ยาดีใครว่าไม่อันตราย

ยาดีใครว่าไม่อันตราย

ยาดีใครว่าไม่อันตราย

 

 

ขึ้นหัวเรื่องมาอย่างนี้ หลายคนคงสงสัยว่า ยาดี จะเป็นอันตรายได้อย่างไร ?

 

 

ก็ขอบอกว่าถึงแม้ยาจะมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยของคนเรา แต่หากมีการใช้ที่ไม่ถูกวิธี ประโยชน์จากยาก็คงไม่มี ซ้ำร้ายบางทีอาจจะเกิดโทษเสียอีก

 

 

ยาแก้ปวด รับประทานเมื่อปวดทุกครั้ง

 

เชื่อว่ายากลุ่มแก้ปวดนี้ ท่านต้องเคยใช้กันแน่นอน ไม่ว่าจะเพื่อแก้การปวดเมื่อยจากการใช้กล้ามเนื้อ ปวดหัว ปวดฟัน ไปจนถึงปวดท้องประจำเดือน ซึ่งเมื่อรับยาจากเภสัชกร ท่านมักจะได้รับคำแนะนำว่า “รับประทานเมื่อมีอาการ” หรือ “รับประทานเมื่อปวด” แต่ถ้าเรารับประทานทุกครั้งที่ปวด จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

ยาแก้ปวดตัวแรกที่จะพูดถึงคือ พาราเซตามอล ถือเป็นยาแก้ปวดครอบจักรวาล จำหน่ายในบ้านเราในขนาดเม็ดละ 500 มิลลิกรัม หากรับประทานยานี้มากไปจะเกิดตับอักเสบได้ กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ว่า ไม่ควรรับประทานพาราเซตามอลเกินวันละ 4 กรัม แปลว่าแต่ละวันหากปวดหัว ปวดฟัน จะรับประทานได้ไม่เกินวันละ 8 เม็ด

 

 

ยาแก้ปวดตัวถัดไปที่จะพูดถึงคือ ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เป็นกลุ่มยาที่มีฤทธิ์แก้อักเสบและนำมาเป็นยาแก้ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดประจำเดือน ได้ผลดี แต่ยากลุ่มนี้ก็มีผลทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร กลายเป็นโรคกระเพาะที่หิวก็ปวดอิ่มก็ปวด

 

 

ท่านที่เคยรับประทานยากลุ่มนี้ย่อมทราบดีว่าจะต้องรับประทานยาหลังอาหารทันที หากท้องว่างก็ควรดื่มนมแล้วค่อยรับประทานยา ปัจจุบันยาตัวใหม่ๆ ในกลุ่มนี้ระคายเคืองกระเพาะอาหารน้อยลง ถึงกระนั่นก็ตาม การรับประทานยาหลังอาหารทันทียังมีความจำเป็นอยู่ ดังนั้น หากท่านเป็นโรคกระเพาะอยู่ก่อน ควรบอกให้แพทย์และเภสัชกรทราบด้วย เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการให้ยาที่ระคายกระเพาะอาหารแก่ท่าน

 

 

ยาแก้ปวดตัวสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ ยาแก้ปวดหัวไมเกรน ตัวยาที่ใช้คือ เออร์ก๊อต (ergot) เป็นยาที่มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว สามารถทำให้อาการปวดหัวไมเกรนบรรเทาลงได้ เนื่องจากอาการปวดหัวไมเกรนเกิดจากการที่หลอดเลือดแดงในสมองคลายตัว

 

 

เออร์ก๊อต ให้ผลดีในการแก้ปวดหัวไมเกรน แต่มีอาการข้างเคียงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แต่นั่นยังไม่รุนแรงเท่าไหร่ ยังมีอาการข้างเคียงที่อันตรายกว่า หากรับประทานยาเกินขนาดที่กำหนด คือ การเกิดภาวะเนื้อเยื่อตาย เนื่องจากการขาดเลือด เพราะหลอดเลือดที่เลี้ยงอวัยวะเหล่นนั้นหดตัว โดยเฉพาะอวัยวะส่วนปลาย เช่น มือ เท้า เกิดการหดตัวเฉียบพลันของหลอดเลือด ซึ่งสุดท้ายอาจทำให้ต้องมีการตัดเนื้อเยื่อเหล่นนั้นออก หรืออาจต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้ง

 

 

ขนาดยารับประทานที่กำหนดคือ ไม่เกิน 6 เม็ดต่อวัน และไม่เกิน 10 เม็ดต่อสัปดาห์ ดังนั้นหากมีอาการปวดหัวไมเกรนและรับประทานยา 1 เม็ดแล้วยังไม่หาย รับประทานยาเม็ดที่ 2 ได้ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา และซ้ำได้อีกทุกครึ่งชั่วโมง โดยต้องไม่เกิน 6 เม็ดต่อวัน และไม่เกิน 10 เม็ดต่อสัปดาห์

 

 

ยาคุมฉุกเฉิน ทุกฉุกเฉิน ขาดไม่ได้


ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้คือ ป้องกันการตั้งครรภ์กรณีฉุกเฉิน ซึ่งหมายถึง การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน มีความผิดพลาดในวิธีคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ เช่น ลืมรับประทานยาคุมกำเนิด หรือเกิดอุบัติเหตุถุงยางอนามัยฉีกขาด มีรูรั่ว

 

 

ยาคุมฉุกเฉินจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้หากรับประทานยาเร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยจะต้องรับประทานยาทั้งหมด 2 เม็ด รับประทานเม็ดแรกภายใน 72 และรับประทานเม็ดที่ 2 ในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา หรือรับประทานยา 2 เม็ด ทีเดียวเลยก็ได้ อย่าลืมว่าต้องรับประทานภายใน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีก่อนมีเพศสัมพันธ์ควรมีการวางแผน เช่น ผู้ชายต้องใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย ในกรณีที่คู่แต่งงานยังไม่พร้อมมีบุตรก็ควรมีการวางแผนการคุมกำเนิด

 

 

ยาความดัน ฉันจะรับประทานเมื่อปวดหัว

 

ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงบางรายรู้ตัวว่า เป็นโรคนี้เนื่องจากปวดหัวบ่อย รับประทานยาแก้ปวดหัวก็ไม่หายสักที เมื่อพบแพทย์จึงรู้ว่าตนเองเป็นความดันโลหิตสูงแล้วทำให้ปวดหัว ได้ยาลดความดันโลหิตมารับประทาน อาการเริ่มดีขึ้น พอไม่มีอาการปวดหัว ก็นึกว่าหายแล้ว จึงหยุดรับประทานยาไป พอปวดหัวขึ้นมา ก็เริ่มรับประทานยาลดความดันโลหิตกันใหม่ เกิดพฤติกรรมอย่างที่ว่า ฉันจะรับประทานายาความดันเมื่อปวดฉันปวดหัว หารู้ไม่ว่า ยาลดความดันโลหิตเป็นยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง ห้ามหยุด มิฉะนั้นอาการรุนแรงขึ้น อาจถึงขั้นทำให้พิการหรือเสียชีวิต

 

 

ยาลดความดันโลหิตมีหลายกลุ่ม แพทย์จะเลือกให้ตามความรุนแรงของโรคและภาวะทางร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย บางรายได้ยาเพียง 1 ชนิด บางรายได้ยา 2 ชนิดหรือมากกว่า เป็นต้น ผู้ป่วยต้องรับประทานยาในขนาดตามที่แพทย์สั่ง และไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อรับการรักษาและให้ยา ที่สำคัญผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

 

 

ยาลดไขมัน วันไหนไม่มัน ไม่ต้องรับประทาน

 

นี่คือความเชื่อที่เกิดขึ้นจริงในผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยาลดไขมันในเลือด หากวันใดหรือมื้อใดไม่มีอาหารประเภทผัด ทอด หรือรู้สึกตนเองรับประทานของมันน้อยลง ก็จะไม่รับประทานยาลดไขมันในวันนั้น เนื่องจากกลัวทำให้ไขมันในร่างกายน้อยเกินไปแล้วตัวจะแห้ง

 

 

ความจริงคือ ยาลดไขมันนั้นไม่เกี่ยวกับไขมันที่อาหารเลย และถึงแม้ในมื้ออาหารนั้นๆ ผู้ป่วยจะรับประทานอาหารมันในปริมาณน้อยลงก็ตาม ก็ไม่ได้แปลว่าสามารถงดยาลดไขมันได้ การคุมอาหารเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยทุกราย แต่การปรับขนาดยาควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ทำการรักษา เพราะหากขาดยาบ่อยครั้งเข้า ก็จะควบคุมไขมันในเลือดไม่ได้ ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงตามมาได้

 

 

ไม่อยากพ่นยา เพราะฝ้ามันขึ้นลิ้น


ยาพ่นสูดที่มีตัวยาเป็นสเตียรอยด์ เป็นยาที่จำเป็นในโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มีอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ การเกิดฝ้าขาวที่ลิ้น กระพุ้งแก้มปาก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยบางรายปฏิเสธการใช้ยา นำไปสู่การรุดหน้าและกำเริบของโรคในที่สุด ฝ้าขาวที่ลิ้นสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ ผู้ป่วยเพียงแต่ต้องกลั้วปากกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดแล้วบ้วนทิ้งทุกครั้งที่ใช้ยาพ่นสูดที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนประกอบ หรืออาจะใช้แปรงสีฟันแปรงเบาๆ ที่ลิ้น

 

 

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้ยาที่ควรระมัดระวัง และไม่ควรลืมว่า หากมีข้อสงสัยเรื่องยา ควรปรึกษาเภสัชกร

 

 

ภญ.วิภาวี รอดจัน


1816
สิวอุดตันเกิดจาก สิวฮอร์โมน คอลลาเจน สิวไขมัน สิวหัวแข็ง AviClear AviClear Laser สิวไต สิวเสี้ยน หน้าขาวใส หน้าแพ้สาร สิวข้าวสาร หน้าใสไร้สิว หน้าไหม้แดด สิวหัวขาว หน้าแห้ง อาการนอนกรน วิธีลดไขมันทั้งตัว ผิวขาว ผิวหน้า ผู้หญิงนอนกรน หน้ากระจ่างใส วิธีลดไขมันในร่างกาย หน้าเนียนใส หน้าเนียน หน้าหมองคล้ำเกิดจาก กดสิวใกล้ฉัน กดสิวเสี้ยน กดสิว หน้าใส สิวอุดตัน หน้าหมองคล้ำ สิวอักเสบ สิว สิวหัวช้าง หน้าขาว สิวขึ้นคาง สิวผด ครีมลดรอยสิว วิธีแก้การนอนกรนผู้ชาย แก้อาการนอนกรนผู้หญิง วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน Sculpsure ลดไขมันในร่างกาย วิธีลดไขมัน ลดไขมันต้นขา สลายไขมันหน้า ไตรกลีเซอไรด์ เซลลูไลท์ วิธีแก้นอนกรน ลดไขมัน Coolsculpting ทำกี่ครั้ง Sculpsure กับ Coolsculpting นอนกรนเกิดจาก Morpheus8 สลายไขมันหน้าท้อง วิธีลดพุงผู้หญิงเร่งด่วน 3 วัน Body Slim ลดไขมันทั้งตัว วิธีลดพุงผู้ชาย Morpheus8 กับ Ulthera ลดพุงเร่งด่วน วิธีลดไขมันต้นขา ลดพุง ดูดไขมัน วิธีลดหน้าท้อง สลายไขมันด้วยความเย็น คอเลสเตอรอล วิธีลดไขมันหน้าท้อง ไขมัน วิธีลดพุงผู้หญิง Coolsculpting Elite CoolSculpting vs Emsculpt วิธีลดพุง สลายไขมันต้นขา ลดไขมันหน้าท้อง นวดสลายไขมัน ผลไม้ลดความอ้วน ลดน้ำหนักเร่งด่วน อาหารคลีน กินคลีนลดน้ำหนัก ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน กินคีโต วิธีลดความอ้วนเร็วที่สุด อาหารลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน วิธีลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ลดความอ้วนเร่งด่วน ผลไม้ลดน้ำหนัก อาหารเสริมลดความอ้วน วิธีลดความอ้วน เมนูลดความอ้วน วิธีการสลายไขมัน ลดความอ้วน สลายไขมัน ลดน้ำหนัก สูตรลดน้ำหนัก Exilis Elite Thermage Body ออฟฟิศซินโดรม Inbody Vaginal Lift Morpheus Pro Oligio Body IV Drip Emsella เลเซอร์นอนกรน Indiba ปากกาลดน้ำหนัก Emsculpt CoolSculpting บทความน่ารู้ บทความกระชับสัดส่วนรูปร่าง บทความดูแลรูปร่างและสุขภาพ บทความรักษาอาการนอนกรน บทความ Morpheus บทความ Coolsculpting บทความโปรแกรมดูแลผิวหน้า ข่าวและกิจกรรม romrawin รมย์รวินท์