พัฒนาการการได้ยินของหูลูกน้อยวัยทารก

พัฒนาการการได้ยินของหูลูกน้อยวัยทารก

การได้ยินของลูกตัวน้อย

 

 

ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้ความสนใจและเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของพัฒนาการการได้ยินของหูลูกน้อย วัยทารกนั้นเรื่องของการได้ยินถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการไม่ได้ยินจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการต่างๆ ได้ ที่สำคัญในช่วงอายุขวบปีแรกหากไม่ได้รับการกระตุ้นหรือทดสอบการได้ยินก็อาจส่งผลต่อการออกเสียง และการพูดของลูกได้ในอนาคตต่อไป

 

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกได้ยินเสียงหรือเปล่า

 

คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปทดสอบสมรรถภาพทางการได้ยินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ง่ายๆ โดยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า OAE (Otoacoustic emission) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ตรวจวินิจฉัยปัญหาการได้ยินของลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด คุณพ่อคุณแม่ก็จะทราบว่าลูกมีปัญหาเรื่องการได้ยินหรือไม่อย่างไร หากเกิดปัญหาขึ้นก็จะสามารถแก้ไขได้โดยเร็ว ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป

 

 

การทดสอบสมรรถภาพการได้ยินของลูก ทำได้ 2 วิธี

 

 การทดสอบการได้ยินโดยการใช้อุปกรณ์ OAE (Otoacoustic) เป็นการทดสอบโดยให้ทารกฟังเสียงจากหูฟังเล็กๆ โดยคอมพิวเตอร์จะทำการวัดระดับความดังของเสียงที่หูทารกได้สะท้อนกลับมา การทดสอบจะทำในขณะที่ทารกยังหลับอยู่

 

 

 การทดสอบการได้ยินด้วยอุปกรณ์ ABR (Auditory Brainstem Response Test) การทดสอบโดยให้ทารกได้ยินเสียงผ่าน Head Phone การทดสอบนี้จะสามารถวัดการได้ยินของทารก

 

 

สังเกตการได้ยินของลูก

 

อายุ

พฤติกรรมตอบสนองต่อเสียงที่ได้ยิน

0-3 เดือน

เมื่อลูกได้ยินเสียงที่ดังๆ เช่นเสียงที่คุณแม่เรียก หรือพูดด้วย  ลูกก็จะมีอาการเงียบลงเมื่อได้ยินเสียง

6-10 เดือน

ลูกจะหันศีรษะมองหาต้นเสียงที่เขาคุ้นเคย เช่นเสียงของพ่อแม่ที่เรียกเขา โดยที่ลูกจะทำเสียงดังหรือมีเสียงจากลำคอ อย่างเสียงคราง

10-15 เดือน

ลูกสามารถทำเสียงที่ซ้ำๆ กันได้ และก็จะเลียนแบบเสียงที่คุณแม่ทำ สามารถชี้หรือเข้าหาสิ่งของที่คุ้นเคย อย่างตุ๊กตาหมี  ของเล่นเขย่ามีเสียงกรุ๊งกริ๊ง

 

 

ลูกจะได้ยินเสียงตั้งแต่ตอนนอนอยู่ในครรภ์คุณแม่

 

นักวิจัยได้ทำการศึกษาการได้ยินของทารกในครรภ์ด้วยวิธีต่างๆ เพื่อศึกษาถึงการได้ยินของทารก  โดยเริ่มจากการดูการเคลื่อนไหวของทารกจากการอัลตราซาวนด์ เมื่อทารกถูกกระตุ้นด้วยเสียงเพลงที่เปิดไมโครโฟนที่ติดไว้บนหน้าท้องของแม่ พบว่าทารกจะกระพริบตาแสดงการตอบสนองต่อเสียงที่ได้ยิน และอีกวิธีคือสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อกระทารกด้วยเสียง ผลจากการศึกษาสรุปได้ว่าทารกเริ่มได้ยินเมื่ออายุประมาณ 24 สัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถจำแนกเสียงได้จนกว่าจะย่างเข้าอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ ทารกก็จะมีพัฒนาการการแยกเสียงได้ พออายุครรภ์ 35 สัปดาห์ขึ้นไปทารกจะแยกเสียงต่ำและเสียงสูงได้

 

 

ทารกที่อยู่ในครรภ์จะได้ยินอะไร

 

จริงๆ แล้วต้องบอกให้ทราบกันคะว่าเสียงต่ำของคุณพ่อนั้นสามารถที่จะผ่านหน้าท้องของแม่ไปถึงลูกได้ดีมากๆ คุณพ่อควรที่จะพูดคุยกับลูกตั้งแต่ลูกอยู่ในครรภ์เพราะถือเป็นการพัฒนาการการได้ยินของลูกได้เป็นอย่างดี และเสียงที่คุณแม่พูดคุยกับลูกขณะอยู่ในท้องนั้นสามารถทำให้ลูกได้ยินเสียงของแม่ได้ชัดเจนและเกิดความคุ้นเคยใกล้ชิดกับเสียงแม่มากๆ นอกจากนี้ทารกยังได้ยินเสียงที่เกิดจากเลือดไหลในหลอดเลือดเข้ามาที่มดลูกตลอดเวลาอีกด้วย ซึ่งเสียงของคุณพ่อ คุณแม่ เสียงเพลงที่เปิดให้ลูกฟัง เสียงจะไปช่วยกระตุ้นพัฒนาการสมองของทรกตั้งแต่ก่อนทารกเกิด ระบการได้ยินของทารกซึ่งพัฒนาได้ก่อนการเห็นจึงกระตุ้นปมประสาท(Synapse) และระบบสมองเกี่ยวกับการได้ยิน(Tonotopic map) ของสมองทารกเกือบจะเต็มที่ทารกหลังเกิดจึงสามารถจะจำได้ว่าเป็นเสียงของแม่ที่ได้ยินอยู่ทุกวันเมื่อครั้งอยู่ในท้อง จึงช่วยให้ทารกรู้สึกอบอุ่นเมื่อลืมตาออกมาสู่โลกกว้างแล้วได้ยินเสียงที่คุ้นๆ หู  อย่างเสียงของพ่อกับแม่

 

 

ประสาทหูรับคลื่นเสียงได้อย่างไร

 

เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อผ่านรูหูเข้าไปกระทบกับแก้วหู ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังกระดูกหูเล็กๆ 3 ชิ้น ซึ่งจะเรียกตามรูปร่าง คือ กระดูกรูปทั่ง กระดูกรูปค้อน และกระดูกรูปโกน และจะส่งแรงสั่นสะเทือนส่งต่อเข้าไปทางช่องเล็กๆ ให้ผ่านแรงสั่นสะเทือนไปยังขนเส้นเล็กๆ ซึ่งรับแรงสั่นสะเทือนแล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าประสาท เป็นการสื่อสารข้อมูลรายละเอียดของเสียงเดินทางผ่านเส้นประสาทไปยังสมองคะ

 

 

เรื่องของเสียงที่ได้ยิน

 

พัฒนาการเรื่องการได้ยินนั้น เราทุกคนต่างก็ทราบกันแล้วว่าสามารถที่จะได้ยินกันได้ตั้งแต่ตอนเป็นทารกที่อยู่ในครรภ์ของแม่ ซึ่งเสียงที่ได้ยินนั้นก็จะมีพัฒนาการโดยตรงเกี่ยวกับการได้ยินของหู ซึ่งจะจำแนกได้ดังนี้

 

 ทารกสามารถได้ยินเสียงที่ความถี่ 30,000 Hertz

 

 

 ระดับเสียงที่วัยรุ่นตอนปลายได้ยินนั้น จะลดลงเป็น 20,000 Hertz

 

 

 ในคนอายุวัย 60 ปี จะได้ยินเสียงที่ความถี่ 12,000 Hertz

 

 

 หากเปิดเครื่องเสียงในระบบ Hi-fi Stereo คลื่นเสียงจะแผ่ประมาณ 25,000 Hertz ซึ่งเด็กจะได้ยินเสียงที่มีความถี่นี้ได้ดีมากกว่าที่ผู้ใหญ่จะได้ยิน


10311
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์