เป็นเบาหวานอย่าเบาใจ
Q : กำลังเศร้ากับผลตรวจสุขภาพประจำปีค่ะ คุณหมอเตือนให้ระวังเรื่องของเบาหวาน เนื่องจากปัจจุบันดิฉัน อยู่ในภาวะอ้วนลงพุง และทางครอบครัวมีประวัติเบาหวานด้วย คุณหมอให้ดูแลตัวเองในเรื่องของอาหารให้ดี และระวังเรื่องภาวะแทรกซ้อน ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานน่ากลัวแค่ไหนคะ
A : โรคเบาหวานเป็นภัยเงียบที่กำลังคุกคามคนไทย ซึ่งสาเหตุของโรคเกิดจาก ภาวะที่มีความผิดปกติของการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน หรือความผิดปกติของการทำงานของอินซูลิน อันส่งผลกระทบทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงคือ กลุ่มผู้ที่อายุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะมากกว่า 40 ปี จะเริ่มมีภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ง่าย ดังนั้น จึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แม้ว่าจะไม่มีอาการหรือไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานก็ตาม เพื่อให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิผล และลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ดีขึ้น และนอกจากนี้ได้มีการแนะนำให้ตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดในกลุ่มบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้
• ภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 กก./ตรม. เส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม. ในชาย หรือ 80 ซม ในหญิง
• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน มีประวัติการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตรน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กก.
• ความดันโลหิตสูงกว่า หรือเท่ากับ 140/90 มม. ปรอท
• มีไขมันความหนาแน่นสูง (HDL:ไขมันดี) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 มก./ดล. หรือไขมันไตรกลีเซอไรด์ มากกว่าหรือเท่ากับ 250 มก./ดล.
• ตรวจพบมีความผิดปกติของน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานกลูโคส (OGTT) หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารสูงกว่าปกติ (FBS > 100-125 มก./ดล.)
• มีประวัติเป็นถุงน้ำที่รังไข่จำนวนมาก (Polycystic ovarian syndrome)
• มีประวัติหรือเป็นโรคหลอดเลือดแดงตีบ (Hyperglycemia)
หากร่างกายต้องเผชิญกับภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งในระยะเฉียบพลัน (Acute) และระยะเรื้อรัง (Chronic) ตามมาได้ โดยให้สังเกตอาการดังนี้
1.โรคแทรกซ้อนเฉียบพลัน หากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก ประกอบกับภาวะขาดน้ำ (จากระดับน้ำตาลในเลือดสูง) จะทำให้เกิดภาวะหมดสติ ภาวะเลือดเป็นกรดได้ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 อาจมาด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและท้องอืดหมดสติได้ หรือในผู้ป่วยเบาหวานอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
2.โรคแทรกซ้อนชนิดเรื้อรัง อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดเล็ก เช่น ไต ตา เส้น ประสาท และหลอดเลือดขนาดใหญ่ อย่างหัวใจ สมอง ได้โอกาสเกิดตาบอดมากกว่าคนปกติ 25 เท่า ไตวาย 20 เท่า หลอดเลือดหัวใจตีบ 2-4 เท่า อัมพาต 5 เท่า
การควบคุมอาหารเพื่อคุมความสมดุลระหว่างภาวะโภชนาการกับน้ำหนักตัวให้เป็นไปตามที่ต้องการ หากผู้ป่วยมีน้ำหนักมากควรควบคุมปริมาณพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยการจำกัดพลังงานที่ได้มาจากโปรตีนร้อนละ 10-20 ของพลังงานทั้งหมด และพลังงานจากไขมันให้น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมด (น้อยกว่าร้อยละ 10 ของไขมันอิ่มตัว) ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ที่จะช่วยในควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น โดยช่วยในการเพิ่มระดับความไวของอินซูลิน ซึ่งช่วยในการเพิ่มระดับความไวของอินซูลิน ซึ่งช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังทำให้ระดับไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ดีด้วย
ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ควรรับประทานยา หรือฉีดอินซูลินอย่างสม่ำเสมอ โดยถูกเวลาและขนาดที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งควรมีการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน โดยการตรวจสุขภาพประจำ และมีการควบคุมไขมันในเลือด ความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
แพทย์หญิงวชรพรรณ อัสนุเมธ
อายุรแพทย์ ต้านโรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
โรงพยาบาลปิยะเวท