Haijai.com


กินผักให้เป็นยากันเถอะ


 
เปิดอ่าน 1616

กินผักให้เป็นยากันเถอะ

 

 

ใครหลายๆ คนมักพูดกับว่า “สูงสุดคือสู่สามัญ” นึกแล้วเห็นท่าจะจริง เพราะนั่นถือเป็นสัจธรรมของชีวิตมนุษย์ข้อหนึ่งที่เราหลีกเลี่ยงไปไม่ได้ และเรื่องของสุขภาพเองก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถนำสัจธรรมข้อนี้มาเป็นตัวบ่งบอกได้ เพราะทุกวันนี้คนเริ่มหันมาดูแลตัวเอง ด้วยระบบของธรรมชาติมากขึ้น มากกว่าที่จะพึ่งเทคโนโลยีและยาของแพทย์จากโรงพยาบาล ซึ่งบอกได้เลยว่า เป็นการดูแลตัวเองที่ง่ายและคุ้มค่ามากที่สุด

 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารรอบๆ ตัวของเรา สามารถนำมาใช้บำบัดหรือรักษาอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารอย่าง “ผัก” แล้ว รับรองได้เลยว่า อาหารประเภทนี้จะทำให้คุณสุขภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน เราเลยขอคัดผักนานาชนิดที่ช่วยเป็นยานำมาเสนอ เพื่อให้ทุกท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรง และอายุยืนตราบนานเท่านาน

 

 

กระเจี๊ยบเขียว (Lady’s Finger)

 

คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับผักชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะผักอย่างกระเจี๊ยบเขียวนั้น จะถูกนำมาต้มเพื่อจิ้มรับประทานกับน้ำพริก แถมกระเจี๊ยบเขียวยังสามารถนำมาทำอาหารได้อีกหลากหลายประเภท แต่หารู้ไหมว่า กระเจี๊ยบเขียวนั้น มีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมาก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารอย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน เส้นใย รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย แต่บทบาทสุขภาพที่สำคัญของกระเจี๊ยบเขียวนั้น อยู่ตรงที่มีสารอาหารอย่างกลูต้าไธโอน (Glutathione) ซึ่งถือว่าเป็นตัวชูโรงของสารต้านอนุมูลอิสระเลยทีเดียว เป็นผักเพื่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยแท้ เพราะสารอาหารตัวนี้จะควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย สร้างสารซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ อีกทั้งทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดขึ้นในร่างกายได้เป็นอย่างดี

 

 

นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังร่ำรวยไปด้วยใยอาหารต่างๆ ซึ่งช่วยในระบบขับถ่าย ระบบดูดซึมสารอาหาร ลดความเสี่ยงโรคแผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร รวมถึงลดน้ำตาลและไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นแล้ว เมื่อรับประทานน้ำพริกทุกครั้ง อย่าลืมหยิบกระเจี๊ยบเขียวขึ้นมารับประทานเคียงสักหน่อย เพื่อให้คุณห่างไกลจากโรคมะเร็งออกไป

 

 

ตำลึง (Ivy Gourd)

 

มีอาหารอยู่ประเภทหนึ่งที่ทุกครัวเรือนชอบทำให้ลูกรับประทานกันตอนเย็นๆ นั้น ก็คือ แกงจืดตำลึง ซึ่งแม่บ้านหลายท่านบอกว่าสามารถทำได้ง่ายมาก แค่นำน้ำต้มให้เดือด ปั้นหมูเป็นก้อนใส่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา แต่ใส่ตำลึงในตอนท้ายก็เป็นอันจบ แต่เราจะบอกคุณว่า ถึงแม้การทำอาหารจะเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ แต่สรรพคุณของมันไม่จบเพียงเท่านี้แน่ เพราตำลึงเป็นผักที่มีรสเย็น สามารถแก้ร้อนใน ช่วยดับพิษร้อนได้ผลชะงัด อีกทั้งตำลึงยังมีสารช่วยย่อยแป้ง ทำให้ไม่อึดอัดท้องเมื่อรับประทานร่วมกับอาหารอื่นๆ แถมยังแก้อาการท้องผูก ช่วยในการขับถ่ายได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

 

 

นอกจากตำลึงจะดีต่อท้องและช่องปากแล้ว ตำลึงยังดีต่อผิวหนังอีกด้วย เพราะสำหรับคนที่ผิวแห้งไม่มีน้ำมีนวล สามารถรับประทานผักอย่างตำลึงเป็นอาหารทุกวันได้ เพราะในตำลึงมีวิตามินเอสูงมาก และยังมีวิตามินบี 3 ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์กว่าวัยอีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าอยากสดใสและดูเด็กลงไป แนะนำให้รับประทานตำลึงแบบด่วนๆ เลย

 

 

มะรุม (Moringa)

 

ถ้าใครชอบรับประทานอาหารอย่างลาบและก้อยอยู่บ่อยๆ เรามักจะเห็นมะรุมเป็นเครื่องเคียงไว้รับประทานแนบอยู่เสมอ หรืออาหารอย่างแกงส้ม ก็จะมีช่อดอกของมะรุมใส่ไว้ในนั้น ซึ่งขอบอกไว้ตรงนี้ว่ามะรุมสามารถนำมารับประทานเป็นผักได้แทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นใบอ่อน ช่อดอก ฝักอ่อน หรือแม้กระทั่งเมล็ดก็ตาม และที่สำคัญผู้ป่วยสมควรรับประทานผักอย่างมะรุมเป็นอาหารสุขภาพมากที่สุด เพราะใบและรากของมะรุมมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิตได้ รวมถึงลดอาการบวม และแก้ลมเข้าข้อได้อีกด้วย ส่วนฝักมะรุมนั้นจะมีรสหวานเย็น ช่วยป้องกันหวัดได้อย่างเต็มที่

 

 

ดังนั้น ทุกส่วนของมะรุมจึงช่วยบำบัดและทุเลาอาการของโรคได้ไม่ว่าจะเป็น ช่วยย่อยอาหาร ช่วยระบายท้อง ช่วยขับลม บำรุงธาตุ ช่วยบรรเทาอาการหวัดและหอบหืดบำรุงสายตา บำรุงน้ำนม หรือแม้กระทั่งเลือดออกตามไรฟัน บางคนถึงขั้นทำเป็นสมุนไพรประคบ เพราะมะรุมช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้นได้เหมือนกัน

 

 

ใบย่านาง (Bai-ya-nang)

 

อาหารหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นซุปหน่อไม้ แกงเปรอะ แกงหวาย แกงขี้เหล็ก หรือหมกต่างๆ มักต้องพึ่งพาน้ำคั้นจากผักใบย่านางทั้งสิ้น เพราะผักใบย่านางถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารเหล่านี้ ซึ่งย่านางถือว่าเป็นผักที่มีลักษณะเย็น มีสรรพคุณแก้ไข้และถอนพิษได้อย่างยอดเยี่ยม เรียกว่ารักษาไข้ได้แทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไข้ทั่วไปจนไปถึงฝีดาษเลยทีเดียว อีกทั้งยังนิยมใช้เพื่อแก้ปวดเมื่อยเจ็บคัดหน้าคัดหลัง บำรุงกำลัง และแก้ท้องเสีย เนื่องจากผักอย่างใบย่านางมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย

 

 

น้ำคั้นจากใบย่านาง นอกจากจะบรรเทาอาการต่างๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในอันดับต้นๆ ของผักพื้นบ้านทั้งหลายอีกด้วย เพื่อนำไปรักษาโรคเรื้อรังที่ไม่มียาแผนใหม่รักษา หรือรักษาโรคง่ายๆ ที่ชาวบ้านสามารถดูแลตัวเองได้ ถือเป็นภูมิปัญญาไทยที่ดูแลสุขภาพของคนไทยได้สุดยอดจริงๆ

 

 

ผู้อ่านลองหาผักเหล่านี้มารับประทานดู ไม่แน่ว่าผักดังกล่าว อาจเป็นยาเยียวยาคุณให้ดีขึ้นได้ เพราะร่างกายของเรามีแค่ร่างกายเดียว ดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

 

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

(Some images used under license from Shutterstock.com.)