คาเฟอีน กาแฟ

คาเฟอีน กาแฟ

คาเฟอีน เสริมสมรรถณะ

คาเฟอีนเป็นสารออกฤทธิ์ที่พบในเครื่องดื่มหลายชนิด เช่น กาแฟ โกโก้ ชา เป็นต้น คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท หลายการศึกษาแสดงให้เห็นว่าคาเฟอีนช่วยเพิ่มสมรรถภาพในการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามคาเฟอีนก็มีผลข้างเคียงหลายอย่าง จึงต้องพิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจใช้

คาเฟอีนนับเป็นสารชนิดหนึ่งที่มีการบริโภคอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากว่าเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มยอดฮิต เช่น กาแฟ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่มนุษยชาติเป็นเวลานาน เครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจนี้มีต้นกำเนิดจากแอฟริกา ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังชาวอาหรับ เข้าสู่โลกตะวันตกและกระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน คาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นคาเฟอีนจะมีผลในการกระตุ้นสมรรถภาพทางกายเวลาเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายหรือไม่

คำตอบจากงานวิจัย

คำตอบคือการศึกษาหลายงานได้แสดงถึงผลดีของการดื่มกาแฟ หรือการได้รับคาเฟอีนต่อการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายที่ฝึกความทนทาน (endurance exercise) หรือทำในระยะทางยาวๆ เช่น มาราธอน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาโดยคณะนักวิจัยชาวออสเตรเลียที่ได้ให้นักปั่นจักรยาน/ไตรกรีฑาจำนวน 8 คน ทำการทดลอง 4 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 1 สัปดาห์ โดยการทดลองทั้ง 4 ครั้ง ประกอบด้ยการดื่มเครื่องดื่มที่ต่างกัน ได้แก่ คาเฟอีนในขนาด 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม กาแฟปราศจากคาเฟอีน และยาหลอก ที่เวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนการปั่นจักรยาน จากนั้นปั่นจักรยานไฟฟ้าเป็นเวลา 30 นาที ร่างกายถึงสภาวะคงที่ (steady state) แล้วเว้น 1 นาที จึงปั่นต่อจนกว่าจะได้จำนวนงาน 70% ของงานที่ทำได้สูงสุดจากการปั่นจักรยาน ผลการศึกษาพบว่านักปั่นจักรยานในครั้งที่ดื่มคาเฟอีนหรือกาแฟ จะใช้เวลาในการปั่นจักรยานให้ได้งาน ปริมาณดังกล่าวเร็วกว่าในครั้งที่ดื่มกาแฟปราศจากคาเฟอีนหรือยาหลอก นอกจากนี้การวิเคราะห์ผลการวิจัย โดยนักวิจัยชาวอเมริกันพบว่าจากงานวิจัยเกี่ยวกับผลของคาเฟอีนต่อกีฬา หรือการออกกำลังกายแบบแอนแอโรบิกจำนวน 11 การศึกษา มี 6 การศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า คาเฟอีนช่วยทำให้นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น ขณะที่อีก 5 การศึกษาไม่เห็นผลของคาเฟอีนต่อสมรรถภาพทางกาย

ปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มต่างๆ

ดังที่กล่าวในข้างต้นว่า เครื่องดื่มยอดฮิตหลายตัวมีคาเฟอีน โดยแต่ละตัวมีคาเฟอีนมากน้อยแตกต่างกัน ดังข้อมูลในตาราง

กาแฟเอสเพรสโซ่ 250 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 147-250 มิลลิกรัม

กาแฟสด 250 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัม

กาแฟสำเร็จรูป 250 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 50-70 มิลลิกรัม

ชาดำ 250 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 40-60 มิลลิกรัม

ชาเขียว 250 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 25-40 มิลลิกรัม

น้ำอัดลม 355 มิลลิลิตร

คาเฟอีน 35-50 มิลลิกรัม

ด์กช็อกโกแลต 50 มิลลิกรัม

คาเฟอีน 20-40 มิลลิกรัม

ช็อกโกแลตนม 50 มิลลิกรัม

คาเฟอีน 8-16 มิลลิกรัม

ข้อมูลจาก Tarnopolsky, M. A. Caffeine and creatine use in sport. Annals of Nutrition & Metabolism. 57  (2010): 1-8 และ http:// www.pharmacy.cum.ac.th/dic/ newsletter/newpdf/ newsletter10_4/cafeine.pdf

คาเฟอีนไปทำอะไรกับร่างกาย

กลไกของคาเฟอีนต่อการเพิ่มสมรรถภาพในการออกกำลังกายและเล่นกีฬายังคงถูกศึกษาอยู่  อย่างไรก็ตาม มีคำอธิบายถึงกลไกต่างๆ ดังต่อไปนี้

 หน้าที่ยับยั้งการออกฤทธิ์ของอะดีโนซีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของสมองกล้ามเนื้อลาย เนื้อเยื่อไขมัน เป็นต้น การยับยั้งการออกฤทธิ์ของอะดีโนซีน ทำให้สมองมีความตื่นตัวมากขึ้น ลดความเจ็บปวด กล้ามเนื้อลายมีการเก็บไกลโคเจน (แป้งที่ร่างกายเก็บไว้ในร่างกยและกล้ามเนื้อ เพื่อใช้เป็นพลังงานในกรณีที่ขาดอาหาร) มากขึ้น เพิ่มการสลายของเนื้อเยื่อไขมัน ร่างกายจึงเหนื่อยล้าน้อยลง

 ส่งผลต่อระดับไอออนในเซลล์ จากการศึกษาพบว่า เมื่อร่างกายมีความเหนื่อยล้า โปแตสเซียมในเซลล์จะไหลออกไปอยู่ภายนอก (เลือด) ในขณะที่คาเฟอีนจะลดการสูญเสียของโปแตสเซียมออกจากเซลล์

 กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว

อาการข้างเคียงของคาเฟอีน

โดยทั่วไปคาเฟอีนถือว่าเป็นสารที่ปลอดภัย แต่ก็อาจจะมีอาการข้างเคียงได้ดังต่อไปนี้

 คาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงอาจขัดจังหวะการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายที่ใช้เวลานาน นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการออกกำลังกายที่ทำให้สูญเสียเหงื่อนมาก

 ลดการตอบสนองของร่างกายต่ออินซูลิน

 การได้รับคาเฟอีนในปริมาณมาก (9 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทำให้เวียนศีรษะ ปวดศีรษะนอนไม่หลับ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนมาก่อน

 ทำให้เกิดอาการชินและติด ส่งผลให้เมื่อหยุดการใช้คาเฟอีน ร่างกายจึงเกิดความผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ ไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น ง่วงนอน เหนื่อล้า ตื่นตัวลดลง เป็นต้น ดังนั้นในผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน เมื่อจะหยุดดื่ม ควรค่อยๆ ลดปริมาณ ภายในเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

 อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่อหัวใจ ได้แก่ ลดการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อหัวใจระหว่างการออกกำลังกาย ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพิ่มความดันเลือดทั้งตัวบนและตัวล่าง เป็นต้น ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ จึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณที่สูง

ข้อควรพิจารณาอื่นๆ

งานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงผลดีของคาเฟอีนต่อสมรรถภาพทางกายเวลาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย จะให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน 1 ชั่วโมง ก่อนเริ่มการออกกำลังกาย เนื่องจากคาเฟอีนจะมีความเข้มข้นในเลือดสูง หลังจากบริโภคเข้าไปแล้ว 30-75 นาที ปริมาณคาเฟอีนที่ควรได้รับคือ 3-6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม การได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากกว่านี้ไม่ได้แสดงหเห็นถึงผลดีที่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงเพิ่มขึ้น

ในแง่มุมของการเป็นยาโด๊ปนั้น คณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติได้กำหนดให้คาเฟอีนในขนาดที่สูงมาก (ที่ทำให้มีความเข้มข้นของคาเฟอีนในปัสสาวะเกินกว่า 12 มิลลิกรัม/ลิตร) เป็นสารต้องห้ามในการกีฬา อย่างไรก็ตามคาเฟอีนในเครื่องดื่มทั่วๆ ไป รวมถึงขนาดที่ทำให้สมรรถภาพทางกายดีขึ้น ไม่ทำให้ความเข้มข้นของคาเฟอีนในปัสสาวะสูงขนาดนั้น การดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนในขนาดปกติ จึงยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ สำหรับการแข่งขันกีฬา

แม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้จริง แต่แก่นแท้ของการออกกำลังกายด้วยตนเองเป็นหลัก การพึ่งจากสิ่งภายนอกและทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้เล่นกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพ


3842
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์