ออกกำลัง ต้านมะเร็ง

ออกกำลัง ต้านมะเร็ง

ออกกำลัง ต้านมะเร็ง

 

 

การออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และในทางกลับกันผู้ป่วยมะเร็งที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่กเสมอก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมะเร็งที่มีสุขภาพกายอ่อนแอ เนื่องจากการรักษาหรือตัวโรค ก้มีข้อควรระวังบางประการก่อนที่จะเริ่มต้นออกกำลังกาย

 

 

การออกกำลังกายด้วยวิธีการที่เหมาะสมย่อมทำให้ร่างกายแข็งแรงอย่างแน่นอน ผลดีของการออกกำลังกายที่ทุกคนมักนึกถึงคงหนีไม่พ้นการลดน้ำหนักส่วนเกิน เพิ่มสมรรถภาพทางกาย ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคในระบบหลอดเลือดหัวใจ ผลดีของการออกกำลังกายยังมีมากกว่านั้น เมื่องานวิจัยหลายงานแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกาย สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และผู้ป่วยมะเร็งที่มีการออกกำลังกาย ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

 

ประเภทของการออกกำลังกาย

 

ก่อนจะอธิบายถึงความเกี่ยวเนื่องระหว่างการออกกำลังกายกับโรคมะเร็ง จะขออธิบายถึงประเภทของการออกกำลังกายกันก่อน โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งการออกกำลังกายได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

 

 การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่อาศัยกล้ามเนื้อหลายมัด เพื่อเคลื่อนไหวต่อเนื่องระยะยาว มีผลดีอย่างเด่นชัดต่อระบบหลอดเลือดหัวใจและระบบทางเดินหายใจ ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบนี้ ได้แก่ การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เป็นต้น

 

 

 การออกกำลังกายโดยใช้แรงต้าน เป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ใช้แรงขอร่างกายต้านน้ำหนักตัว หรือน้ำหนักจากภายนอกในลักษระการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ส่งผลดีอย่างเด่นชัดต่อกล้ามเนื้อ ตัวอย่างของการออกกำลังกายแบบนี้ ได้แก่ การยกเวท ซิตอัพ วิดฟื้น หรือใช้อุปกรณ์ตามฟิตเนส เป็นต้น

 

 

ออกกำลังลดความเสี่ยงมะเร็ง

 

จากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากอาสาสมัครที่มีอายุระหว่าง 50-71 ปี จำนวนกว่าสี่แสนรายเป็นระยะเวลา 47 ปี พบว่าการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 18% เช่นเดียวกับงานวิจัยในมลรัฐแคลิฟอร์เนียที่ศึกษาข้อมูลในครูเพศหญิง จำนวนกว่าเก้าหมื่นรายเป็นระยะเวลา 12 ปี พบว่าการออกกำลังกายระดับหนักเป็นเวลามากกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเยื่อบุมดลูกในผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป ส่วนผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกายน้อยกว่านี้จะเห็นผลไม่ชัดเจน

 

 

จากงานวิจัยต่างๆ พบว่าการออกกำลังกายสามารถลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งเยื่อบุมดลูกได้ ส่วนมะเร็งชนิดอื่นนอกจากที่กล่าวมมนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปความสัมพันธ์ระหว่างการออกกำลังกาย และความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง

 

 

นอกจากนี้ระดับความหนักเบาในการออกกำลังกาย ก็มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเช่นกัน ดังที่แสดงให้เห็นในงานวิจัยจากฟินแลนด์ ซึ่งติดตามผลจากผู้ชายจำนวน 2,560 คน เป็นเวลาประมาณ 17 ปี โดยพบว่ายิ่งระดับการออกกำลังกายมากขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการตายจากมะเร็งก็จะยิ่งลดลง

 

 

ผู้ที่สนใจป้องกันมะเร็งด้วยการออกกำลังกาย อาจเริ่มจากการออกกำลังกายแบบแอโรบิกในระดับปานกลาง (การออกกำลังกายที่ทำให้หายใจเร็วขึ้น มีเหงื่อออกหลังจากเริ่มต้นออกกำลังกาย 10 นาที และยังสามารถสนทนาได้ระหว่างออกกำลังกาย หรือถ้าประเมินจากอัตราการเต้นของหัวใจ การออกกำลังกายระดับดังกล่าวจะทำให้หัวใจเต้นด้วยความเร็วร้อยละ 50-70 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด) อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้ง

 

 

ออกกำลังกายเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง

 

การศึกษาหลายงานได้แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายด้วยวิธีการที่เหมาะสมสามารถทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการวิเคราะห์ผลงานวิจัยจำนวน 16 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและแบบใช้แรงต้านผู้ป่วยโรคมะเร็ง (ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเต้านมในระยะต้น) โดยคณะนักวิจัยชาวนอร์เวย์ พบว่าการออกกำลังกายทั้งสองแบบ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ในขณะที่การออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านจะเห็นผลดีต่อมวลกล้ามเนื้อได้ชัดเจนกว่า การออกกำลังกายจึงน่าจะมีผลดีต่อผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผอมหนังหุ้มกระดูก เนื่องจากมีการสูญเสีย กล้ามเนื้อลาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากออสเตรเลียที่พบว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิกของผู้ป่วยมะเร็งปอด ชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer) ทั้งก่อนผ่าตัดและหลังรับการรักษา ล้วนให้ผลดีต่อสมรรถภาพทางกายของผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว

 

 

ในอเมริกา คณะนักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้แบ่งผู้ป่วยมะเร็งปอดและลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 4 จำนวน 66 คน ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

 

 กลุ่มที่ได้รับคำแนะนำให้ออกกำลังกาย โดยโปรแกรมออกกำลังกายที่เรียกว่า REST (Rapid, Easy, Strength Training) อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ตลอดจนได้รับคำแนะนำให้เดินอย่างกระฉับกระเฉงด้วยความเร็วประมาณ 1 ไมล์ต่อ 20 นาที เท่าที่เป็นไปได้

 

 

 กลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพิ่มเติม

 

 

หลังจากการวิจัยดำเนินไปเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ผู้วิจัยพบว่า ณ สัปดาห์ที่ 8 ผู้ป่วยมะเร็งที่ออกกำลังกายจะมีการเคลื่อนไหวดีขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม มีความเหนื่อยล้าน้อยกว่ากลุ่มควบคุม และมีการนอนหลับที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มควบคุม

 

 

ตัวอย่างงานวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นล่วนแสดงให้เห็น ว่าการออกกำลังกายเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งจะมีสภาพร่างกายที่แตกต่างจากผู้ที่มีสุขภาพดี ทั้งจากตัวโรคและการรักษา หากออกกำลังกายอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจได้รับอันตรายได้ ดังนั้น ก่อนออกกำลังกาย ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์และมีข้อควรพิจารณาในประเด็นต่างๆ ดังนี้

 

 ช่วงเวลาที่รับการรักษากับช่วงเวลาที่ออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับยาเคมีบำบัดเข้าทางหลือดเลือดดำ กรณีที่มีบาดแผลจากการผ่าตัดหรือมีการบาดเจ็บ ของเนื้อเยื่อจากการฉายรังสี ให้ออกกำลังกายด้วยความระมัดระวัง

 

 

 ผู้ที่มีอาการข้างเคียงจากการรักษามะเร็งหรือภาวะแทรกซ้อนจากตัวโรค เช่น เลือดจาง เกล็ดเลือดน้อย ไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บข้อหรือขามากผิดปกติ มีปัญหาการทรงตัว หายใจลำบาก หัวใจเต้นผิดปกติ กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ปวดกระดูก น้ำหนักตัวลดลงมากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย

 

 

 ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายแบบแอโรบิกได้หลายชนิด จะมีบางชนิดที่มีข้อควรระวัง ได้แก่ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำและกิจกรรมที่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในที่สาธารณะผู้ที่มีปัญหาการทรงตัว มึนศีรษะ ให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายบนลู่วิ่งหรือปั่นจักรยาน ส่วนผู้ที่มีปัญหาปวดกระดูก เกล็ดเลือดต่ำ ควรหลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการปะทะตัว เช่น รักบี้ ความถี่ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เหมาะสม คือ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งนาน 20-30 นาที ออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วประมาณ 60-80% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด

 

 

 ผู้ป่วยควรออกกำลังกายแบบใช้แรงต้านที่มีการเคลื่อนไหวทั้งดึงและคลายกล้ามเนื้อ ด้วยความถี่ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในกรณีที่มากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้มีวันที่พักการออกกำลังกายก่อนออกกำลังกายครั้งต่อไป ความหนักของน้ำหนักที่ใช้ฝึกควรจะอยู่ที่ 50-80% ของน้ำหนักที่ยกได้สูงสุดขอท่านั้นๆ (1-repetition maximum) หรือด้วยน้ำหนักที่สามารถทำได้ 6-12 ครั้งจึงหมดแรง กล้ามเนื้อแต่ละชุดให้ออกกำลังกาย 1-4 รอบ แต่ละรอบประกอบด้วยการออกกำลังกาย 6-10 ครั้ง

 

 

 การเพิ่มระดับขั้นในการออกกำลังกายควรค่อยเป็นค่อยไป โดยควรเพิ่มความถี่และระยะเวลาให้ได้ตามเป้าหมายก่อนที่จะเพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย

 

 

เมื่อได้มีการดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยความร่วมมือระหว่างผู้ป่วย แพทย์ และสหวิชาชีพ ตลอดจนคนรอบข้างผู้ป่วย ผู้ป่วยย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

ค้นหาค่าได้ที่ http://www.passion4profession.net/en/one-repetition-maximum.html หรือ http://www.exrx.net/Calculators/OneRepMax.html


2137
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์