Haijai.com


อากาศเป็นพิษ ก๊าซพิษ สารมลพิษ


 
เปิดอ่าน 12891

อากาศเป็นพิษ ก๊าซพิษ สารมลพิษ

 

 

มลพิษในอากาศ (air pollution) หมายถึง ภาวะของอากาศที่มีสารมลพิษเจือปนอยู่ในปริมาณมาก ในระยะเวลาที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ สารมลพิษดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดจาการกระทำของมนุษย์ อาจอยู่ในรูปของก๊าซ หยดของเหลว หรืออนุภาคของแข็งก็ได้ สารมลพิษในอากาศที่สำคัญและมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ได้แก่ ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซโอโซน สารอินทรีย์ระเหยง่าย และสารตะกั่ว เป็นต้น

 

 

เมื่อไม่นานมานี้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้กองขยะที่จังหวัดสมุทรปราการขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษในอากาศจากการเผาในที่โล่ง (open burning) โดยมีสารมลพิษประเภทต่างๆ เกิดขึ้น ได้แก่ ฝุ่นละออง เขม่า ควัน เถ้า ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซโอโซน ตลอดจนสารอินทรีย์ระเหยง่าย นอกจากนี้การเผาขยะยังมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกด้วย (การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีความสามารถในการกักเก็บรังสีความร้อนได้มากขึ้น ผลที่ตามมา คือ อุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นบรรยกาศที่เพิ่มขึ้นทำให้โลกร้อนขึ้นได้)

 

 

ฝุ่นละออง ควัน เขม่า เถ้า ที่เกิดขึ้นจากการเผาขยะในที่โล่ง ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ และส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของสิ่งมีชีวิต ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้าง หรือที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “มลพิษข้ามแดน” (transboundary pollution) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ไกลออกไป โดยก่อให้เกิดหมอกควันและมลพิษในอากาศหลายชนิด ซึ่งสามารถถูกพัดพาโดยลมไปได้ไกลจากแหล่งกำเนิด นอกจากนี้ควันที่เกิดขึ้นจากการเผาเศษพืชหรือขยะมูลฝอย ถ้าเกิดขึ้นในบริเวณริมเส้นทางจราจรจะไปบดบังทัศนวิสัย และอาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินได้

 

 

ผลเสียต่อสุขภาพ

 

ฝุ่นละออง เป็นมลพิษในอากาศที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานคร และชุมชนขนาดใหญ่ จากการวิจัยพบว่าฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน โดยฝุ่ยละอองขนาดเล็กนี้ สามารถเข้าไปในระบบทางเดินหายใจผ่านโพรงจมูกเข้าไปถึงถุงลมในปอด ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองเรื้อรัง และฝุ่นละอองจะมีพิษมากขึ้นหากฝุ่นละอองนั้นเกิดจากการรวมตัวของก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซต์ ออกไซด์ของไนโตรเจน เข้าไปในอนุภาคของฝุ่น

 

 

สารตะกั่ว มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท มีผลต่อกระบวนการรับรู้ และการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์

 

 

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มีความสามารถในการละลายในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป ก๊าซนี้จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน ทำให้ความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ลดลง หัวใจจึงทำงานหนักขึ้น หากมนุษย์ได้รับก๊าซนี้ในปริมาณมาก จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

 

 

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเยื่อบุตาจนมีอาการแสบจมูก หลอดลม ผิวหนัง และตา เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป ก๊าซจะละลายในของเหลวในระบบทางเดินหายใจ เกิดเป็นกรดซัลฟิวริก ซึ่งจะกัดกร่อนเยื่อบุและอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานานๆ จะทำให้เป็นโรคจมูกและหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

 

 

ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน มีผลต่อระบบการมองเห็น เมื่อผู้ที่มีอาการหอบหืดหรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะทำให้อาการกำเริบขึ้นได้ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศหากรวมตัวกับไอน้ำ จะสามารถเกิดเป็นกรดไนตริก ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนวัสดุต่างๆ รวมถึงทางเดินหายใจของมนุษย์

 

 

ก๊าซโอโซน มีฤทธิ์กัดกร่อน ก่อให้เกิดการระคายเคืองตาและเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อจมูกและปอด ทำให้ความสามารถของปอดในการรับก๊าซออกซิเจนลดลง อาจเกิดโรคหืด (โดยเฉพาะในเด็ก) และมีอาการเหนื่องง่ายในคนชรา และคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหืดจะมีอาการมากขึ้นกว่าเดิม

 

 

สารอินทรีย์ระเหยง่าย มีผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดการอักเสบและการระคายเคืองเรื้อรัง นอกจากนี้สารบางชนิดยังก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง ตัวอย่าง เช่น polycyclic aromatic hydrocarbons เบนซีน และไดออกซิน (มักเกิดจากการเผาขยะมูลฝอยที่มีพลาสติกปน)

 

 

วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น เมื่อได้รับสารมลพิษจากอากาศ

 

ออกจากสถานที่ที่มีสารมลพิษให้เร็วที่สุด และไปยังสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะในความรีบนั้น อาจทำให้ได้รับสารมลพิษในอากาศมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ให้รีบเปิดหน้าต่างหรือประตูด้านตรงข้ามกับทิศทางลม แต่ปิดด้านที่รับลมเข้าตัวบ้าน เพื่อให้มีอากาศหมุนเวียนเข้าออกได้ หากผู้ป่วยหายใจขัดหรือหยุดหายใจ ให้ผายปอด แล้วนำส่งโรงพยาบาล

 

 

ดูอวัยวะที่สารมลพิษในอากาศเข้า เช่น สูดเข้าจมูก สัมผัสกับผิวหนังหรือตา เพราะแต่ละช่องทางที่สัมผัสมลพิษจะเป็นตัวกำหนดวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ถ้าหายใจเข้าคอ ก็ต้องกลั้วคอด้วยน้ำสะอาดแล้วบ้วนทิ้ง อย่ากลืนลงไป ถ้าสูดเข้าจมูก ควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ถ้าสัมผัสกับผิวหนังหรือตาก็ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปลอดเชื้อ เป็นต้น

 

 

หาทิศทางลม หากรู้ทิศแล้วจะได้หลบหลีกได้ถูก ไม่ไปอยู่ในบริเวณที่อยู่ใต้ตลม

 

 

หาอุปกรณ์มาปิดตา จมูก และปาก หรือส่วนที่เสี่ยงเอาไว้ เช่น ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดจมูกและปาก ใส่แว่นตาสำหรับว่ายน้ำ หรือใช้หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน

 

 

แนวทางป้องกันและลดผลกระทบของมลพิษในอากาศ

 

การป้องกัน ควบคุม และลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด เช่น การเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ก่อมลพิษน้อยที่สุด การติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์บำบัดมลพิษที่เหมาะสมกับสารมลพิษชนิดนั้นๆ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ มาตรฐานการระบายสารมลพิษจากแหล่งกำเนิด เป็นต้น ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นการป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด

 

 

การป้องกันที่ผู้รับ เช่น การใส่หน้ากากอนามัยป้องกันเขม่าควันและฝุ่นละออง เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันจากการเผาขยะมูลฝอย หน้ากากอนามัยป้องกันมลพิษประเภทก๊าซต่างๆ มักบรรจุผงถ่านคาร์บอนเพื่อดักจับก๊าซไม่ให้เข้าสู่ระบบหายใจ และรวมทั้งปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับและลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศ

 

 

การเพิ่มระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดมลพิษกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น การกำหนดพื้นที่แนวกันชน (buffer zone) โดยหลักการคือ การจัดวางผังของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่แนวกันชนให้มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปได้ที่มลพิษที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด

 

 

จะเห็นได้ว่าปัญหามลพิษในอากาศส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ดังนั้น เราต้องช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพอากาศเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต โดยหากเป็นผู้ประกอบการหรือมีส่วนในการปล่อยมลพิษ เช่น การขับรถยนต์ ควรร่วมมือในการติดตั้งอุปกรณ์ลดและขจัดมลพิษให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในชีวิตประจำวัน เรามีส่วนที่จะทำให้เกิดปัญหามลพิษในอากาศทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เราจึงควรช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งการปฏิบัตินั้นไม่ยากเกินความสามารถของเรา เพื่อให้โลกนี้น่าอยู่สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมทั้งพวกเราทุกคน

 

 

รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน โสต ศอ นาสิก

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคจมูกและภูมิแพ้

(Some images used under license from Shutterstock.com.)