กินอาหารอย่างรู้งาน 7 ประการ

กินอาหารอย่างรู้งาน 7 ประการ

กินอย่างรู้งาน 7 ประการ

 

 

นักจิตวิทยาบอกว่า คุณสามารถหยุดยั่งการกินตามอารมณ์ได้ไม่ยาก

 

 

จากการค้นคว้าที่เพิ่มพูนมากขึ้น พบว่าการกินอย่างรู้งานจัดเป็นวิธีการพึงกระทำ ถ้าอยากมีน้ำหนักตัวอันควร คนที่กินอย่างรู้งาน คือ คนที่กินเวลาหิวและหยุดเมื่อรู้สึกว่ากินพอแล้ว จะรื่นรมย์กับการกินอาหารหลากหลาย โดยไม่รู้สึกผิด มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงกว่าและปลื้มกับชีวิตมากกว่าพวกที่ต้องไดเอต

 

 

แต่ถ้าคุณเป็นอดีตนักไดเอตลดอาหาร ซึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตทุกข์ทรมานกับการนับปริมาณขนาดอาหาร ปริมาณแคลอรีและไขมัน ทนหิวโหยมาแล้วนั้น การปรับอาหาร ใจและกายจัดว่าง่ายดายยิ่งนัก

 

 

ข่าวดีคือคุณสามารถหวนกลับไปสัมผัสสัญญาณความหิวตามธรรมชาติและยอมรับเวลาที่กินมากพอแล้ว การทำตนเป็นนักกินอย่างรู้งานจะทำให้คุณก้าวไปถูกทางมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

 

1.กินเมื่อคุณหิว

 

เวลาร่างกายต้องการเชื้อเพลิง ความรู้สึกของเราตอนหิว คือ วิธีขอเชื้อเพลิงนี้ แต่การไดเอตมานานปีอาจหมายถึงคุณไม่สามารถจับคิวความหิวและไม่ค่อยไว้ใจร่างกายตัวเอง และมักเมินคิวการกินไปซะ

 

 

ให้หวนกลับไปสัมผัสกับร่างกายด้วยการใส่ใจว่า ความหิวเป็นอย่างไง คนแต่ละคนต่างกันไป คุณอาจรู้สึกท้องว่างเปล่า หรือท้องร้องคราง ขณะคนอื่นอาจขาดสมาธิ วอกแวก ถ้าคุณไม่แน่ใจให้หวนคิดว่าคุณกินครั้งสุดท้ายเมื่อใด ถ้าไม่ได้กินอาหารมาเกินสามชั่วโมงแล้ว ก็น่าจะมีสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายต้องการพลังงานและถึงเวลากินอาหารแล้ว

 

 

2.อย่าทนหิวเกินควร

 

คุณจะกินไมยั้งเวลาหิวโหยสุดขีด ทางที่ถูกคือ ควรกินตั้งแต่สัญญาณบ่งบอกแรกว่าหิว พร้อมจะกินอาหารแล้ว สิ่งสำคัญในการปรับคิวการกินคือพัฒนาความตระหนักในตัว จดบันทึกเวลาที่คุณกิน สิ่งที่กินแล้วให้คะแนนระดับความหิวของคุณว่าหิวมากขนาดไหน หิวจัดอยู่ในระดับ 0 คือ กลางๆ ไม่หิวหรืออิ่ม อิ่มแปล้อยู่ ระดับ 5 ซึ่งคุณกินมากเกินไป

 

 

การจดสัญญาณนี้เพื่อดูว่าคุณเปลี่ยนจาก 5 เป็น 4 และ 3 ความรู้สึกหิวคือสัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาต้องกินแล้ว ถ้าปล่อยให้ความหิวขึ้นไประดับ 2 จะเริ่มหิวแบบอึดอัด และ 1-0 คุณ หิวโหย ให้ตั้งเป้ากินอาหารเมื่อหิวถึงระดับ 3

 

 

3.ใส่ใจเวลากิน

 

ถ้าคุณดูทีวี ทำงานหรือเล่นเฟซบุคขณะกิน คุณอาจพลาดสัญญาณบ่งบอกว่าอิ่ม แล้วกินมากเกินควรได้ ให้ตั้งเป้าว่าจะมุ่งเน้นเรื่องอาหาร กินด้วยความตระหนัก ปิดทีวี ปิดคอมพิวเตอร์ เปิดเพลงเบาๆ จัดโต๊ะอาหาร นั่งลงแล้วให้คุณค่ากับอาหารแม้จะเป็นแค่สลัด กินช้าๆ ดื่มด่ำกับทุกคำ

 

 

4.สัมผัสความอิ่ม

 

คุณอาจอธิบายรายละเอียดได้ดีว่าความอิ่มแปล้เป็นไง? ถ้าไม่รู้ก็ต้องพัฒนาความตระหนักเรื่องการกินซะ

 

 

คราวหน้าขณะกำลังกินอาหารหรือของว่าง ให้หยุดแล้วสำรวจร่างกายดู ถามตัวเองว่าระดับความหิวและอิ่มของชั้นอยู่ระดับไหน? ถ้ายังหิวให้กินต่อไป เมื่อกินเสร็จให้จดโน้ตระดับความอิ่มว่าอยู่ระดับใด อิ่มสบายๆ หรือแปร้ไปแล้วขนาดไหน? ปานกลางอยู่ระดับ 5,6,7 จัดว่าอิ่มพอใจแล้ว ระดับ 8 คือ เต็มที่ ระดับ 9 คือมากเกินไป และระดับ 10 จะเริ่มไม่สาย ให้ตั้งเป้าคำสุดท้ายไว้ที่ระดับ 6 พอ ถึงระดับนี้ให้หยุด วางช้อนส้อม ผลักจานออกไปเป็นการเตือนตัวเองว่า จะหยุดกินแล้ว

 

 

5.กินสิ่งที่คุณต้องการ

 

ยากจะเชื่อได้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของใบสั่งในการรักษาน้ำหนักอันควร แต่จัดเป็นสิ่งสำคัญในการกินอย่างรู้งาน เมื่อยอมให้ตัวเองกินสิ่งที่อยากกิน อร่อยกับอาหารนั้นเท่ากับคุณสลัดความรู้สึกผิดและรู้สึกพึงพอใจ มีความสุขแทนที่จะกินมากเกินควร

 

 

เช่นคราวหน้าถ้ารู้สึกอยากกินชิป  มันฝรั่งเป็นอาหารกลางวัน ก็กินไปเถอะ กินอย่างใส่ใจและสังเกตว่ารู้สึกอิ่มแค่ไหน การกินสิ่งที่อยากกินจัดเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเลือกสลัด ซึ่งส่งผลให้ท้องร้องตลอดบ่ายด้วยความหิว ดังนั้น ควรเลือกอาหารที่ชอบดีกว่า

 

 

6.กินบ่อยๆ เท่าที่ต้องการ

 

การกินอย่างรู้งานจะทำให้คุณเป็นมิตรกับอาหารได้ ตอนนี้กินได้โดยไร้เงื่อนไขและมากเท่าที่จำเป็น เพื่อสนองร่างกาย จะพบว่าเมื่อปรับตนเข้ากับร่างกาย โดยกินอาหารมื้อเล็กๆ หกเจ็ดมื้อ ทุกสองชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่ห่างกัน ห้าชั่วโมง ซึ่งทำให้คุณอึดอัดแสบท้อง ให้ดูว่าเวลาเท่าไรที่เหมาะกับร่างกายตัวเอง กินเฉพาะเมื่อหิวและหยุดเมื่อพอใจว่าอิ่มกำลังดีแล้ว

 

 

7.รับรู้อารมณ์ความอยากอาหารของตน

 

ไม่ได้ช่วยอะไรเลยกับการใช้อาหารเป็นตัวเติมช่องว่างทางอารมณ์ให้เต็ม หรือเพื่อเลี่ยงการรับมือกับอารมณ์รวดร้าว ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแถมการกินมาเกินควรทำให้น้ำหนักเพิ่ม คุณจะไม่ต้องการอาหารดับอารมณ์อีกต่อไป ถ้าเรียนรู้วิธีรับมือกับความรู้สึกยุ่งยากนี้

 

 

ให้รับรู้พลังผลักดันของตนในการกินมากเกินควรนั้น ซึ่งจะเกิดเมื่อคุณรันทดจากอารมณ์ไม่สบายใจอึดอัด แทนที่จะเลี่ยงอารมณ์นี้ด้วยการกิน ให้ดูว่าคุณสามารถสำรวจว่าอารมณ์นี้ซ่อนอยู่ตรงไหนในตัวคุณ อย่าตีความรู้สึกตัวเองว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” แค่มีความตระหนักก็พอ ถามตัวเองว่ามีความรู้สึกพิเศษไหนที่กระตุ้นความทรงจำ หรือความเชื่อมโยงหรือบทสนทนาเฉพาะ พยายามจับความรู้สึกนั้น โดยไม่ต้องกิน แค่นั่งคิดถึงความรู้สึกหนึ่งนาที อาจยาวนานพอที่จะช่วยลดความหนักหนาสาหัสและค้นพบทางแก้ไขได้


1582
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์