เติมรักล้นใจเพื่อลูกน้อย วัย 0-1 ปี

เติมรักล้นใจเพื่อลูกน้อย วัย 0-1 ปี

เติมรักล้นใจเพื่อลูกน้อย วัย 0-1 ปี

 

 

แน่นอนว่าเข้าสู่ปีใหม่ต้อนรับปีมังกรอย่างนี้ ของขวัญและสิ่งใหม่ๆ จัดได้ว่าเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คนในที่นี้  สำหรับผู้ที่กำลังจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่อย่างเต็มตัว “ลูกน้อย” ที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลกในอีกไม่นาน ถือเป็นของขวัญโบว์แดงชิ้นสำคัญที่ดีที่สุดในชีวิต และการดูแลเด็กขวบปีแรกนั้น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อวางรากฐานให้ลูกเติบโตขึ้นมาด้วยพัฒนาการด้านต่างๆ ที่ดีต่อไปในอนาคต

 

 

เด็กวัยขวบปีแรกนั้นเป็นวัยที่มีการเจริญเติบและมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่การชันคอ คว่ำ คืบ คลาน ลุกนั่ง และการเกาะยืน จะสื่อสารด้วยการส่งเสียงร้องอ้อแอ้และใช้ภาษาท่าทางเสียส่วยใหญ่เนื่องจากยังไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูดได้ เด็กจะสามารถจำหน้าผู้เลี้ยงดูได้เมื่อมีอายุราวๆ 6 เดือน ต่อมาก็จะเริ่มติดแม่ หากมีคนแปลกหน้าเข้ามาอุ้มหรือสัมผัสก็จะส่งเสียงเรียกร้องหาแม่ทันที การดูแลเด็กวัยนี้จึงต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร รวมถึงการตอบสนองความต้องการของเด็กอย่างเหมาะสม ถ้าเด็กได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสมโดยผู้เลี้ยงดูคนเดิมตลอดเวลา เด็กก็จะมีความไว้วางใจต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าเด็กถูกละเลยขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดี หรือเปลี่ยนผู้เลี้ยงดูบ่อยครั้งจะทำให้เด็กไม่ไว้วางใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจก่อให้เกิดบุคลิกภาพที่ผิดปกติต่อไปได้

 

 

สำหรับการเลี้ยงดูสมาชิกใหม่ตัวน้อยของครอบครัว ความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่อย่างใกล้ชิด เป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อพัฒนาการด้านการเจริญเติบโตทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาที่ดีสมวัยต่อไป ซึ่งได้แก่

 

 

 การดูแลทางโภชนาการ “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาสมองของลูกในช่วงนี้ แต่ต้องไม่ลืมสร้างพฤติกรรมการกินที่เหมาะสม เช่น 4-6 เดือน อาจเริ่มให้ข้าวบดปริมาณน้อย  6-9 เดือน  รับประทานอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ อาจเริ่มให้เนื้อปลาสุก ไข่แดงต้มสุก ผักต้มสุกบด ผลไม้สุกบด น้ำซุป และน้ำผลไม้ (ไม่เกิน 2 ออนซ์)  9-12 เดือน ให้รับประทานอาหารเสริมวันละ 2 มื้อ อาหารเช่นเดียวกันกับอายุ 6 เดือน  12 เดือนรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ และในขวบปีแรกห้ามให้ไข่ขาว อาหารทะเล ยกเว้นปลา

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 1 ดือน แม่จะต้องหมั่นยิ้มแย้ม สบตา เล่นพูดคุยกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เห่กล่อมด้วยน้ำเสียงที่เป็นจังหวะ อ่านหนังสือหรือร้องเพลงให้ลูกฟัง เอียงหน้าไปมาช้าๆ ให้ลูกมองตาม อุ้มบ่อยๆ อุ้มพาดบ่าบ้าง

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 2 เดือน เล่นกับลูกโดยแขวนของสีสด ห่างจากหน้าลูกประมาณ 1 ศอกให้ลูกมองตาม พูดคุยทำเสียงต่างๆ และร้องเพลงให้ฟัง  ให้ลูกนอนคว่ำในที่นอนที่ไม่นุ่มเกินไป

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 3 เดือน ฝึกอุ้มลูกท่านั่ง พูดคุยทำเสียงโต้ตอบกับลูก ให้ลูกนอนเปล หรืออู่ ที่ไม่มืดทึบ

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 4 เดือน จัดที่ที่ปลอดภัยให้ลูกหัดคว่ำ และคืบคลาน เล่นกับลูกโดยชูของเล่นให้ลูกไขว่คว้า พูดชมเชย ให้กำลังใจลูก เมื่อลูกสามารถทำได้

 

 

 เมื่อลูกมีอายุ 5 เดือน หาของเล่นสีสันสดใสชิ้นใหญ่ที่ปลอดภัยให้ลูกหยิบ จับ และฝึกให้คลานไปหาพ่อแม่พ่อแม่ควรช่วยกันพูดคุย โต้ตอบ ยิ้ม และเส่นกับลูก

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ  6 เดือน เวลาพูดให้เรียกชื่อของลูกบ่อยๆ เพื่อให้เขาสามารถจดจำชื่อของตัวเองได้ เล่นโยกเยกและหาของนุ่มๆ หรือของเล่นให้จับ

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 7 เดือน ฝึกให้ลูกได้คลานและนั่งเล่นเอง โดยที่คุณแม่คอยระวังอยู่อย่างใกล้ชิด ให้เล่นสิ่งที่มีสี และขนาดต่างกัน เช่น ลักษณะผิวเรียบ - หยาบ อ่อน – แข็ง ให้หยิบจับสิ่งของ เข้า - ออก จากถ้วย หรือกล่อง

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 8 เดือน กลิ้งของเล่นให้ลูกมองตาม เป็นการฝึกใช้สายตา พูดและทำท่าทางกับเขา อย่างเช่น จ๊ะเอ๋ จับปูดำ แมงมุม จ้ำจี้ ตบมือ เป็นต้น

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 9 เดือน หัดให้ลูกเกาะยืน เกาะเดิน หัดให้ช้นิ้วหยิบ จับของกินชิ้นเล็กเข้าปาก เช่น ข้าวสุก มะละกอหั่น มันต้มหั่น ฟักทอง ต้ม ห้ามใช้ถั่ว หรือของที่อาจทำให้เขาสำลักได้ฃ

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 10 เดือน จัดที่ให้ลูกคลาน และเกาะเดินอย่างปลอดภัย เรียกชื่อลูกและชูของเล่นให้กับเขา เพื่อสร้างความสนใจและลุกขึ้นมาจับ

 

 

 เมื่อลูกน้อยมีอายุ 1 ปี ให้ลูกมีโอกาสเล่นสิ่งของโดยอยู่ในสายตาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูอย่างใหล้ชิด  พูดชมเชย เมื่อลูกทำสิ่งต่างๆ ได้ พูดคุย ชี้ และบอกส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อให้เขาเรียนรู้ และรู้จักอวัยวะร่างกายของตนเอง

 

 

นอกจากนี้แล้วคุณแม่ควรส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างสมดุลรอบด้านและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้ลูกได้มีโอกาสเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และควรทำการตรวจคัดกรองพัฒนาการของลูกเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักหรือส่วนสูง ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในพัฒนาการทางด้านร่างกาย เพื่อทราบว่า ลูกมีระดับพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าลูกมีพัฒนาการสมวัย พ่อแม่จะได้รู้แนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการขั้นต่อไป


2099
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์