครีมหรือโลชั่นอะไรก็ตามที่เต้านม เพราะจะทำให้ปริมาณรังสีที่ได้รับคลาดเคลื่อนไปจากที่วางแผนการรักษาไว้ในตอนแรก

 

 

การฉายรังสีในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะฉายประมาณ 25 ครั้ง (ผู้ป่วยแต่ละคนอาจใช้เวลาในการักษาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และระยะของโรค) โดยฉายต่อเนื่องทุกวัน แต่จะมีช่วงหยุดพักสัปดาห์ละ 1-2 วัน

 

 

การฉายแต่ละครั้งจะใช้รังสีปริมาณไม่มาก เนื่องจากการฉายรังสีแม้จะพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้รังสีถูกอวัยวะข้างเคียง แต่ก็อาจมีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอวัยวะเหล่านั้นสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ถ้าได้รับรังสีปริมาณน้อย ในขณะที่เซลล์มะเร็งจะซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ดี เมื่อโดนซ้ำหลายๆ ครั้งก็จะตายลงในที่สุด แต่ถ้าใช้ปริมาณรังสีครั้งละมากๆ ถึงในระดับหนึ่ง เซลล์ปกติจะซ่อมแซมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป กลายเป็นว่าตายทั้งเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็ง ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้มาก

 

 

การฉายรังสีแต่ละครั้งในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ส่วนใหญ่ใช้เวลาในห้องฉายประมาณ 10 นาที ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล จากการสอบถามผู้ป่วยบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนขึ้นไปนอนเฉยๆ บนเตียงฉายรังสี เห็นเครื่องหมุนไปหมุนมารอบตัวเองเท่านั้น บางคนอาจรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยังสามารถเดินทางหรือทำงานได้ตามปกติ ในขณะรับการฉายรังสีและช่วงเดือนแรกหลังจากฉายรังสี ไม่ควรขัดถูผิวบริเวณที่ฉายรังสี เพราะอาจยังมีการอักเสบอยู่ และผู้ป่วยควรมาตรวจติดตามผลการรักษาตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ

 

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

 

เนื่องจากเป็นการฉายรังสีบริเวณเล็กๆ ประกอบกับปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยี 3 มิติ เข้ามาช่วยในการควบคุมรังสี ไม่ให้กระทบปอดและหัวใจ ดังนั้น ผลข้างเคียงที่จะเกิดกับปอดและหัวใจ จึงพบได้น้อยมากในปัจจุบัน ผลข้างเคียงหลักจะเกี่ยวกับผิวหนัง คือ ผิวหนังบริเวณที่ได้รับรังสีอาจมีสีคล้ำ

 

 

ซึ่งจะยังสังเกตไม่เห็นในการฉายรังสีช่วงแรกๆ จนกระทั่งใกล้ครบคอร์สการรักษา ผิวจะเริ่มแดงๆ คล้ำๆ กว่าเต้านมข้างปกติ แต่ส่วนมากหลังจากฉายรังสีเสร็จแล้วประมาณ 2-3 เดือนเป็นต้นไป สีแดงคล้ำจะค่อยๆ จางลงจนสีผิวใกล้เคียงกับอีกข้าง

 

 

คำถามที่พบบ่อย

 

 ผลข้างเคียง ผู้ป่วยไม่ค่อยแน่ใจว่าผลข้างเคียงจะมีแค่ผิวแดงคล้ำ ส่วนใหญ่มักถามว่าจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือผมร่วงหรือเปล่า เพราะผู้ป่วยส่วนหนึ่งได้รับยาเคมีบำบัดมาก่อนเข้ารับการฉายรังสี ในประเด็นนี้ต้องขออธิบายว่าการฉายรังสีเป็นการักษาเฉพาะจุด ดังนั้น ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจึงเกิดขึ้นเฉพาะจุดนั้นๆ ส่วนใดที่ไม่ได้รับรังสีจะไม่มีผลข้างเคียงใดทั้งสิ้น อย่างเช่น ผมร่วง อันนี้ไม่เกี่ยวกับการฉายรังสีแน่นอน เพราะว่าบริเวณศีรษะไม่ได้รับรังสี เรื่องคลื่นไส้ อาเจียน ก็ไม่เกี่ยวกันในกรณีของมะเร็งเต้านม เนื่องจากบริเวณท้องไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากรังสี

 

 

 อาหารการกิน เป็นคำถามที่ถูกถามมากที่สุดประมาณ 60-70% ของผู้ป่วยที่มารับการฉายรังสี โดยผู้ป่วยมักจะถามว่าห้ามกินอะไรบ้างในช่วงที่ฉายรังสี หรือหลังจากฉายรังสีไปแล้ว คำตอบคือ ผู้ป่วยสามารถกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะได้ทุกอย่าง เน้นที่สุกสะอาดเป็นสำคัญ งดเว้นอาหารหมักดอง หรืออาหารปิ้งย่างที่มีรอยไหม้ดำๆ แพทย์มักจะเน้นให้ผู้ป่วยกินอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ โดยเฉพาะในช่วงที่รับการรักษา เพราะเป็นช่วงที่เนื้อเยื่อข้างเคียงที่ได้รับรังสีต้องการโปรตีนจำนวนมากกว่าคนปกติ เพื่อนำไปซ่อมแซมตัวเอง

 

 

และตามที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โปรตีนมีมากในอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ โดยเฉพาะ ไข่ขาว ซึ่งเป็นโปรตีนล้วนๆ ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลายรายเชื่อว่า ต้องกินแต่ผักผลไม้ ห้ามกินเนื้อสัตว์ กลัวว่าการกินเนื้อสัตว์จะทำให้ก้อนมะเร็งโตเร็วขึ้น แม้แต่ไข่ก็ไม่กิน กินแต่พืชผัก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการไม่รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์เลย ทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย ไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่

 

 

หรือในกรณีที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี อาจเกิดภาวะเม็ดเลือดต่ำได้ และถ้าเม็ดเลือดต่ำมากจนถึงในระดับหนึ่ง แพทย์จำเป็นต้องหยุดการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ทั้งที่ระยะของโรคยังอยู่ในระยะที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่การที่ผู้ป่วยไม่กินโปรตีน ทำให้ปริมาณเม็ดเลือดไม่เพิ่มขึ้น จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้อย่างรุนแรง จากเม็ดเลือดขาวปริมาณต่ำผิดปกติ บางรายปริมาณเม็ดเลือดแดงต่ำมาก ซีด อ่อนเพลียจนต้องให้เลือด หรือเกล็ดเลือดต่ำมากจนถึงขั้นเลือดออกง่าย วิธีที่ผู้ป่วยจะสามารถช่วยได้นอกจากการรักษาทางการแพทย์คือ ต้องเสริมเรื่องโภชนาการ โดยเฉพาะเนื้อ นม ไข่

 

 

การรักษาโรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบันนับว่าได้ผลดี เมื่อเทียบกับมะเร็งอีกหลายชนิด ผลของการรักษาส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยผู้ป่วยมะเร้งเต้านมระยะเริ่มต้นมีอัตราการรอดชีวิตหลังรับการรักษา และตรวจติดตามมานาน 5 ปี ประมาณ 80-90% ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ปัจจุบันผู้หญิงเริ่มตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น และมาตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นเป็นมะเร็งในระยะแรกๆ ผลการรักษาจึงออกมาดี มีโอกาสหายขาดสูง

 

 

พญ.ชนม์นิภา นันทวิทยา

ผู้เชี่ยวชาญสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

 

 

รังสีรักษากับมะเร็งเต้านม - สุขภาพ - Haijai.com


2394
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์