ภาวะเลือดจาง จากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะเลือดจาง จากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะเลือดจาง จากการขาดธาตุเหล็ก

 

 

ภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กนับเป็นภาวะเลือดจางชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนไทย ภาวะนี้แม้จะไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ผ็ที่มีอาการจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้ธาตุเหล็กในเลือดต่ำและจะได้แก้ไขให้ตรงจุดต่อไป

 

 

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

 

เม็ดเลือดแดงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเลือดมีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ เม็ดเลือดแดงถูกสร้างขึ้นในไขกระดูก โดยได้รับการกระตุ้นจากอิริโทรพอยเอติน (erythropoietin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากไต องค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่จับกับออกซิเจนคือฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก ธาตุเหล็กในฮีโมโกลบินทำหน้าที่จับกับออกซิเจน ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจับกับออกซิเจนของธาตุเหล็กในฮีโมโกลบิน ได้แก่ ความเป็นกรดด่าง ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 2,3-bisphosphoglycerate และอุณหภูมิ โดยเมื่อปัจจัยดังกล่าวเพิ่มขึ้น ฮีโมโกลบินก็จะปล่อยออกซิเจนจากตัวมันได้มากขึ้น

 

 

เมื่อขาดธาตุเหล็กทำให้ร่างกายสร้างฮีโมโกลบินลดลง เม็ดเลือดแดงขาดฮีโมโกลบิน มีขนาดเล็กลง ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง เป็นผลให้การขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ลดลง ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ได้แก่

 

 

 อาหารที่รับประทานมีธาตุเหล็กน้อย แม้ว่าธาตุเหล็กจะพบในอาหารหลายชนิดทั้งที่มาจากพืชและสัตว์ แต่ธาตุเหล็กที่มาจากพืชจะดูดซึมได้น้อยกว่าธาตุเหล็ฏที่มาจากสัตว์ เนื่องจากธาตุเหล็กในสัตว์จะอยู่ในฮีม ซึ่งจะถูกดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่ไม่ได้อยู๋ในรูปฮีมที่พบในพืช นอกจากนี้อาหารจากพืชอาจจะมีสารที่ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก เช่น ไฟเตตในธัญพืชหรือโพลีฟีนอลในชา เป็นต้น ผู้ที่รับประทานมังสวิรัตแบบเคร่งจึงมีโอกาสที่จะเป็นเลือดจาง เนื่องจากได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ

 

 

 การดูดซึมธาตุเหล็กผิดปกติ ธาตุเหล็กจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กได้ ต้องผ่านการทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหารให้อยู่ในรูปที่ร่งกายสามารถดูดซึมได้เสียก่อน ดังนั้น ผู้ที่มีความผิดปกติที่กระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก หรือถูกตัดกระเพาะอาหาร จะดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อยลง จนเป็นสาเหตุของภาวะเลือดจาง

 

 

 การเสียเลือดจากการบาดเจ็บหรือโรคต่างๆ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ริดสีดวงทวาร มะเร็งมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ผู้หญิงที่มีเนื้องอกในมดลูกทำให้มดลูกหดตัวไม่ได้ ส่งผลให้เส้นเลือดในมดลูกไม่หดตัว ประจำเดือนจึงมามากผู้ป่วยโรคตับที่มีหลอดเลือดในหลอดอรโป่งพองจนปริแตก ผู้ติดเชื้อพยาธิปากขอ ซึ่งพยาธิดังกล่าวจะเกาะที่ผนังลำไส้และดูดเลือดเป็นอาหาร เป็นต้น

 

 

 การตั้งครรภ์ เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์จะมีความต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น เพราะเด็กในท้องก็มีความต้องการธาตุเหล็กด้วย

 

 

อาการและการวินิจฉัย

 

ช่วงที่ธาตุเหล็กในร่างกายลดลง อาจจะยังไม่มีอาการแสดงให้เห็น ผู้ป่วยจะเริ่มมีอากรเมื่อมีภาวะเลือดจางแล้ว โดยอาการที่มี ได้แก่ เหนื่อยล้า ใจสั่น เวียนศีรษะ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ริมฝีปากซีด เป็นต้น นอกจากนี้แพทย์จะสั่งเจาะเลือด เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นภาวะเลือดจางหรือไม่ ค่าเลือดที่เจาะ ได้แก่

 

 จำนวนเม็ดเลือดแดง (RBC) ผู้ป่วยจะมีค่านี้ลดลง

 

 

 ฮีโมโกลบิน (Hb) แสดงถึงความสามารถในการขนส่งออกซิเจนของเม็ดเลือแดง ผู้ป่วยภาวะเลือดจางจะมีค่านี้ลดลง โดยอาจจะเป็นเพราะจำนวนฮีโมโกลบินต่อเม็ดเลือดแดงลดลง หรือจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง

 

 

 ฮีมาโตคริต (Ht) เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณที่แท้จริงของเม็ดเลือดแดงในเลือดทั้งหมดหนึ่งหน่วยปริมาตร โดยปกติค่านี้จะสูงกว่า Hb ประมาณ 3 เท่า ผู้ป่วยภาวะเลือดจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็กจะมีค่านี้ลดลง แต่อาจพบว่าจำนวนเม็ดเลือดแดงเป็นปกติ ทั้งนี้เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยมีขนาดเล็กกว่าปกติ ทำให้เวลาอัดแน่นจะได้ปริมาณที่น้อยกว่าปกติ

 

 

 Mean corpuscular volume (MCV) แสดงถึงขนาดโดยเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดง มีประโยชน์ในการวินิจฉัยว่าสาเหตุของภาวะเลือดจากเกิดจากอะไร ถ้าค่านี้มากแสดงว่าเม็ดเลือดแดงใหญ่ มักจะเป็นภาวะเลือดจางจากการขาดวิตามินบี 12 หรือ โฟลิค ในขณะที่ภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็กจะทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กลง ค่านี้จึงลดลง

 

 

 Mean corpuscular hemoglobin (MCH) แสดงถึงร้อยละของปริมาณของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เป็นอีกค่าหนึ่งที่ช่วยวินิจฉัยว่าสาเหตุของภาวะเลือดจาง เกิดจากการขาดธาตุเหล็กหรือไม่

 

 

 Red Blood cell distribution width (RDW) แสดงถึงการกระจายตัวของขนาดเม็ดเลือดแดง ถ้าค่านี้มากแสดงว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดหลากหลายมาก ค่านี้จะเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยภาวะเลือดจาง

 

 

 ระดับซีรั่มเฟอริติน เป็นโปรตีนซึ่งจัดเก็บธาตุเหล็กในร่างกาย ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็กจะมีค่านี้ลดลง

 

 

อนึ่ง ภาวะเลือดจางเป็นอาการของความผิดปกติอื่นๆ นอกจากแพทย์จะยืนยันถึงการมีภาวะเลือดจางแล้ว แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยเพื่อสืบหาสาเหตุที่ทำให้เลือดผู้ป่วยจาง

 

 

การรักษา

 

การรักษาที่สำคัญที่สุดคือการรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง การชดเชยธาตุเหล็กเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงมา ยาเตรียมธาตุเหล็กที่ให้โดยการรับประทาน ซึ่งอาจจะผสมในรูปแบบยาเดี่ยวหรือวิตามินรวม จะมีหลายชนิดตามเกลือของเหล็กที่มี เช่น เฟอร์รัสซัลเฟต, เฟอร์รัส ฟูมาเรต และเฟอร์รัส กลูโคเนต โดยรูปเกลือของเหล็กแต่ละชนิดจะให้ปริมาณธาตุเหล็กต่างกันไป

 

 

อาการข้างเคียงของยาธาตุเหล็กที่ให้โดยการรับประทานคือ คลื่นไส้ อาเจียน เสาะท้อง ท้องร่วง หรือท้องผูก อุจจาระมีสีดำ เราสามารถลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารของยาธาตุเหล็ก ด้วยการรับประทานยานี้หลังอาหารทันที (แต่การรับประทานยาธาตุเหล็ฏหลังอาหารหรือพร้อมอาหารก็ทำให้ธาตุเหล็กถูกดูดซึมน้อยลง) อนึ่งยาธาตุเหล็กสามารถลดการดูดซึมของยาฆ๋า เชื้อในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลนและเตตร้าซัยคลินได้ จึงควรรับประทานยาทั้งสองประเภทห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

 

 

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาในการดูดซึมธาตุเหล็กจากระบบทางเดินอาหาร แพทย์จะพิจารณาให้ธาตุเหล็กโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ธาตุเหล็กในรูปแบบฉีด ได้แก่ iron dextran ซึ่งเป็นธาตเหล็กที่อยู่ในรูปของสารประกอบเชิงซ้อนกับสารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ยานี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ความดันเลือดลดลง หรือช็อคได้ นอกจากนี้ธาตุเหล็กที่ให้โดยการฉีดยังมี sodium ferric gluconate ซึ่งเกิดอาการแพ้น้อยกว่า iron dextran ขนาดและความถี่ในการให้ธาตุเหล็กขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก อาจจะต้องให้ธาตุเหล็กสัปดาห์ละครั้ง

 

 

การเสริมธาตุเหล็กควรทำภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น ธาตุเหล็กที่มาเกินไปสามารถเกิดพิษแก่ร่างกายได้

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

 

 Alpers, D. H., Stenson, W. F., Taylor. B. E. et al. Manual of Nutritional Therapeutics. Philadelphia: Wolters Kluwer Health, 2008

 

 Ineck, B., Mason, B. J. and Lyons, W. Anemia. In J. T. DiPiro, R. L. Talbert, G. C. Yee et al. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach, pp 1639-1663. New York: McGraw-Hill, 2008

 

 Stein, S. M. Boh’s Pharmacy Practice Manual. Philadelphia: Wolters Kluwer Health, 2010

 

 

ผศ.พญ.ปราณี สุจริตจันทร์

อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา


3728
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์