ยกกระชับท้องแขน แก้ปัญหาผิวหย่อนยาน

ยกกระชับท้องแขน แก้ปัญหาผิวหย่อนยาน

กระชับท้องแขนหลังลดน้ำหนัก

 

 

มาเช็คความเป็นคุณสักหน่อย หากคุณเป็นคนให้ความสำคัญกับรูปร่าง มีความสุขที่เป็นเจ้าของหุ่นสวยสมส่วนอยู่เสมอ และเป็นคนหนึ่งที่อยากมีรูปร่างเฟิร์มจนใครๆ เลิกสนใจถามอายุ พยายามอย่างเต็มที่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัยการกินอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง แม้น้ำหนักลด สัดส่วนลด แต่ต้นแขนหย่อนคล้อยเกินเยียวยา แหม่ มันน่าน้อยใจนัก ถ้าทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่คุณกำลังคิดอยู่แล้วล่ะก็ เราคงต้องหาวิธีอื่นเข้าช่วยซะแล้ว ซึ่งวิทยาการทางการแพทย์นับเป็นตัวช่วยที่เห็นผลชัดเจนมากที่สุด และวิธีการที่สามารถกระชับต้นแขนให้เล็กลงได้ คือ การทำศัลยกรรม Arm lift หรือ Brachioplasty นั่นเอง เพื่อลดผิวหนังส่วนเกินและไขมันระหว่างใต้วงแขนและข้อศอกให้ผิวบริเวณนั้นเรียบ กระชับ และได้รูปทรงมากขึ้น ทำให้ขนาดแขนเล็กลงตามไปด้วย วิธีการจะเป็นอย่างไรนั้นตามไปดูกันเลย

 

 

การยกกระชับแขน (Brachioplasty)

 

การยกกระชับแขนหรือที่เรียกว่า Brachioplasty เพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนยานจนเกินรับไหว โดยกำจัดเอาไขมันที่เป็นสาเหตุของท้องแขนเจ้าปัญหานี้ออกไปเสีย ผิวหย่อนยานนี้สาเหตุเกิดขึ้นจากากรที่น้ำหนักตัวลดมากๆ หรือการเสื่อมสภาพของผิวหนังตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น การผ่าตัดชนิดนี้ผลลัพธ์ที่ได้นับเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจผ่าตัดเพื่อยกกระชับต้นแขน สิ่งที่ควรชั่งใจเสียก่อน คือ คุณสามารถยอมรับแผลเป็นที่อาจจะมองเห็นเวลายกแขน หรือเปลี่ยนอิริยาบถที่เกิดจากการผ่าตัด เพื่อแลกกับเรียวแขนที่สวยกระชับสัดส่วนได้หรือไม่ ปัญหาท้องแขนหย่อนหลายคนเข้าใจว่าเกิดจากไขมันเท่านั้น แต่ความจริงไม่ได้มีเพียงสาเหตุเดียว เพราะหลายคนที่ท้องแขนหย่อนก็ไม่ได้มีไขมันที่หนา แต่หนังกับกล้ามเนื้อต่างหากที่หย่อนลงมา ดังนั้น แพทย์จึงต้องวินิจฉัยปัญหาของคนไข้ให้ได้ว่า ท้องแขนที่หย่อนเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่

 

 

ขั้นตอนการผ่าตัดยกกระชับแขน

 

ขั้นตอนการผ่าตัด คือ แพทย์จะกรีดท้องแขนตั้งแต่ใต้รักแร้ลงไป จนถึงบริเวณข้อศอกเลาะเอาผิวหนังที่เหี่ยวๆ หย่อนๆ ออกเสียก่อน ลักษณะแผลผ่าตัดจะเป็นแนวยาว เนื่องจากต้องเลาะและยกผิวหนังขึ้นดึงให้ตึง ซึ่งการผ่าตัดจะมีการดูดไขมัน Lipoplasty ร่วมด้วย หลังจากนั้นจึงเย็บปิด การผ่าตัดกระชับต้นแขนนี้ มีวิธีการผ่าตัดใน 2 วิธี วิธีการแรก คือ ผ่าตามแนวยาวตั้งแต่บริเวณรักแร้ยาวไปถึงข้อศอก และวิธีการที่สอง คือ ผ่าตามแนวขวางบริเวณรักแร้ ซึ่งแผลจะอยู่ใกล้รักแร้ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหนังหย่อนแต่ไม่มาก หรือคนไข้ที่รับไม่ได้กับการมีแผลเป็นแบบแนวยาว วิธีนี้ไม่สามารถตัดดึงผิวหนังได้มากนักในการผ่าตัดแต่ละครั้ง เพราะต้องจำกัดความยาวแผลตามความกว้างของต้นแขนคนไข้เท่านั้น หากหย่อนเพียงเล็กน้อย ผ่าตัดดึงครั้งเดียว คนไข้ก็อาจพอใจแล้ว แต่หากท้องแขนหย่อนมาก ต้องทำการผ่าตัดหลายครั้ง โดยรอให้แผลหายประมาณ 2-3 เดือน จึงจะสามารถทำการผ่าตัดซ้ำ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าท้องแขนจะตึงเป็นที่พอใจ

 

 

แต่วิธีการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมจะเป็นลักษณะแรก คือ ลงตามแนวยาวของต้นแขน ซึ่งแพทย์จะทากรผ่าตัดและเก็บรอยแผลให้ได้มากที่สุด แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดรอยแผลเป็นตามมาแน่นอน ความกังวลใจของคนไข้หลายคน คือ รอยแผลเป็นนั้นจะเห็นชัดมากแค่ไหน ฉะนั้น แพทย์ที่คุณเลือกเข้ารับการรักษาควรมีประสบการณ์สูง มีความชำนาญในการผ่าตัด และมีฝีมือในการเย็บแผลที่ดี แพทย์จะมีการเย็บแผลแบบสามเหลี่ยงขึ้นลง เพื่อให้เนื้อบริเวณนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และในการเย็บปิดบาดแผลของผิวหนังชั้นใน แพทย์จะใช้ไหมละลาย ซึ่งจะมีอายุการใช้งานอยู่ประมาณ 2-3 เดือน ในการทำหน้าที่คอยดึงเนื้อไว้ให้ขอบแผลชิดกัน และทำการเย็บปิดผิวชั้นนอก โดยให้ขอบแผลแนบชิดสนิทกันมากที่สุด และอยู่ในระดับเดียวกัน โดยส่วนของไหมที่เย็บด้านนอก ต้องรอให้ผิวหนังสมานตัวเองดีก่อนโดยประมาณ 4-7 วัน ถ้าแผลติดเรียบร้อยดีก็สามารถตัดไหมออกได้

 

 

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

 

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความดันโลหิตของคุณ ซึ่งอาจทำให้เกิดเลือดออกที่แผลผ่าตัด อย่าขัดถูบริเวณแผลแรงมากเกินไป หรือเคลื่อนไหวมากเกินไปในช่วงเวลาการรักษา การเดินคือการออกกำลังกายที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์แรก แม้ว่าต้นแขนของคุณจะยังรู้สึกเจ็บอยู่บ้างเล็กน้อย คุณก็ควรจะเดินออกกำลังกายบ้าง นับเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อลดโอกาสการแข็งตัวของเลือด ภายใน 4 สัปดาห์ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เน้นพื้นที่ของการผ่าตัด เวลานอนควรมีหมอนประมาณ 2-3 ใบอยู่ข้างตัว เพื่อหนุนประคองยกแขนขึ้นเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ซึ่งสามารถช่วยลดอาการบวมอักเสบ ความตึงของแผล และเพิ่มความสะดวกสบายในระหว่างการฟื้นตัวได้มาก อาการบวมของแผลอาจต้องอาศัยเวลา 3-5 สัปดาห์เพื่อบรรเทา อาหารที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณคือ ผัก ผลไม้ และอาหารที่มีโปรตีนสูง หลีกเลี่ยงเกลือโซเดียมและอาหารรสเค็มทุกชนิด เพราะเป็นสาเหตุของอาการบวม อาหารอ่อนจึงดีและเหมาะสมที่สุด งดเว้นการออกแรงยกของหนักทุกชนิด

 

 

ดูแลแผลป้องกันการเกิดแผลเป็น

 

หลังจากอาการและรอยแผลเริ่มดีขึ้นแล้ว หลายคนยังกังวลว่ารอยแผลจะเกิดเป็นคีลอยด์หรือไม่ แท้จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่อาจคาดเดาได้ แม้บางรายจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็สามารถเกิดคีลอยด์ขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการ ทั้งเรื่องเทคนิคการเย็บของแพทย์ที่ต้องอาศัยความประณีต ลักษณะของผิวหนังของคนไข้ การดูแลรักษาหลังการผ่าตัด อาหารที่รับประทานระหว่างระยะเวลาการพักฟื้น การออกแรงหรือขยับแขน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแผลเป็นที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้น คนไข้จึงจำเป็นต้องระมัดระวังในการขยับอวัยวะบริเวณที่มีแผลผ่าตัด เป็นพิเศษ เพื่อให้เนื้อติดกันดีจนแข็งแรงเสียก่อน

 

 

ทั้งนี้ โดยทั่วไปแพทย์จะนิยมใช้เทปบางชนิดที่มีความเหนียวมาปิดทับที่รอยแผลไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังบริเวณนั้นขยับเขยื้อนมากนัก และยังเป็นการสร้างแรงกดทับลงที่แผล เพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นนูนขึ้นมา โดยคนไข้ต้องใช้คามอดทนในการดูแลแผลเป็นพิเศษอย่างน้อย 2 เดือน ทั้งนี้ ตามธรรมชาติของผิวหนังมนุษย์เมื่อเกิดการบาดเจ็บจนเป็นแผล ประมาณ 2-3 เดือนแรก แผลเป็นจะมีลักษณะแข็ง หนา นูน ขรุขระ มีสีเข้ม แต่หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว แผลเป็นจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง บริเวณที่แข็งก็จะนุ่มลง เรียบขึ้น สีจางลง โดยที่ไม่ต้องทายาใดๆ เป็นการพัฒนาแผลเป็นให้ดีขึ้นด้วยตัวเอง เรียกว่า Scar Maturation ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ทุกๆ คนมีอยู่แล้ว แต่คุณภาพของแผลเป็นในที่สุด จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การอักเสบเดิมมีมากหรือไม่ ลักษณะแผลนั้นแยกออกกว้างหรือแคบ ขนาดของแผล เป็นต้น โดยทั่วไปลักษณะผิวหนังของแต่ละบุคคลจะมีกระบวนการที่ทำให้แผลเป็นดีขึ้นได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว

 

 

แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะมีส่วนช่วยให้เรามีรูปร่างที่สวยดั่งใจปรารถนาได้ แต่สิ่งที่ควรคำนึงมากที่สุดคือความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรม ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเสียก่อน และหลังจากการเข้ารับการผ่าตัดแล้ว การเอาใจใส่ดูแลและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จึงจำเป็นอย่างมาก อีกทั้งการดูแลน้ำหนักให้คงที่ มีพฤติกรรมการกินที่ถูกต้อง และหมั่นออกกำลังกายให้มีรูปร่างที่กระชับอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การมีรูปร่างที่ดีบวกกับสุขภาพที่ดีนั้น ความมั่นใจก็มาเต็มๆ


3293
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์