ยืดอายุดวงตา

ยืดอายุดวงตา

ยืดอายุดวงตา

 

 

ความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามามีผลต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ คนจำนวนไม่น้อยใช้สายตาอยู่กับการจ้องมองจอภาพ ไม่ว่าจะเป็นจอโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้การใช้งานที่มากเกินไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อดวงตาตามมาได้ เช่น ภาวะตาแห้ง แสบตา เคืองตา ตาพร่า ปวดตา เมื่อยล้าตา และปวดศีรษะ เป็นต้น ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดก็คือ การใช้งานแต่พอดี

 

 

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แทบเลต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยทำงาน หรือแม้แต่ในผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มหันมาใช้เทคโนโลยีเหล่านี้กันมากขึ้น ท่ามกลางประโยชน์มากมายและความสะดวกสบายที่ได้รับ ในอีกมุมหนึ่งอุปกรณ์พวกนี้ยังส่งผลกระทบต่อดวงตาได้มากอีกด้วย หากมีการใช้งานมากจนเกินไปหรือไม่ถูกวิธี ผลกระทบดังกล่าว ได้แก่

 

 

ผลกระทบต่อกล้ามเนื้อตา

 

การอ่านหรือมองภาพผ่านจอภาพต่างๆ จะทำให้กล้ามเนื้อตาล้าได้ง่ายกว่าการอ่านหนังสือแบบทั่วๆ ไป ยิ่งถ้ามีการใช้งานจอภาพเหล่านั้นเป็นเวลานาน ก็จะยิ่งรู้สึกไม่สบายตามากขึ้น เนื่องจากการเพ่งทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักขึ้น ยิ่งในผู้ที่มีสายตาผิดปกติเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เช่น สายตายาว เอียง หรือสายตายาวในผู้สูงอายุ จะมีอาการปวดตา เมื่อยล้าตาได้เร็วกว่าคนปกติ อาการที่สังเกตได้ว่าเราใช้งานมากเกินไปคือ หลังจากเลิกใช้งานแล้วเงยหน้าขึ้นมา มองเห็นภาพเบลอๆ ตาพร่า เคืองตา แสบตา น้ำตาไหล ปวดบริเวณรอบดวงตา นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเราใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นมากเกินไป

 

 

วิธีแก้ไขที่ตรงจุดที่สุดคือ “การใช้งานแต่พอดี” และควรพักสายตาจากการมองจอทุกๆ 20-30 นาที ละไปทำอย่างอื่นหรือหันไปพูดคุยกับคนอื่นๆ บ้าง สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติทางสายตา ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเรื่อง แว่นสายตาหรือการแก้ไขค่าสายตาด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อให้เหมาะแก่การใช้สายตาในระยะใกล้

 

 

การเกิดภาวะตาแห้ง

 

สาเหตุหลักของการเกิดภาวะตาแห้งมีด้วยกัน 2 สาเหตุ คือ การเพ่งและปริมาณแสงที่เข้าสู่ตา กับ อัตราการกระพริบตาที่ลดลง ปกติแล้วการกระพริบตาจะช่วยเกลี่ยน้ำตาให้คลุมผิวตาให้มีความชุ่มชื้น แต่เวลาที่เราจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ การกระพริบตาจะลดลง ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ส่งผลเสียต่อกระจกตาได้ ในกรณีนี้อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดช่วยได้ แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ นอกจากนี้ควรปรับแสงและความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม ให้อ่านแล้วสบายตา รวมถึงปรับความสว่างของห้องด้วย เพราะแสงสว่างภายในห้องหากจ้าเกินไป จะส่งผลให้ตาล้าได้ง่าย และไม่ควรใช้สมาร์ทโฟนในที่มืด เนื่องจากความจ้าของแสงจากอุปกรณ์ที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาจะมีมากกว่าการใช้งานในพื้นที่ที่มีความสว่างในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ควรจัดจอภาพให้อยู่ในระยะที่สบายตา ในผู้สูงอายุอาจขยายขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นเพื่อลดการเพ่ง ปัจจุบันมีการผลิตแผ่นแปะจอภาพเพื่อลดความเข้มข้นของแสง ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะไม่ได้แก้ปัญหาอัตราการกระพริบตา ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะตาแห้ง ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการพึงระลึกและเตือนตัวเองอยู่เสมอ ในเรื่องของความพอดีในการใช้งาน

 

 

นอกจากปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยในผู้ที่มารับการรักษากับจักษุแพทย์ นั่นคือ “เรื่องคอนแทคเลนส์” โดยสาเหตุที่นำพาผู้ป่วยมาพบจักษุแพทย์มากที่สุดแบ่งได้เป็น 3 เรื่องหลักๆ คือ การใช้งานคอนแทคเลนส์มากเกินไป การใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะกับดวงตา และปัญหาตาติดเชื้อ

 

 การใช้งานคอนแทคเลนส์มากเกินไป อาการเริ่มต้นที่ทำให้ผู้ใส่คอนแทคเลนส์มาพบจักษุแพทย์ คือ contact lens intolerance อธิบายให้เห็นภาพอย่างง่ายๆ คือ จากเดิมที่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้นาน 12 ชั่วโมงโดยไม่รู้สึกอะไร กลับกลายเป็นใส่ได้ประมาณ 10 ชั่วโมง แล้วรู้สึกไม่สบายตา เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากคอนแทคเลนส์ก็เปรียบเสมือนพลาสติกชิ้นหนึ่งที่แปะไว้บนดวงตา ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงแต่อาศัยได้รับสารอาหารจากน้ำตาและน้ำในลูกตา การที่มีพลาสติกมาแปะไว้ จึงทำให้ตาได้รับสารอาหารน้อยลง ถึงแม้ว่าผู้ใส่จะกระพริบตาช่วยให้น้ำตาเข้าไปหล่อเลี้ยงดวงตาได้บ้าง แต่ก็ไม่มากเท่ากับการที่ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ ดังนั้นการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน จึงอาจทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน เกิดอาการแสบ คันและเคืองตาได้ วิธีแก้ไขสามารถทำได้โดย

 

 ลดการใช้งานคอนแทคเลนส์ เช่น งดใส่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือไม่ใส่ขณะที่อยู่บ้าน

 

 

 เลือกคอนแทคเลนส์ที่ทำจากวัสดุซึ่งออกซิเจนสามารถซึมผ่านได้ดี

 

 

 ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นอน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการใส่คอนแทคเลนส์นอนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดตาติดเชื้อ ในกรณีที่ใส่คอนแทคเลนส์นอนในตอนกลางคืน เพื่อปรับค่าสายตาให้ดีขึ้นในเช้าวันต่อมา ซึ่งจัดว่าเป็น

 

 

 การใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะกับดวงตา บางคนมีปัญหาทางสายตาที่ไม่เหมาะที่จะแก้ด้วยการใส่คอนแทคเลนส์ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีสายตาเอียง คอนแทคเลนส์ที่ใส่อาจมีค่าสายตาไม่ตรงหรือแก้ไม่ได้ทั้งหมด ใช้คอนแทคเลนส์ที่มีค่าความโค้ง (BC: best curve) หรือเส้นผ่าศูนย์กลางที่ไม่เหมาะสมกับตา ในกรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์

 

 

 การติดเชื้อ ตาติดเชื้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ได้แก่ การใช้งานที่มากเกินไป เช่น ใส่วันละหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ถอด การนำคอนแทคเลนส์รายเดือนมาใส่ทีละหลายๆ เดือน การใส่คอนแทคเลนส์ตอนนอน รวมถึงเรื่องของการรักษาความสะอาด เช่น การล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา ไม่เปลี่ยนตลับใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆ ซึ่งผู้ใช้ควรใส่ใจเรื่องการทำความสะอาดด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดให้เหมาะสมกับชนิดของคอนแทคเลนส์ หรืออาจพิจารณาเปลี่ยนมาใช้คอนแทคเลนส์รายวัน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดูแลความสะอาดไม่ดี

 

 

สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดีในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก ซึ่งมีความสำคัญมาก ต้องเริ่มดูแลกันตั้งแต่แรกเกิด พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตพัฒจาการของลูก เช่น ดูว่าลูกมองตามวัตถุที่อยู่ตรงหน้าหรือไม่ มีตาเหล่ ตาเข หรือมีน้ำตาไหลไหม หยีตาหรือขยี้ตาบ่อยเกินไปหรือเปล่า ถ้าอยู่ในวัยเรียน พ่อแม่ควรต้องซักถามลูกบ้างว่ามองเห็นกระดานดำหรือไม่ เรียนตามเพื่อนทันไหม เนื่องจากมีบางกรณีที่ผลการเรียนของเด็กออกมาไม่ดี เรียนไม่ทัน เพราะมองเห็นกระดาษดำไม่ชัด ประเด็นสำคัญมากอีกอันหนึ่งก็คือ เด็กที่มีปัญหาด้านสายตา เช่น มีตาเข สายตาสั้น ยาว เอียงมากๆ หรือมีความผิดปกติต่างๆ เกี่ยวกับสายตาแล้วไม่ได้รับการแก้ไขให้ทัน ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม กรณีเช่นนี้อาจทำให้เด็กเกิดภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) และสูญเสียโอกาสที่จะมีการมองเห็นที่ชัดเจนเป็นปกติไปตลอดชีวิต สำหรับในวัยรุ่นและวัยทำงาน ซึ่งเป็นวัยที่ค่อนข้างตรงกับเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าสิ่งสำคัยที่สุดคือเรื่องของ “ความพอดี” ซึ่งไม่มีใครรู้และดูแลได้ดีไปกว่าตัวเราเอง จึงควรหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอ ในส่วนของผู้สูงอายุซึ่งเป็นวัยที่มักมีโรคประจำตัวหรือโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามอายุ สิ่งสำคัญสำหรับคนวัยนี้คือ “การตรวจคัดกรองหาความผิดปกติของดวงตา” ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองโรคต้อหิน การตรวจคัดกรองภาวะเบาหวาน ขึ้นจอตาในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ถ้าตรวจพบเสียแต่เนิ่นๆ จะได้แก้ไขรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อคุณภาพการมองเห็นที่ดีจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

 

 

พันตรี นพ.ธนาพงษ์ สมกิจรุ่งโรจน์

จักษุแพทย์


3331
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์